Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์    เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์ท่องเที่ยว    Home > Outbound Tour > Lao2 > Luang prabang Market  
 HomeArticles : City Tour : EventsGallery : Outbound tour : Royal Photos : Today Talk : Photo Service : Guest : Free Wallpaper : About site : Misc. :
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
 
 
ทริป เวียงจันทน์-วังเวียง-หลวงพระบาง (บันทึกการเดินทางเมื่อเดือน กรกฏาคม 2551)
 


หลวงพระบางตอนที่ 11 ตลาดสดหลวงพระบาง ชมเมืองหลวงพระบาง

หลังจากตักบาตรข้าวเหนียวเสร็จแล้วก็มาเดินชมตลาดสดของลาว ที่อยู่ไม่ไกลจากจุดที่ตักบาตรนัก ที่นี่มีชื่อว่าตลาดหลวงพระบาง

แต่ดูแล้วไม่น่าจะเป็นตลาดแบบถาวรที่ตั้งกันมานาน เพราะใช้ถนนหรือซอยเล็กๆ ระยะประมาณ 200 เมตร เป็นที่วางขายของ เป็นการปิดถนนขายเฉพาะช่วงเช้าๆแบบชั่วคราว พอได้เวลาหรือตลาดวายก็เก็บกวาดทำความสะอาดเพื่อให้รถผ่านไปมาได้

หากเป็นตลาดแบบถาวรที่แท้จริงก็น่าจะมีบริเวณเฉพาะ หรือเป็นอาคารขนาดใหญ่แบบเปิดโล่ง มีหลังคาไว้บังแดดบังฝน เช่นตลาดสดทั่วๆไป

ของที่มาวางขาย ส่วนใหญ่เป็นพืชผักผลไม้ของท้องถิ่น ไม่ต่างกับตลาดในต่างจังหวัด หรือตลาดทางภาคอีสานในบ้านเรา เห็นผักในตลาดแล้วดูจะคุ้นหน้าคุ้นตาเกือบทุกอย่าง เว้นแต่อาหารที่เป็นของท้องถิ่นจริงๆ มีแปลกๆไปบ้างแต่ก็ไม่มากนัก

ในตลาดมีร้านอาหารลาวและอาหารเวียดนามอยู่ 2-3 ร้าน น่าแปลกที่มีร้านอาหารเวียดนามด้วย

คนลาวเชื้อสายเวียดนาม สำหรับประเทศนี้ถือเป็นเรื่องปกติ เพราะลาวในปัจจุบันประกอบด้วยชนเผ่าต่างๆ รวมไปถึงชนชาติเวียดนามที่อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ไม่น้อย โดยเข้ามาในสมัยที่เวียดนาม และลาว ตกเป็นประเทศคอมมิวนิสต์ ด้วยกันทั้งคู่

ลาวในฐานะที่เป็นประเทศเล็กกว่าเวียดนามมาก เวียดนามจึงส่งทหารเข้ามาครอบครองและให้การช่วยเหลือทางการทหาร ขณะเดียวกันเวียดนามก็ส่งทหารเข้าไปประเทศกัมพูชาด้วย โดยมีจีน(แดง) และรัสเชียเป็นผู้หนุนอยู่เบื้องหลัง เพื่อใช้ลาว และ กัมพูชา เป็นทางผ่านมาสู้รบกับไทย ซึ่งตอนนั้นไทยมีสหรัฐอเมริกาหนุนหลังอยู่อย่างเต็มที่ แลกกับการอนุญาตให้ตั้งฐานทัพ

แต่สงครามคอมมิวนิสต์ มาจบสิ้นก่อนที่ภาระกิจรุกรานไทยจะประสบความสำเร็จ

จีนคอมมิวนิสต์ในช่วงเวลานั้นผู้คนอดอยากและล้มตายเป็นจำนวนมาก ทั้งลาว กัมพูชา และเวียดนาม จึงต้องส่งข้าวและอาหารไปช่วยเหลือในลักษณะถูกบังคับ เหลือแต่เพียงน้อยนิดเพื่อเลี้ยงดูคนในประเทศของตนเอง

 
   
แผนที่ประเทศลาว     เขตการปกครอง/ พื้นที่    แผนที่เมืองเวียงจันทน  ประวัติศาสตร์ประเทศลาว  สงครามปราบกบฏในลาว  เรียนรู้ภาษาลาว
 

บาดแผลจากสงครามคอมมิวนิสต์ หรือสงครามเย็น หากใครอยากหาความรู้ก็ต้องไปพูดคุยกับคนเขมร ว่าเจ็บปวด และรุนแรงขนาดไหน คนเขมรปลูกข้าวก็เพื่อส่งไปช่วยประเทศจีน ทำให้คนเขมรอดอยากกันทั้งประเทศ

เมื่อเสร็จสงครามแล้ว ทหารเวียดนามที่ส่งมาช่วยลาว ส่วนหนึ่งก็ไม่ได้กลับประเทศ เพราะความคุ้นเคยกับประเทศลาว และมีโอกาสทำมาหากินมากกว่าที่กลับอยู่อย่างลำบากในประเทศของตนเอง ทำให้ประเทศลาวมีชาวเวียดนามอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

เวียดนามให้ความช่วยเหลือด้านการทหารให้กับลาวมาเป็นเวลานานในช่วงสงครามเย็น จึงทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศมีความแน่นแฟ้น เป็นอันมาก ซึ่งคนไทยน้อยคนอาจไม่ทราบความจริงในเรื่องนี้ และอีกไม่นานเวียดนามก็จะปรับปรุงถนนที่เชื่อมเชื่อมลาว และเวียดนาม เพื่อเปิดโอกาสให้คนลาวมีทางออกสู่ทะเล ในเขตเมืองกวางบินห์ หรือส่วนที่แคบที่สุดของเวียดนาม หากเดาไม่ผิดก็น่าจะมีระยะทางประมาณ 40-50 กม. โดยฝั่งทางทิศตะวันตกติดประเทศลาว ส่วนทิศตะวันออกติดกับทะเลจีนใต้

หากคนลาวอยากมาเที่ยวทะเลก็ใช้เวลาเดินทางไม่นานนัก สามารถไปเช้าเย็นกลับได้ ทุกวันนี้คนลาวยังเดินทางสู่กวางบินห์ได้ แต่อาจไม่สะดวกนัก เพราะยังติดขัดกับขั้นตอนในการผ่านแดนที่ยังเข้มงวด

กลับมาที่หลวงพระบางต่อ


เมื่อออกจากตลาดสดหลวงพระบาง ก็สู่ถนนใหญ่ ย่านนี้ค่อนข้างจอแจ เดินเลยออกไปตรงหัวมุมถนน จะเห็นคนไทยอุดหนุนร้านกาแฟลาว(แบบเพิง) จนมองไม่เห็นคนขาย เห็นลูกค้า(คนไทย) นั่งจนเต็มร้าน คนมาทีหลังจึงต้องยืนซดกาแฟกันตรงหน้าร้านนั้นเลย บางคนก็บ่นๆ ว่าลูกค้ามากขนาดนี้น่าจะเพิ่มโต๊ะเก้าอี้ คิดแบบนี้ก็ต้องบอกว่าคิดแบบคนไทย คิดแบบคนมีหัวการค้า แต่เข้าใจว่าเจ้าของร้านคงไม่คิดแบบนี้

ถ้ามองไม่ผิดในร้านน่าจะมีแค่ 3 โต๊ะเท่านั้นเอง มีคนขายคนทำช่วยกันแค่ 2 คน มีหม้อต้มกาแฟโบราณแบบบ้านเราเพียง 1 ใบเท่านั้นเอง คนลาวรอได้ แต่คนไทยรอนานเริ่มออกอาการ คนทำก็ไม่ได้เร่งมือ ยังทำไปตามปกติเ้พื่อรักษารสชาติของกาแฟ ส่วนคนไทยนั่งลุ้นว่าเมื่อไหร่จะได้กินเสียที

นี่แหละครับ แค่ร้านกาแฟที่เห็นอยู่ข้างหน้า หากคิดให้ดีๆ มองให้ดีๆแล้ว จะเห็นความต่างของวิธีคิดระหว่างคนลาวและคนไทย

ภาพคนแน่นร้านแบบนี้ก็คงมีให้เห็นเป็นประจำ สำหรับเทศกาลสำคัญๆ แต่ความจริงแล้วดูจะเป็นเรื่องปกติ เพราะหลังตักบาตรข้าวเหนียวเสร็จแล้ว ร้านกาแฟตั้งอยู่แถวๆนั้น จึงหนีไม่พ้นที่คนไทยจะไปอุดหนุน

ทีแรกก็อยากจะลองกาแฟสักแก้ว แต่เห็นคนมาก และไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนจึงจะได้กิน คิดแล้วก็อย่าดีกว่า เดี๋ยวตกรถตกราก็อาจจะยุ่ง

มีคำถามว่าทำไมร้านนี้จึงมีคนมาก ตอบง่ายๆก็คือไกด์ที่ประจำรถต็แต่ละคันนั่นแหละครับ ที่ช่วยประชาสัมพันธ์ให้

ผมไม่ได้กินกะเค้าจึงไม่รู้ว่ารสชาติจะต่างกับกาแฟพื้นบ้านในเมืองไทยหรือไม่ แต่ถ้าหากใครรู้ข้อมูลเรื่องกาแฟลาวแล้ว ก็จะทราบว่ากาแฟลาวซึ่งเป็นกาแฟแท้ หรือกาแฟเม็ด มีชื่อมานานแล้ว ถามว่านานแค่ไหนก็ไม่ทราบเหมือนกัน รู้แต่ว่าเมื่อครั้งที่ฝรั่งเศสได้มาปกครองประเทศลาว ก็นำพันธ์กาแฟชั้นดีมาทดลองปลูกที่เมืองปากเซ แขวงจำปาสัก ทางตอนใต้ หรือภาคใต้ของลาว จนกระทั่งรู้ว่ากาแฟสายพันธ์ไหนที่เหมาะสำหรับพื้นดินทางแถบนี้

ลาวส่งกาแฟเป็นสินค้าเกษตรส่งไปขายยังประเทศฝรั่งเศสมานานหลายสิบปีแล้ว สมัยนั้นเมืองไทยน่าจะยังปลูกกาแฟพื้นเมืองกันอยู่ ขึ้นชื่อหน่อยก็น่าจะเป็นกาแฟชุมพร ส่วนกาแฟพันธ์ต่างประเทศ พึงจะมีประมาณสิบกว่าปีมานี้เอง

ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกที่นักท่องเที่ยวไทยติดใจในรสชาติของกาแฟลาว

มาเที่ยวประเทศลาว ก็ควรหาโอกาสชิมกาแฟลาวจากร้านเล็กๆ หรือที่เรียกว่าสภากาแฟ แล้วจะรู้ว่ารสชาติดีกว่ากาแฟโบราณที่ขายตามป้ายรถเมล์ หรือจากรถเข็นในบ้านเรา

หลวงพระบางเป็นเมืองเล็กๆ อาจไม่ใหญ่โตหรือมีความเจริญ ตามที่หลายคนคิด หากจะเทียบกับเมืองไทยแล้ว ก็เหมือนกับเดินทางย้อนยุคมาสู่อดีต สิ่งที่เมืองไทยเคยมีในอดีต จนกระทั่งไม่เห็นอีกแล้วในปัจจุบัน แต่ในหลวงพระบางยังพบเห็นอยู่มาก ทั้งสภาพบ้านที่อยู่อาศัย ก็ยังเป็นแบบเก่าๆ บ้านไม้หลังเก่า ตึกเก่าๆ บ้านแบบนี้เมืองไทยแทบไม่เห็นกันแล้ว

อาคารแบบโบราณทียังมีสภาพดี ในหลวงพระบางยังมีให้เห็นอยู่มาก บางคนอาจเปรียบเทียบว่า หลวงพระบางยังอยู่ในยุคของหนังขาว-ดำ หรือหนังเก่าที่ย้อนไปหลายสิบปี ไม่ต่างกับดูภาพยนตร์ไทยที่ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ Thai PBS เป็นหนังไทยย้อนยุค สมัย มิตร – เพชรา แสดงนำ

บรรยากาศย้อนยุคที่ว่านี้ กลายเป็นจุดขายของหลวงพระบาง ที่นักท่องเที่ยวชาติตะวันตกให้ความชื่นชอบเป็นอันมาก คนไทยก็มีไม่น้อยที่หลงเสน่ห์กับบรรยากาศแบบเรียบง่ายสบายๆ ไม่ต่างกับหลุดโลกย้อนอดีตของตนเองไปสู่สมัยที่ยังเป็นเด็กๆ

ใครมาเห็นก็บอกว่าเรียบง่ายแบบนี้ ดูแล้วก็มีความสุข ไม่ต้องไปคิดไปกังวลกับอะไรทั้งนั้น ผู้คนก็ใสซื่อ จนแทบไม่น่าเชื่อ ว่าน้ำใจที่งดงามเช่นนี้ยังหลงเหลืออยู่อีก

ต้องมาสัมผัสกับของจริง แล้วจะรู้ว่าหลวงพระบางให้ความรู้สึกดีๆกับนักท่องเที่ยว

คำว่าวัฒนธรรมของชาวลาว หรือชาวหลวงพระบาง ยังฝังแน่นอยู่ในจิตใจ ต่างกับคนไทยที่ยึดถือกับแบบหลวมๆ เอาความสะดวกสบายของตนเองเป็นที่ตั้ง คนลาวยังให้ความสำคัญกับวัด และพระสงฆ์ ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ต้องปฏิบัติ ต้องกราบไหว้ หรือต้องไปทำบุญ โดยไม่มีข้ออ้างใดๆ

ไม่ว่าจะเป็นการทำบุญตักบาตรข้าวเหนียว การไปวัดในวันสำคัญทางศาสนา เป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้ มีความรู้สึกว่าบุญคือสิ่งสำคัญ จะต้องสั่งสม ต้องปฏิบัติให้ได้มากๆ เพื่อประโยชน์สุขของชีวิต

คำว่า “ หิริ โอตัปปะ “ หรือความเกรงกลัวต่อการกระทำบาป ทำผิดศีลธรรม คนลาวยังให้ความสำคัญ และปฏิบัติตนอยู่ในแนวทางของพุทธศาสนา และ วัฒนธรรมอันดีงาม คนไทยไปเห็นชาวลาวปฏิบัติตนแบบนี้แล้วก็อดชื่นชมไม่ได้ เป็นแรงศรัทธาที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจ และยากที่คนไทยหรือคนทั่วไปจะเข้าใจต่อความรู้สึกนั้นได้

จากการที่คนลาวมีความผูกพันธ์อยู่กับศาสนาและวัฒนธรรม จึงส่งผลให้หลวงพระบางเป็นเมืองน่าท่องเที่ยว ผู้คนอัธยาศัยดี และเป็นเมืองที่มีความปลอดภัย แม้แต่คนลาวด้วยกันก็ยังพูดว่าหลวงพระบางไม่มีเรื่องมีราวให้นักท่องเที่ยวต้องกลัวหรือหวาดระแวง ทุกที่ที่ไป ไม่ว่าจะกลางวันหรือกลางคืนจะไม่มีปัญหาใดๆทั้งสิ้น

เขียนให้ละเอียดอย่างไร ก็คงไม่มีความชัดเจนเท่ากับต้องมาสัมผัสด้วยตนเอง

และหากมาเที่ยวแล้วก็ควรพยายามสังเกต และเปรียบเทียบกับเมืองไทยด้วย จะได้เห็นความแตกต่าง เพราะหากเราไม่สังเกต หรือพินิจพิเคราะห์ ให้ดีๆ ก็อาจมองข้ามสิ่งดีงามนั้น จนเหมือนว่าสภาพทุกอย่างเป็นเรื่องปกติธรรมดาๆ

คนลาวหลวงพระบาง เป็นคนที่มองโลกในแง่ดี เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยว เราสามารถสัมผัสได้จากการพูดจา สีหน้า และกิริยาที่แสดงออก ความรู้สึกแบบนี้คนไทยอาจมีบ้างแต่ก็น้อยเต็มที เพราะบ้านเราเจริญ(ทางวัตถุ) ล้ำหน้าลาวไปมาก สังคมไทยทุกวันนี้มีความแก่งแย่ง ชิงดี และหลอกลวงกันมาก ทำให้คนไทยเป็นคนขี้ระแวง มองคนในด้านลบ ก่อนที่จะมองในด้านบวก

ลาวไม่มีปัญหาทางการเมือง ต่างกับไทยที่วุ่นวายไม่รู้จบ เหมือนเป็นประเทศที่ถูกสาป การทุจริตของนักการเมืองในลาวคงจะมี แต่ไม่รุนแรงเหมือนเมืองไทย ข่าวสารบ้านเมืองในลาวจึงมีแต่เรื่องปกติ ไม่เครียดเหมือนอ่านข่าวจากเมืองไทย

นึกเบื่อเมืองไทยก็น่าจะหลบไปพักสมองที่หลวงพระบาง เมืองเล็กๆที่ไม่วุ่นวาย ความเป็นธรรมชาติมีอยู่ทั่วทั้งเมือง จนอาจคิดว่าเป็นดินแดนของสวรรค์ด้วยซ้ำไป

ไปเที่ยวแล้วก็ขอให้มีความเกรงอกเกรงใจ และให้เกียรติกับสถานที่แห่งนี้ด้วย จะทำอะไรไม่ดีไม่งามก็ึควรระวัง ขนาดผมยังต้องระวังตัวแจเลย คิดจะจีบสาวลาวสักคนก็ยังไม่กล้า หรือจะส่งสายตาแบบมีความหมายให้ลึกซึ่ง ก็ยังต้องระวัง เพราะรู้ดีว่าคนลาวเค้าใสซื่อ ปากกับใจตรงกัน รักใครชอบใครก็เว้าซื่อๆ ผิดกับผม ทีเล่นที่จริงไปทั่ว มั่วไปทุกที่ ปากกับใจไม่เคยจูนให้ตรงกันสักที เรียกว่านิสัยเสียจนเป็นปกติวิสัย แต่ไปเที่ยวลาวคราวนี้ ทำตัวเจี๋ยมเจี้ยม กลัวสาวลาวจะเข้่าใจผิดว่าหนุ่มไทยคนนี้ต้องใจกับสาวลาวเข้าให้ เพราะไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นหลอกลวง หรือทำให้้สาวลาวเข้าใจผิด ชนิดที่ขอตามมาอยู่ที่เมืองไทยด้วย...หากเป็นอย่างนั้นก็คงยุ่งขิงแน่ สรุปว่าไปเที่ยวลาวคราวนี้ ทำตัวนิสัยดี สอบผ่านครับท่าน..

ไปเที่ยวหลวงพระบางดีกว่าครับ รับรองว่าสบายใจกว่าอยู่เมืองไทยแน่นอน ชื้อผมเต๊อะ



เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
25 มีนาคม 2552





   
     
 

แผนที่ประเทศลาว คลิกที่ภาพ

เขตการปกครอง/ พื้นที่ คลิกที่ภาพ

 
เรียนรู้ภาษาลาว อักษรลาว+ไทย พยัญชนะของลาว



 
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ