Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์    เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์ท่องเที่ยว    Home > Outbound Tour > Malaysia 2
ค้นหาคำในเว็บ ได้ทั้งภาษาไทย และ อังกฤษ  

 
 
Main Menu
 


Photo Gallery

Tour & Travel
Ciity tour
Special Photos
Flowers & Nature
Events
Outbound Tour

Articles
About Tour
Today talk

Free Photos
Wallpapers
View & Landscape
Flowers
King Photo
New Year Card & More

Services
Free members
Free Advertize.
Photo services
Wedding / Events /More

Others
Portrait Photos
Tip & Technic
Goood Books

..................................................

แกลลอรี่ภาพ
ภาพท่องเที่ยว
ภาพในเมือง
ภาพในหลวงและพระราชพิธี
ภาพดอกไม้และธรรมชาติ
ภาพเหตุการณ์
ภาพท่องเที่ยวในต่างแดน

บทความ
บทความท่องเที่ยว
บทความทั่วไป

ฟรีดาวน์โหลดภาพ
ฟรีภาพวอลเปเปอร์
ภาพวิว ทิวทัศน์
ภาพดอกไม้
ภาพในหลวง
การ์ดปีใหม่ และภาพอื่นๆ

บริการ
ฟรีสมัครสมาชิกช่างภาพ
โฆษณาฟรี
บริการถ่ายภาพโดยสมาชิก
ภาพแต่งงาน รับปริญญา สินค้า

เมนูอื่นๆ
ภาพคน ภาพเด็ก ภาพนางแบบ
แนะะนำเทคนิคการถ่ายภาพ
แนะนำหนังสือถ่ายภาพ




 
ปีนัง สะพานปีนัง
สะพานข้ามเกาะปีนัง
ถนนในมาเลเซีย
ประเทศมาเลยเซีย
เที่ยวมาเลเซีย
คาเมรอน เขาคาเมรอน
ที่พักคาเมรอน
โรงแรมคาเมรอน
สุกี้คาเมรอน
การเกษตรปลอดสารพิษ
ทิวทัศน์มาเลเซีย
การปลูกพืชขั้นบันใด
สถานีทดลองพืชเมืองหนาว
สถานีทดลองการเกษตรมาเลเซีย
แหล่งท่องเที่ยวมาเลเซีย
ดอกไม้เมืองหนาว
ภาพภูเขา ทิวทัศน์คาเมรอน
ชาวมาเลเซีย
คนมาเลเซีย
การเกษตรมาเลเซีย
ที่พักบนเขา
รีสอร์ท ที่พัก แค้มปิ้ง
รีสอร์ทบนเขา
ภาพหมอก หมอกยามเช้า
อาหารมาเลเซีย
อาหารโรงแรม
ทริปมาเลเซีย
Equatorial Cameron Highlands Hotel
William Cameron
Hill Station Grew
Stawberry Park Resort
     
 
โปรแกรมเที่ยวเกาะปีนัง มาเลเซีย  พาสูดอากาศบริสุทธิ์ และสัมผัสสายหมอกบนเขาคาเมรอน   อ่านต่อ
Malaysia Part >   1  2  3  4  5  6  7      
( 58 ภาพ )
  ( 58 Photos )
 
     
สะพานปีนัง ภาพทางอากาศ
ูที่พักบนเขา รีสอร์ท ที่พัก แค้มปิ้ง รีสอร์ทบนเขา ภาพหมอก หมอกยามเช้า อาหารมาเลเซีย อาหารโรงแรม ทริปมาเลเซีย
Equatorial Cameron Highlands Hotel William Cameron Hill Station Grew Stawberry Park Resort ทัวร์มาเลเซีย




“ สัมผัสความสดชื่นบนเขาคาเมรอน ”
Cameron Hiil Plantations, Malaysia

(มาเลเซีย ตอนที่ 2)



                      เราออกจากเกาะปีนังโดยข้ามสะพานปีนัง ( Penang Bridge ) ที่ยาวสุดลูกหูลูกตา เฉพาะตัวสะพานที่อยู่เหนือพ้นน้ำยาว 8.5 กม. และหากนับจากฐานทั้งสองฝั่งหรือทางลาดจะมีความยาว 13.5 กม. ปัจจุบันสะพานปีนังอยู่ในอันดับ 3 ของโลก โดยมีสะพานข้ามอ่าว หังโจว ( Hangzhou )ของประเทศจีนยาวเป็นอันดับ 1 มีความยาวสะพานในส่วนที่เหนือน้ำ 36 กม. เชื่อมเมือง เซี่ยงไฮ้ (Shanghai) กับ เมืองท่าเจ้อเจียง (Zhejiang) คาดว่าจะแล้วเสร็จไม่เกินสิ้นปี 2550 นี้ ก่อนถึงงานโอลิมปิคในอีก 2 ปีข้างหน้า หรือ ค.ศ 2008 ที่จีนเป็นเจ้าภาพ

สะพานปีนังใช้เวลาข้ามประมาณ 15 นาที ตามความเร็วที่กำหนดราว 70 กม./ชม ในความรู้สึกขณะนั่งรถข้ามสะพาน ต้องบอกว่ายิ่งใหญ่ทีเดียว เป็นผลงานในสมัยของรัฐบาล ดร.มหาเธย์ โมหะหมัด เช่นเดียวกับตึกแฝด หรือ ตึกปิโตรนัส ( Petronas) กลางกรุงกัวลาลัมเปอร์

โปรแกรมมาเลเซียในวันนี้เราจะไปนอนรับลมหนาวบนเทือกเขาคาเมรอน ดินแดนเกษตรพืชผักเมืองหนาวที่ใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย รถบัสพาพวกเราผ่านเมืองต่างๆของมาเลเซียหลายเมืองบนถนนที่ราบเรียบและมีความปลอดภัยสูง เพราะจำกัดความเร็วไม่เกิน 90 กม./ชม. รถเก๋งคันเล็กๆขนาด 1000 CC. และรถบรรทุกพ่วง 18 ล้อ วิ่งไปด้วยกันโดยไม่มีคำว่า “ น่ากลัว ” แต่อย่างใด เพราะผู้ใช้รถในมาเลเซียเคร่งครััดในกฏจราจร ค่าปรับขับรถเร็วที่นั่น คิดเป็นเงินไทยประมาณ 3 พันบาท และตำรวจที่นี่เอาจริงด้วยนะครับ

แต่ก็ยังมีนักซิ่งที่ฝ่าฝืนกฏจราจร เมื่อปีที่แล้ว เป็นใครทราบไม๊ครับ...

เป็นคนในคณะรัฐมนตรีของมาเลเซียเอง โดนปรับไปหลายกระทง ต่างกรรม ต่างวาระ ที่ตำรวจรวบรวมหลักฐานได้ โดนปรับไปราว สองหมื่นกว่าบาท และเป็นข่าวไปทั่วโลก แต่คนในรัฐบาลของบ้านเรา ไ้ด้ยินข่าวนี้ คงขำจนขี้ฟันกระเด็น บอกว่าหากเมืองไทยทำได้แบบนี้ จะอนุมัติเงินสร้างอนุสาวรีย์ให้ตำรวจที่จับรัฐมนตรีทันที เพราะว่าเมืองไทย อยู่กันแบบพี่แบบน้อง แบบพ่อปกครองลูก " ตำรวจจะกล้าหือเหรอ "

วันก่อนที่ยะโสธร ลูกชายนายก อบจ. ให้นายสิบตำรวจกราบเท้าตนเองบนโรงพัก ซึ่งก็ไม่ทราบว่าแค้นเคืองด้วยเรื่องอะไร โดยมีลูกพี่ใหญ่ ระดับยศพลตำรวจตรี และยศพันเอก ยืนท้าวเอวกำกับการแสดง ท่ามกลางสักขีพยานที่เป็นตำรวจของโรงพักนั้นและชาวบ้าน ผลปรากฏว่า เมื่อนายสิบก้มลงกราบแทบเท้าแล้วก็ได้รับรางวัลทันที ลูกชายนายก อบจ.ผู้นั้นกระทืบใส่หน้านายสิบตำรวจจนสลบเหมือด กลายเป็นข่าว Talk of the town ระดับประเทศ ตำรวจชั้นผู้น้อยที่ยะโสธรประท้วงตำรวจชั้นผู้ใหญ่ ในที่สุด พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวช รก.ผบ.ตำรวจแห่งชาติ สั่งเด้ง กระเด็น กระดอน นายพลตรี นายพันเอก ไปอยู่ที่อื่น

เป็นไงครับ..

" เกียรติิตำรวจของไทย เกีัยรติวินัยกล้าหาญอดทน" เพลงมาร์ชของตำรวจ ฟังดูเพราะนะครับ แต่ศักดิ์ศรีตำรวจถูกย่ำยี เกียรติอันสูงส่งของตำรวจไทยอยู่ใต้อุ้งเท้าผู้มีอิทธิพลและนักการเมืองท้องถิ่น นี่แค่อิทธิพลระดับ อบจ.หรือองค์การบริหารส่วนจังหวัดเท่านั้นนะ หากเป็นนักการเมืองระดับจังหวัด ป่านนี้นายสิบตำรวจผู้นั้น คงกลับชาติไปเกิดใหม่แล้ว และวันนี้ (9 กย.50) ก็ยังเห็นข่าวชาวยะโสธรรวมตัวประท้วง เพื่อทวงศักดิ์ครีของตำรวจกลับคืนมา เรื่องแบบนี้ไม่ทราบว่าวงการตำรวจเห็นข่าวแล้วรู้สึยังไงกันบ้าง เพราะเห็นเงียบเป็นเป่าสาก หรือว่าเฉยๆ เพราะยิ่งกว่านี้ก็มีอีกเพียบ งั้นรึเปล่า

ก็หวังว่า ตำรวจในยุคที่ีมีอดีตวีระบุรุษนาแกเป็นหัวเรือใหญ่ คงขจัดปัดเป่าเรื่องร้ายๆในวงการตำรวจไปได้บ้าง

เที่ยวต่ิอดีกว่า...

ระหว่างทางได้แวะวัดถ้ำเปรัค ( Perak Cave) เป็นวัดที่อยู่ติดกับภูเขาลูกเล็กๆ มีถ้ำอยู่ภายใน ชาวจีนมาเลเซียและนักท่องเที่ยวที่ผ่านไปมา มักจะแวะนมัสการพระโพธิสัตว์เจ้าแม่กวนอิม และพระสังฆกระจายองค์ใหญ่ ภายในถ้ำมีภาพจิตรกรรมขนาดใหญ่วาดลงผนังถ้ำ โดยจิตรกรชาวจีนที่อาศัยอยู่ฮ่องกง

เมื่อเที่ยวภายในถ้ำได้เวลาอันควรแล้วก็็เดินทางกันต่อ แต่รถบัสดันเกิดปัญหาเพราะทางแยกที่ลงจากถนนเข้าไปวัดค่อนข้างชันมาก หักมุมลงจากถนนใหญ่โดยไม่ได้ทำให้ลาดเอียง ทำให้รถที่มีช่วงยาวๆเช่นรถบัสมีปัญหา ใต้ท้องรสบัสครูดกับเหลี่ยมถนน จนเห็นน้ำมันเยิ้มออกมาจากใต้ท้อง จึงต้องจอดรถเพื่อตรวจสอบ โชเฟอร์ชาวมาเลเซียเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย เพราะหนทางข้างหน้าจะเป็นทางขึ้นเขาคาเมรอนที่สูงชันและคดเคี้ยว จึงโทรเรียกหน่วยบริการซ่อมเคลื่อนที่เร็วมาแก้ไข ซึ่งก็มาในเวลาอันรวดเร็ว พร้อมอุปกรณ์ซ่อมครบชุด

ความจริงเรื่องเล็กๆ เหล่านี้ผมจะข้ามไปก็ได้ เพราะเหมือนกับว่าเป็นเรื่องหยุ๋มหยิ๋ม แต่เหตุที่พูดถึงก็ต้องการสะท้อนการทำงานของโชเฟอร์รถทัวร์มาเลเซียที่มีความรับผิดชอบ และตระหนักถึงความปลอดภัย อาการที่เกิดกับรถอาจไม่ไช่เรื่องใหญ่โตนักในความเข้าใจของผู้ที่มีความรู้เรื่องช่าง แต่จิตสำนึกของโชเฟอร์มีอยู่สูง จึงตัดสินใจเรียกช่างมาแก้ไข เพื่อความสบายใจ และเพื่อความปลอดภัย โดยไม่สนใจว่าโปรแกรมท่องเที่ยวจะเสียเวลาแค่ไหน

ย้อนกลับมาบ้านเรา จากงานพืชสวนโลก ต้นปี 2550 มีรถบัสนักท่องเที่ยวจากต่างจังหวัด (น่าจะเป็นกลุ่มครู อาจารย์ จากจังหวัดจันทบุรีหรือระยอง) ขับรถดิ่งลงเขา และชนคอสะพานตรงทางโค้ง จนรถตกลงไปในหนองน้ำข้างทาง ผู้โดยสารกระเด็นออกนอกรถคนละทิศคนละทาง ศพเกลื่อนกระจาย มีผู้เสียชีวิต 14 ราย เหตุเกิดในอำเภอรอบนอกที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ ตำรวจสอบคนขับแล้วสารภาพว่า รู้ว่ารถมีปัญหาเรื่องเบรคตั้งแต่ก่อนออกเดินทางแล้ว แต่กลัวจะเสียเวลาและไม่ทันตามกำหนดการ จึงขับรถทั้งที่รู้ว่าสภาพรถไม่สมบูรณ์เต็มร้อย ขณะขับอยู่บนเขาก็ต้องรีบทำเวลาเพื่อไม่ให้เสียโปรแกรมเที่ยวงานพืชสวนโลก

ผลจากไม่ใส่ใจในสภาพรถ บวกกับผู้จัดเร่งรีบจะไปงานพืชสวนโลก จึงออกมาเป็นแบบที่เห็น ในงานศพก็ร้องให้กันระงม ทั้งครูและนักเรียน ใครเห็นก็อดเวทนาสงสารไม่ได้

" ความประมาทอีกแล้วครับท่าน..."

ในที่สุดทุกคนก็ลืมเหตุการณ์ครั้งนั้น คนขับถูกจับอาจคิดคุกแค่ปีสองปี แล้วก็ออกมาประกอบอาชีพเหมือนเดิม จากนั้นคนไทยก็รอฟังข่าวอุบัติเหตุรายใหม่ๆกันต่อไป เป็นวัฐจักรที่เกิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ผมนำเรื่อง 2 เหตุการณ์มาเปรียบเทียบให้เห็นถึงจิตสำนึกและความรับผิดชอบของคนขับรถบัส ว่าแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นั่งรถทัวร์ รถบัสในบ้านเรามีแต่ความไม่มั่นใจ เพราะขับเร็วกันเหลือเกิน นั่งในรถก็ภาวนาขอให้ถึงปลายทางเร็วๆ

ยังไงก็ขอฝากให้ผู้รับผิดชอบอุบัติเหตุบนท้องถนนว่า ควรหาเวลาไปดูงานที่มาเลเซีย หรือเวียดนามหน่อยเถอะ จะได้มีปัญญารู้แจ้งเห็นจริงบ้าง ว่าเค้าแก้ปัญหากันอย่างไร

” ไปเฮอะ..ไม่เสียศักดืศรีหรอก เรื่องดีๆ หัดทำซะบ้าง "
ไม่ไช่มารณณรงค์นับศพกันตอนสิ้นปีและวันสงกรานต์ พอรายงานตัวเลขเสร็จ จากนั้นก็บ้านใครบ้านมัน


               เราปล่อยให้ช่างทำการแก้ไขเรื่องรถ ส่วนพวกเราก็หาข้าวมื้อเย็นทานที่เมืองเปรัค เพราะใกล้ค่ำแล้ว อีกอย่างหากว่ากันตามโปรแกรมก็คงไปถึงที่พักดึกเกินไป มื้อนี้เลยพิเศษและโชคดีหน่อย เพราะมีร้านเป็ดน้ำแดงที่มีชื่ออยู่แถวๆนั้น คิดว่าจะทานแค่รองท้อง เจอแบบนี้เข้าเลยล่อกันเต็มพุง

เราไปถึงเชิงเขาคาเมรอนในเวลาใกล้มืดพอดี จึงเห็นแต่ภาพลางๆ แต่ก็แปลกที่เห็นไฟสว่างเป็นหย่อมๆตามภูเขา ทีแรกคิดว่าเป็นฟาร์มไก่ที่มีหลังคาเป็นวัสดุสีขาวๆ เพราะฟาร์มไก่จะต้องเปิดไฟเพื่อให้ไข่อบอุ่น จะได้ออกไข่หรือฟักตัวได้ดี แต่ไกด์บอกว่าเป็นแปลงพืชผัก

งงไม้ครับ แปลงผักเปิดไฟสว่างกันทั้งคืน บอกว่าเป็นวิธีการควบคุมอุณหภูมิไม่ให้หนาวเย็นจนเกินไป เพราะอากาศที่นี่หนาวมาก การใช้ความร้อนจากแสงไฟสปอตไลทฺช่วยทำให้พืชพักโตเร็ว

ผมเกิดมาก็พึงรู้ พึ่งเห็น ครั้งนี้แหละครับ เมืองไทยทางภาคเหนือ เท่าที่ทราบยังไม่เคยเห็นใครทำแบบนี้มาก่อน

ไกด์บอกว่าการเกษตรบนเขาคาเมรอน จะทำในรูปบริษัทเอกชน ต่างกับเมืองไทยที่เป็นชาวบ้านท้องถิ่น หรือชาวเขา การปลูกพืชเมืองหนาวบนเขาคาเมรอนมีบริษัทการเษตรนับไม่ถ้วน มีการค้นคว้าพัฒนาตามหลักวิชาการ ด้านการตลาดก็มีลูกค้าที่แน่นอน และส่วนใหญ่จะส่งไปตามเมืองใหญ่ๆของมาเลเซียและสิงคโปร์ บนเขาคาเมรอนถือว่าเป็นธุรกิจการเกษตรที่ปลอดสารพิษร้อยเปอร์เซ็นต์ และทำกันมานานหลายสิบปีแล้ว ไกด์เล่าต่อว่า พืชผักผลไม้ที่นี่เลี้ยงประชากรสิงคโปร์ทั้งเกาะ สินค้าที่ออกจากคาเมรอน ผ่านการตรวจสอบ (QC) ของทางการสิงคโปร์ ที่ถือว่าเป็นกฏเหล็กของประเทศนี้ นอกจากนี้ยังใช้ QC ของสิงคโปร์ส่งไปขายยังประเทศอื่นด้วย

หากจะเปรียบเทียบกับบ้านเราก็พอจะเทียบเคียงกับโครงการหลวงได้บ้างที่ทำในรูปแบบของนิติบุคคล มีการค้นคว้าวิจัยพืชผักเมืองหนาวตามหลักวิชาการ มีพืชผักผลไม้จากเมืองหนาวมาส่งเสริมอยู่เรื่อยๆ แต่หากเทียบกับคาเมรอน มาเลเซียแล้ว ต้องบอกว่าคาเรรอนไปไกลมาก และทำกันมาตั้ง 80 กว่าปีแล้วครับ

ไหนๆก็พาขึ้นเขาคาเมรอนกันแล้ว จึงขออนุญาตพาไปรู้จักกันหน่อยว่ามีความเป็นมากันอย่างไร ทำไมถึงทำกันใหญ่โตขนาดนี้

แต่ต้องรอในตอนต่อไปนะครับ..
เหลือบมองดูหน้ากระดาษแล้ว กลัวจะเป็นบทความที่ยาวเกินไป เกรงว่าท่านทั้งหลายจะง่วงเสียก่อน





เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
9 กันยายน 2550




( สนับสนุนการเดินทางโดย บ. บอนด์สตรีททัวร์ จก.
www.bondstreettour.com )



 
 
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ คลิก