Photoontour.com  โฟโต้ออนทัวร์
Home : Outbound : Kunming China 03       
 
 
 
 


1 เขาซีซาน


2 ตำหนักจินเจี้ยน


3 เส้นทางชนบท


4 อุทยานป่าหิน


5 หุบเขาเปลี่ยนสี


6
เมืองป่าหิน


7 ถ้ำจิ่วเซ๊ยง


8 ทิวทัศน์


9 วัดหยวนทง


10 เมืองกวนตู้
 
  Home
Home   :   Outbound Tour   :   Kunming 03
Kunming China เที่ยวคุนหมิง เขาซีซาน ตำหนักทองจินเตี้ยน อุทยานป่าหิน หุบเขาทรายเปลี่ยนสี  ถ้ำจิ่วเซียง วัดหยวนทง 
 
Kunming 3 คุนหมิงตอนที่ 3  อุทยานป่าหิน Forest stone
 


                       

                       

                       

                       

                       

                       

                       

                       


 
   
 

คุนหมิงตอนที่ 3 Kunming part 3
พื้นที่การเกษตรของคุนหมิงและอุทยานป่าหิน มรดกโลก
(เดินทาง มิถุนายน 2552/2009)





ลังจากเที่ยว “ตำหนักทองจินเตี้ยน”  หรือวัดทองจินเตี้ยน ซึ่งเป็นบ้านพักของ “ขุนศึกอู๋ซานกุ้ย” อดีตแม่ทัพผู้โค่นราชวงค์หมิงเมื่อราว 400 ปีก่อน ต่อมาขุนศึกผู้นี้ถูกประณามว่าเป็นคนขายชาติ ซึ่งถ้าอ่านประวัติแล้วก็ไม่ต่างกับบ้านเรา ที่มีการโค่นอำนาจหรือที่มีการปฏิวัติกันบ่อยครั้ง เป็นการแสวงหาอำนาจตามระบอบประชาธิปไตยแบบไทยๆ 

หากโค่นได้หรือปฏิวัติสำเร็จก็ตั้งตัวเป็นใหญ่หรือให้พรรคพวกของตนเข้ามามีอำนาจในรัฐบาล หากทำไม่สำเร็จก็จะถูกจับ กลายเป็นกบฏและอาจถูกประหารชีวิต

แต่บ้านเราผู้ก่อการกบฏหรือปฏิวัติไม่สำเร็จก็ไม่เคยถูกประหาร เพราะหนีไปต่างประเทศเสียก่อน  พอบ้านเมืองสงบ รัฐบาลก็ออกกฎหมายนิรโทษกรรม  หรือมีการขอพระราชทานอภัยโทษ จากนั้นก็กลับมาเมืองไทยได้อย่างสง่าผ่าเผยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และ ดูเหมือนว่าเหตุการณ์เดิมๆกำลังจะกลับมาอีกครั้ง 

ก็คือเรื่อง “การออกกฎหมายนิรโทษกรรม  และการขอพระราชทานอภัยโทษ “

บ้านเรานี่ดีอย่าง บรรดาคนใหญ่คนโตไม่ค่อยมีโอกาสเข้าคุก  ไม่ทราบเหมือนกันว่าไปทำกรรมดีแต่ใดมา  เพราะท้ายที่สุดแล้วกระบวนการยุติธรรมดูจะเอื้อประโยชน์ให้เป็นบุคคลชั้นพิเศษอยู่เสมอ จากที่เคยเป็นผู้ร้ายก็กลายเป็นผู้บริสุทธิ์ในบัดดล

เรื่องขบวนการยุติธรรมของไทยดูจะแปลกแตกต่างกว่าประเทศที่เจริญแล้วราวฟ้ากับดิน

ประเทศอื่นๆพอศาลฎีกาพิพากษาตัดสินก็ต้องมีผลบังคับทันที  หรือเข้าคุกเข้าตารางกันไปเลย  แต่บ้านเราไม่เป็นแบบนั้น  ศาลจะตัดสินไปแล้วก็เป็นเรื่องของศาล ถือว่าหมดหน้าที่ของศาล เรายังมีกระบวนการยุติธรรมต่อเนื่องยังไม่จบสิ้น  ยังมีลด มีหย่อน ลดโน่นแถมนี่ ชนิดที่นักโทษเองหรือญาติพี่น้องสบายใจได้  เพราะยังมีลูกเล่นต่อจากการตัดสินของศาลตามมาอีกหลายยก

ตัวอย่างเช่นหากศาลตัดสินจำคุก 10 ปีก็อย่าตกใจหากทำความดีความชอบที่เข้าเกณฑ์ พอถึงวันที่ 5 ธันวา หรือ 12 สิงหาคม ของทุกปีก็มีโอกาสได้รับอภัยโทษ  ยิ่งเป็นโอกาสอันยิ่งใหญ่เช่นปีกาญจนาฉลองการครองราชย์ 60 ปี ก็มีโอกาสได้รับการลดหย่อนที่มากกว่าปกติ นอกจากนี้ก็ยังมีกรณีพิเศษ 28 กรกาฏาคม 55 เป็นปีครบ 5 รอบ ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช รวมๆแล้วปี 55 นี้ถือว่าเป็นปีแห่งการโชคดีของนักโทษจำนวนหลายหมื่นคน

ไปอ่านที่มาที่ไปของกฏหมายฉบับนี้โน่นนะครับ อ้างว่ามีมาแต่ยุคกรุงศรีอยุธยา นับว่าประเทศไทยเป็นนักอนุรักษ์นิยมด้านกฏหมายที่เยี่ยมยอดของโลก แต่ถ้าหากว่ายังมีกฏหมายลงโทษแบบโบราณเช่นตอกเล็บหรือบีบขมับก็คงจะนับถือยิ่งกว่านี้

ส่วนลดส่วนที่ 2 คือออกกฎหมายนิรโทษกรรม

ถือว่าเป็นส่วนลดชนิดพิเศษ  และทำกันเป็นกรณีพิเศษจริงๆ เรียกว่าเป็นกฎหมายล้างมลทินก็น่าจะเรียกได้  บ้านเราทำกันมาเยอะแล้ว  รบราฆ่าฟันจนบ้านเมืองลุกเป็นไฟ หรือตายโหงตายห่ากันเป็นจำนวนมาก ที่สุดแล้วก็เอาผิดกับใครไม่ได้  เพราะสภาผู้แทนมีการออกกฎหมายนิรโทษกรรมยกโทษให้ฟรีๆ  ส่วนใครที่ต้องโทษ หรือติดคุกไปแล้วก็จะได้รับการปล่อยตัว  ญาติพี่น้องก็ปลื้มอกปลื้มใจน้ำหูน้ำตาไหล  ออกข่าวกันใหญ่โต  ผู้สื่อข่าวก็รายงานกันชนิดน่าเห็นอกเห็นใจเสียเต็มประดา หรือแอบน้ำหูน้ำตาไหลไปกับบรรดาญาติๆด้วย เปลี่ยนจากความรู้สึกที่เคยถูกกล่าวหาว่าทำชั่ว กลายเป็นคนมีค่าของสังคมไปเสียนั่น

ส่วนที่ 3 นี่ถือว่าต่างจากนานาอารยประเทศประเทศอย่างสิ้นเชิงคือการขอพระราชทานอภัยโทษ

ประเทศที่มีกษัตริย์จะมีกฎหมายแบบบ้านเราหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้  แต่คิดว่าคงไม่มี  และไม่เคยได้ยินว่าประเทศไหนเค้าทำกัน  อังกฤษคงไม่มี  ญี่ปุ่นก็ไม่น่าจะมี ที่ไม่มีเพราะกษัตริย์ของเค้าไม่มายุ่งกับการเมืองและการปกครองประเทศ  แต่ประเทศเรามีกฎหมายพิเศษ  เรียกว่าพิเศษที่สุดในโลกก็ว่าได้  กษัตริย์ยังมีอำนาจทางการปกครองตามกฏหมายรัฐธรรมนูญ  จะพิจารณาลดหย่อนโทษให้ใครก็ได้ตามที่มีผู้เสนอ หรือผ่านขั้นตอนตามระบบระเบียบของกรมราชทัณฑ์

ที่ผ่านมาก็มีการขอพระราชอภัยโทษแบบรายบุคคลมาหลายคดีแล้ว  ที่คิดว่าจะติดคุกหัวโตก็อาจพ้นโทษในเวลาอันรวดเร็ว ดูตัวอย่างเช่นนายวีระ มุกสิกพงษ์ อดีตแกนนำคนเสื้อแดง ที่เคยต้องโทษในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพสมัยเป็นเลขาพรรคประชาธิปัติย์เมื่อปี 2529-2531 และถูกตัดสินคดีจำคุก 4 ปี แต่ติดคุกได้แค่ 1 เดือนก็ได้รับอิสระภาพ เพราะพลเอกเปรม ติณสุลานนท์ นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น เป็นผู้อนุมัติขอพระราชทานอภัยโทษ เท่ากับว่าป๋าเปรมช่วยนายวีระให้พ้นโทษ พอมาถึงปี 51 นายวีระฯ กลายเป็นแกนนำคนเสื้อแดง ที่พากันไปบุกบ้านป๋าเปรม หรือบ้านสีเสาเทเวศน์ อยู่หลายรอบ

สรุปว่าคนที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ จากนั้นก็ไม่นานก็พากันมาบุกบ้านป๋าเปรม ซึ่งมีฐานะเป็นประธานองคมนตรีที่ทำงานใกล้ชิดกับในหลวง เรื่องแบบนี้จะเรียกว่าทำคุณบูชาโทษหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆหลานรักของป๋าคนนี้ก็สร้างความเจ็บช้ำและเจ็บปวดให้กับป๋าเปรมมาแล้ว ดูวิดีโอคลิป

แม้แต่อดีตนายกฯทักษิณก็ยังมีผู้เสนอขอพระราชทานอภัยโทษ  ซึ่งแกนนำเสื้อแดงก็ประกาศเรื่องนี้บนเวทีชุมนุมที่บริเวณท้องสนามหลวง (ก่อนจะปฏิบัติการเผาเมือง) แต่ตามระเบียบของราชสำนักราชวังระบุว่าต้องถูกคุมขังจากทางราชการ หรือต้องโทษอยู่ในคุก รวมทั้งต้องมีตัวตนอยู่ในราชอาณาจักร จะเดินลอยชายไปประเทศโน้นประเทศนี้ หรือหนีคดีไปซื้อบ้านอยู่ที่ประเทศดูใบแล้วให้ญาติมาขอยื่นพระราชอภัยโทษแบบนี้คงทำไม่ได้

นี่ได้ยินข่าวว่า  กำนันเป๊าะ ที่หนีคดีอาญาและแอบไปอยู่ประเทศเขมรมาหลายปีก็กำลังจะชงเรื่องเพื่อขอพระราชอภัยโทษ เพราะเข้าหลักเกณฑ์เป๊ะเลย เช่นคดีถึงที่สุดแล้ว และอยู่ในระหว่างการคุมขังของกรมราชทัณฑ์ (อาจคุมห่างๆอยู่ที่บ้านหรือโรงพยาบาล)

ส่วนที่กำนันเป๊าะโดนจับไปไม่นานนี้คงมีการเตี้ยมหรือนัดแนะกันมาก่อนแล้ว มาโดนจับกันแบบง่ายๆเหมือนปอกกล้วยเข้าปากคงจะยาก ถ้าเป็นคนธรรมดาทั่วไปก็เป็นเรื่องปกติ  แต่สำหรับอดีตนักเลงจากภาคตะวันออก และมีลูกชายเป็นถึงรัฐมนตรี มีหรือที่คนจะเชื่อว่าถูกจับกันแบบง่ายๆเหมือนนักเลงสิ้นลาย ขนาดเล่าให้หมาฟังหมามันยังไม่เชื่อเลย

ยิ่งนอนคุกได้แค่วันเดียวแล้วขออนุญาตกรมราชทัณฑ์มาพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลระดับ 5 ดาว คนเขาก็รู้กันทั้งเมืองว่า  “เล่นละครตบตาประชาชน”  ต่อไปคงจะนอนอยู่โรงพยาบาลบ้าง  หรืออ้างไปพักฟื้นที่อื่นบ้างวนเวียนอยู่แบบนี้  ไม่นานก็อาจได้รับอิสรภาพ  เพราะช่องทางการขอพระราชทานอภัยโทษที่คนใกล้ชิดกำลังเร่งเครื่องกันเต็มสูบ อีกไม่นานก็คงเห็นผล ถึงไม่เป็นผลก็คงไม่มีปัญหา   แค่กำนันเป๊าะกลับมานอนตีพุงอยู่ที่บ้านแล้วบอกว่ามาพักฟื้นเรื่องหัวใจ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องอยู่ใกล้หมอใกล้พยาบาล  เท่านี้ก็เหมือนกับพ้นโทษโดยปริยายอยู่แล้ว 

เป็นไงครับท่านประชาชนคนไทย   คุกมีไว้เพื่อขังคนจน... ชัดมาก 

ส่วนรายอดีตนายกฯทักษิณที่ทำเวรทำกรรมไว้กับประเทศไทยไว้มากมาย  จากเมื่อก่อนที่ถูกตราหน้าว่าเป็น “ผีห่าซาตาน โกงบ้านกินเมือง”  ก็อาจกลับประเทศได้อย่างสง่าผ่าเผย  ทั้งกฎหมายนิรโทษกรรมที่อ้างเพื่อความปรองดอง และการขอพระราชอภัยโทษจะเป็นไม้เด็ดที่คนในพรรคเพื่อไทยกำลังลุ้นกันอยู่  โดยเฉพาะรองนายกฯเฉลิม อยู่บำรุงที่เคยหาเสียงไว้ว่าจะอาสาพาอดีตนายกฯทักษิณกลับบ้าน

ที่เขียนมาทั้งหมดก็เพื่อจะบอกให้ฟังว่าขบวนการยุติธรรมในบ้านเรามันแปลกและแตกต่างกว่าประเทศใดในโลกเท่านั้นเอง  คนไทยจะได้หูตาสว่างว่าเมืองไทยเรานี้แสนดีหนักหนา  นอกจากในน้ำมีปลาแล้วกระบวนการยุติธรรมก็ยังมีกฎหมายพิเศษอีกหลายดอก ที่ฝรั่งได้ยินแล้วก็ส่ายหน้า พร้อมนินทาลับหลังว่าเป็นประเทศล้าหลังเหมือนเต่าล้านปี

ส่วนใครจะบอกว่า ประเทศเขมรก็มีการขอพระราชอภัยโทษ(เหมือนไทย) ก็จะบอกว่าอย่าเอามาอ้างกันนัก   เพราะระบอบกษัตริย์ของเขมรพึ่งรื้อฟื้นกันไม่นานนี้เอง  พอรื้อฟื้นเสร็จกษัตริย์เขมรก็มีพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกฯฮุนเซ็น ขึ้นเป็น “สมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโช ฮุน เซน” อ่านมาถึงตรงนี้ก็อย่าได้ขำกลิ้งเพราะเป็นเรื่องจริงแบบเขมร  หรือแบบเบิร์ดๆ  

เขียนเรื่องอดีตแม่ทัพ “อู๋ซานกุ้ย” แล้วก็อดไม่ได้ที่จะวกมาเมืองไทย  ต่อไปนี้ก็ได้เวลาล้อหมุนหรือรถออกได้แล้วละครับ


เราออกจากวัดทองจินเตี้ยนในเมืองคุนหมิงราว 9  โมง โปรแกรมต่อไปก็จะไปเที่ยวอุทยานป่าหิน ที่ขึ้นชื่อของเมืองกุ้ยหลิน ซึ่งเป็นป่าหินที่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโก

จากคุนหมิงเราเดินทางเวลา 1 ชั่วโมงเพื่อเดินทางไปยังอุทยานป่าหินในเขตอำเภอ "สือหลิน Shilin " ที่มีระยะทางราว  90 กม. ระหว่างเดินทางได้ผ่านพื้นที่เพาะปลูกชนิดอลังกาลงานสร้างตลอดสองข้างทาง จึงไม่แปลกใจว่าทำไมพืชผักและผลไม้จากคุนหมิงจึงส่งมาตีตลาดเมืองไทย รวมทั้งประเทศทางแถบอินโดจีนอย่างถล่มทะลาย 

คุนหมิงเป็นเมืองเกษตรกรรม  มีสภาพภูมิประเทศและภูมิอากาศที่เหมาะสำหรับการเพาะปลูกเป็นอย่างยิ่ง  อุณหภูมิโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 15.5 องศา  จากสถิติในรอบ 30 ปี อุนหภูมิต่ำสุด หรือหนาวสุดอยู่ที่ 2.3 องศา และร้อนสุดอยู่ที่ 24.4 องศา  จะเห็นว่าสภาพอากาศเหมาะสำหรับการปลูกพืชผักเมืองหนาว

ระหว่างนั่งรถเราเห็นการอยู่อาศัยของชุมชนหรือหมู่บ้านที่ดูจะเป็นกลุ่มเป็นก้อน หมู่บ้านอยู่ทางหนึ่ง ส่วนที่ดินเพื่อการเพาะปลูกก็อยู่อีกส่วนหนึ่งไม่ปะปนกัน ทุกพื้นที่ทุกตารางนิ้วดูจะใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่  ไม่ต่างกับที่เคยเห็นในประเทศเวียดนาม

ทีน่าแปลกใจอีกอย่างคือระหว่างที่ผ่านภูเขาสูงๆต่ำๆปรากฏว่าเราจะไม่รู้สึกอะไรเลย  เหมือนกับว่ารถวิ่งบนทางราบตลอดเวลา  และจากภาพถ่ายในช่วงระยะทางราว 90 กม.หรือใน 1 ชั่วโมง จะต้องลอดอุโมงค์ถึง 4 แห่ง  แสดงว่าการสร้างถนนในต่างจังหวัดของจีนจะไม่ลัดเลาะไปตามไหล่เขา  แต่จะเจาะภูเขาเป็นอุโมงค์ให้รถผ่านไปตลอดเส้นทาง  ช่วงไหนที่เจอหุบเขาก็จะสร้างสะพานสูงๆขึ้นมารองรับ  แทบจะเรียกว่าไม่มีอุปสรรคใดๆมาขวางกัน   แม้จะใช้งบก่อสร้างสูงกว่าปกติก็คงต้องยอมเนื่องจากเป็นการร่นระยะทางและเพื่อทำให้การขับขี่ปลอดภัย ไม่เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย

ต่างจากแนวคิดในอีกหลายๆประเทศที่มุ่งจะประหยัดงบประมาณของแผ่นดิน  แต่จะไปเพิ่มรายจ่ายของผู้ใช้รถใช้ถนนโดยไม่รู้ตัว เช่น
  - ต้องจ่ายค่าน้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามระยะทาง
  - ต้องเสียค่าสึกหรอรถยนต์ที่วิ่งนานๆ
  - ต้องเสียเวลาในการเดินทาง หรือขนส่งสินค้าใช้เวลานานขึ้น
  - ต้องเสี่ยงต่ออุบัติเหตุสำหรับการขับขี่บนภูเขา

แนวคิดที่จะเพิ่มรายจ่ายของรัฐแต่ไปลดค่าใช้จ่ายของผู้ใช้รถใช้ถนน ในบ้านเราอาจคิดไม่เท่าประเทศจีน  แต่จีนแก้ปัญหาโดยเก็บเรียกค่าผ่านทาง(ในราคาที่แพงมาก) และต้องจ่ายเป็นระยะๆ ไม่ต่างกับการเก็บค่าทางด่วนในบ้านเรา  

หากใครมาเที่ยวเมืองจีนแล้วก็จะเห็นว่าทุกครั้งที่เดินทางออกสู่ต่างจังหวัด  จะต้องใช้บริการทางด่วนกันตลอด ถึงแค่นี้ก็ยังไม่พอ  จีนยังเร่งมือก่อสร้างขบวนรถไฟหัวจรวดขึ้นทั่วทุกภาค  เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาประเทศ  เมื่อการคมนาคมสะดวกก็จะช่วยระบายสินค้าและกระจายพืชผลทางการเกษตรได้รวดเร็ว  เป็นผลดีกับเกษตรกร และเป็นประโยชน์เพื่อการท่องเที่ยวด้วย

พืชผักและผลไม้ที่จีนมาส่งมาขายในเมืองไทยหรือส่งไปประเทศอื่นๆได้อย่างรวดเร็วชนิดที่ใหม่-สด กว่าพืชผักในบ้านเราเสียอีก  ทั้งนี้ก็ด้วยระบบการขนส่ง เช่นถนนหนทางดี รวมทั้งการบรรจุหีบห่อที่ทันสมัย เมื่อมาถึงมือผู้บริโภคจึงดูสะอาด สวยงาม ใหม่สด เช่นองุ่นที่แกะกล่องจากจีนดูน่าซื้อกว่าองุ่นที่มาเป็นเข่งๆ และวางซ้อนทับกันมาแบบบ้านเรา หรือผักต่างๆที่มาจากจีนก็ดูน่ากินน่าใช้ แทบจะไม่ต้องตัดโคนทิ้ง หรือเด็ดใบออก ทุกอย่างถูกคัด ถูกเด็ดมาเรียบร้อยแล้ว นี่คือความแตกต่างที่สามารถสังเกตได้

ในอนาคตหากการคมนาคมสะดวกกว่านี้ ตลาดสดบ้านเราก็อาจมีพืชผักจากจีนวางขายเต็มทั้งตลาด  จึงไม่แปลกใจที่รัฐบาลจีนมักเป็นผู้ลงทุนสร้างถนนหนทางแบบให้เปล่ากับประเทศเพื่อนบ้านเช่น พม่า  ลาว เวียดนาม หรือแม้แต่เขมร  เพราะเป็นการลงทุนเพื่อคนจีนและประเทศจีนทั้งนั้น

รัฐบาลเป็นหัวหอกให้เอกชนอย่างชนิดเบ็ดเสร็จ  แม้แต่การสร้างโรงเก็บสินค้าตามชายแดนของประเทศที่อยู่ติดกัน  จีนก็ยังไปขอเช่าที่ดินประเทศเพื่อนบ้านในนามรัฐบาล  อาจมีสัญญาเช่า  50 ปีหรือ 90 ปี  จากนั้นก็นำที่ดินผืนนี้มาให้เอกชนก่อสร้าง สร้างเมือง  หรือเช่าต่อเพื่อประโยชน์ในทางธุรกิจ  รัฐบาลจึงทำหน้าที่เพียงแค่อยู่เบื้องหลังหรือทำในนามรัฐต่อรัฐ  แค่เอกชนเดินตามรัฐบาลก็รวยไม่รู้เรื่องแล้ว

อุทยานป่าหิน (Stone forest China)

อุทยานป่าหินในประเทศจีนเป็นป่าหินที่ใหญ่โตที่สุดในโลก  มีพื้นที่ 350 ตารางกิโลเมตร  แต่ส่วนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวมีแค่ 12 ตารางกิโลเมตร  ในอุทยานมีทางแยกกว่า 400 สาย  มีจุดท่องเที่ยว 200 จุด โดยแบ่งพื้นที่อุทยานออกเป็น 3 ส่วนดังนี้
 1 ป่าหินใหญ่ (Major stone forest)  เป็น Main หลัก หรือจุดสำคัญของอุทยาน มีทางเดินที่วกวน ผ่านไปตามแท่งหินแหลมสูงๆต่ำๆ
 2 ป่าหินน้อย (Minor stone forest) เป็นอุยานป่าหินที่มีขนาดไม่สูงมากนัก
 3 ป่าหินนอก(Outer stone forest) ซึ่งอยู่บริเวณรอบนอกของป่าหินน้อยและป่าหินใหญ่

ใครจะเที่ยวให้ทั่วทั้งอุทยานหรือทั่วทั้ง 12 ตารางกิโลเมตรก็ต้องใช้เวลาหลายวันและคงเดินกันขาลาก ไม่ต่างกับนครวัด-นครธม ประเทศกัมพูชาที่มีพื้นที่กว้างขวางมาก แต่ส่วนใหญ่แล้วคนไทยจะไปเที่ยวปราสาทต่างๆของเขมรเพียงแค่ 1-2 วัน และจะเที่ยวเฉพาะสถานที่สำคัญๆเท่านั้น

ทริปกุ้ยหลินอาจแตกต่างกับทริปอื่นๆในเมืองจีน  ใครจะมาเที่ยวควรฟิตร่างกายมาก่อน  ซึ่งเกือบจะทุกโปรแกรมมีแต่ปีนป่ายขึ้นเขาลงเขาทั้งนั้น  แต่จีนก็มีบริการนั่งเสลี่ยงเพื่อลดปัญหาสำหรับคนสูงวัยโดยใช้ผู้หาม 4 คน ราคาอาจแพงบ้างเพราะเป็นราคานักท่องเที่ยว แต่ถ้าใครใช้บริการก็อาจเป็นลมคาเสลี่ยงเสียก่อน เพราะกลิ่นตัวคนหามรุนแรงเหลือหลาย เรียกว่าคูณ 4 แค่คนพวกนี้เดินเฉียดกลุ่มเราก็วงแตกแล้วละครับท่าน เขียนมาถึงเรื่องนี้ก็ต้องบอกตรงๆว่ายังจำกลิ่นได้จนถึงทุกวันนี้

สำหรับคุณหมิงในตอนต่อไปจะเที่ยวอุทยานป่าหินกันต่อ คราวนี้จะเห็นความยิ่งใหญ่อลังกาลของธรรมชาติได้อย่างชัดเจน


โฟโต้ออนทัวร์
15  กุมภาพันธ์ 2556


 
 
kunming Maps : แผนที่คุนหมิง คลิกที่ภาพเพื่อขยาย
เส้นทางรถ Bus จากเวียงจันทน์สู่คุนหมิง คลิกที่ภาพเพื่อขยาย

  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ