Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์    เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์ท่องเที่ยว      Home > Outbound Tour > Sapa 9  
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
   
 
ถึงซาปา
ลุยซาปา
ลุยซาปา
นาขั้นบันใด
หมู่บ้านม้ง
ในเมืองซาปา
เมืองซาปา
หมู่บ้านกั๊ตกั๊ต
ฮามรอง
หมู้บ้านม้ง
   
Home

 
 

ซาปา ฉายาสวิสเซอร์แลนด์ของเวียดนาม เมืองเล็กๆใน จ.ล่าวกาย อยู่เหนือสุดของประเทศ ติดกับมณฑลยูนนานของจีน  อดีตเป็นเมืองตากอากาศของผู้ดีฝรั่งเศสในยุคล่าอาณานิคม ซาปามีอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี บางปีอาจเห็นหิมะตกในเมืองหรือปกคลุมยอดเขา ฟานซิปัน ภูเขาสูงสุดของเวียดนาม และสูงที่สุดในอินโดจีน ความสูง  3,143 เมตร สูงกว่ายอดดอยอินทนนท์ถึง 578 เมตร .. ติดตามแดนฝัน สวรรค์ของเวียดนามได้ที่นี่ครับ.. (เดินทางเมื่อ 1 ตค.50)

 
 
 
 
ซาปา ตอนที่ 9 : ภูเบาฮามรอง ขุดชมวิวกลางเมืองซาปา
  แผนที่การเดินทางสู่ซาปา :: เส้นทางเดินรถไฟในเวียดนาม :: แผนที่เส้นทางเดินรถ ซาปา เดียนเบียนฟู ฮานอย














     
 

ซาปาตอนที่ 9 Hamrong Hill เขาฮามรอง จุดชมวิวเมืองซาปา


เที่ยวซาปาตอนที่ 9 ถึงตอนนี้ก็คงใกล้เวลากลับฮานอยกันแล้ว คิดแล้วก็ไม่อยากกลับ เพราะซาปาน่าอยู่จริงๆ และหากชีวิตนี่เลือกได้อย่างอิสระเสรี ก็อยากมาเที่ยวซาปากันปีละ 2 ครั้ง ครั้งละ 7 วัน โดยจะเลือกหน้าฝนและหน้าหนาว แต่อยู่นานกว่านี้คงไม่ได้ กลัวจะหลงไหลจนมีลูกมีเมียเป็นคนเวียดนาม ถึงตอนนั้นก็ไม่แน่ใจว่า ชีวิตเรานี้จะยุ่งขิงกันหนาดไหน

ตอนที่ 9 นี้จะพาไปเที่ยวเขาฮามรอง (Hamrong) ส่วนตอนถัดหรือตอนที่ 10 จะไปเที่ยวหมู่บ้านชาวเขา ที่เป็นหมู่บ้านกันจริงๆ ไม่ได้อยู่กระจัดกระจายเหมือนในที่อื่นๆ จากนั้นก็ได้เวลานั่งรถกลับไปยังล่าวกาย เพื่อขึ้นรถไฟต่อไปยังฮานอย เป็นอันจบการเดินทางในทริปซาปาที่น่าประทับใจ


เขาฮามรองเป็นภูเขาที่อยู่กลางเมืองซาปา ความสูงไม่มากนัก ความจริงซาปานี้ก็ถือว่าเป็นเมืองที่อยู่บนเขาอยู่แล้ว หากออกจากตัวเมืองไปไม่กี่ร้อยเมตร ก็จะเห็นภูเขาลูกใหญ่ๆ และหุบเขาที่สวยงาม

สำหรับผู้สนใจการท่องเที่ยวไปตามภูเขาหรือปีีนเขาให้มันสะใจ ก็ต้องออกไปนอกเมืองอีกราว 1-2 กม. จากนั้นก็เดินไปตามทางที่ชาวเขาใช้สัญจรไปมา เป็นการท่องเที่ยวแนวผจญภัย ได้ออกกำลังกายและทดสอบความแข็งแรงของร่างกายไปในตัว ถ้าผ่านไปได้ ก็จะเป็นผลดีต่อจิตใจ มีความเชื่อมันในตนเองมากขึ้น เป็นการฝึกจิตฝึกกายได้เป็นอย่างดี หากใครสั่งสมประสบการณ์เหล่านี้ไว้มาก แน่นอนว่าจะเป็นคนที่ไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ มีความเชื่อมั่นในตนเองสูง มองอุปสรรคต่างๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตจนเป็นเรื่องธรรมดาๆ จิตใจแข็งแกร่ง ไม่เปราะบาง

ชีวิตคนเรา โดยเฉพาะผู้ชายจะต้องมีคุณลักษณะที่ว่านี้ จึงจะเรียกได้ว่ามีความเป็นลูกผู้ชาย หรือมีความเป็นแมน ซึ่งปัจจุบัน ความเป็นผู้ลูกชายแท้ มีจิตใจที่แข็งแกร่งกันจริงๆนั้นหาได้ยากขึ้นทุกวันๆ สังคมปัจจุบันจึงมีแต่ ชายเกย์ ชายตุ๊ดกันเต็มเมือง

ใครอยากให้ลูกชายมีอนาคตที่เป็นลูกผู้ชายตัวจริง ไม่เป็นตุ๊ดเป็นเกย์ ก็ต้องพาไปผจญภัยให้มากๆ ให้รู้จักการเรียนรู้ชีวิต สู้ชีวิต รู้จักเจ็บ รู้จักทน สิ่งเหล่านี้จะสร้างพื้นฐานด้านจิตใจให้มีความมั่นคงตั้งแต่เด็ก พอโตขึ้นเค้าก็จะเรียนรู้ชีวิตด้วยตัวเอง ต่อไปก็จะมีจิตใจที่กล้าแกร่ง เป็นเกราะป้องกันตนเองให้อยู่รอดในสังคม

ซาปามีจุดให้ท่องเที่ยวไปตามภูเขาต่างๆได้หลายแห่ง ถ้าคิดจะมาเที่ยวแนวนี้ก็ต้องมากันแบบ Back Pack หรือแบกเป้มาเอง หากมากับทัวร์แบบทั่วๆไปแล้วคงทำไม่ได้เพราะเวลามีจำกัด อีกอย่างหนึ่งก็คงไม่มีใครจัดทัวร์โหดๆแบบนี้นอกจากจะนัดไปกันเอง

นักท่องเที่ยวชาติยุโรป โดยเฉพาะชาวฝรั่งเศส มาเที่ยวซาปากันมากและอยู่กันนานหลายวัน

กิจกรรมของพวกเค้าก็คือท่องเที่ยวไปตามภูเขาต่างๆ จากเขาลูกนี้ไปลูกนั้น จนเป็นที่สนุกสนาน และสถานที่เดินป่าปีนเขาก็มีให้เลือกตามความเหมาะสมของแต่ละคน อาจจะครึ่งวัน ค่อนวัน หรือแบบค้างคืนนอนแค๊มป์ ที่ต้องนอนค้างก็เนื่องจากความสูง และ ความยากลำบากในการเดินทางที่ต้องฝ่าอุปสรรคมากกว่าเขาลูกอื่นๆ เช่นหมอกที่หนาทึบไปจนถึงละอองฝนอันเนื่องจากความสูงระดับเมฆ

การขึ้นสู่ภูเขาสูงระดับนี้คงต้องเตรียมตัวเตรียมการพอสมควร ดูฝนดูหมอกว่าสถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง ยิ่งสูงก็ยิ่งอันตราย นึกอยากจะเดินขึ้นเขาแบบภูกระดึงก็คงทำไม่ได้ ได้ยินว่าหลายคนขั้นไม่ไหว เพราะทางลื่นมาก หรือบางครั้งมีหมอกหนาเกินไปจนมองอะไรขาวไปหมด ถือว่าอันตรายมาก

ทั้งหมดนี้ก็ต้องอาศัยไกด์ท้องถิ่น หรือไกด์ชาวเขาเป็นผู้นำทาง มีให้เลือกทั้งหญิงและชาย ไกด์ชาวเขาเหล่านี้พูดภาษาอังกฤษใช้ได้นะครับ เพราะมีอาสาสมัครมาสอน และทำกันจนเป็นอาชีพ

ในบรรดานักปีนเขา หรือคนที่ชอบพิชิตยอดเขาระดับสมัครเล่น หากมาเที่ยวซาปาแล้วก็มีเป้าหมายที่จะพิชิตยอดเขาฟานซิปัน ซึ่งก็เป็นหนึ่งในรายชื่อภูเขาสูงของเอเชียที่นักปีนเขาต้องการสอบผ่านให้ได้ การท่องเที่ยวของพวกนี้จะแตกต่างจากคนอื่นๆ คือชอบพิชิตยอดเขา ต้องการอย่างเดียวคือความสะใจ ความภูมิใจที่ทำได้สำเร็จ

พวกฝรั่งนี้มีลูกบ้าเยอะกว่าคนเอเชียครับ ใครว่าภูเขาที่ไหนสูงก็จะนัดกันไปพิชิต หรือบางครั้งก็นัดกันไปเดินป่า พวกนี้ไม่เคยกลัวความลำบาก ไม่กลัวความสูง ไม่กลัวไข้ป่า ไม่กลัวการใช้ชีวิตในป่า เพราะไปเที่ยวกันจนชิน และบ่อยครั้งที่พวกคนเหล่านี้กลายเป็นนักสำรวจสมัครเล่นที่ค้นพบสิ่งต่างๆมากมาย ในถิ่นที่ไม่ค่อยมีมนุษย์คนไหนเดินทางไปถึง

แม้แต่ประเทศเวียดนามเองก็ได้ประโยชน์จากนักสำรวจสมัครเล่นที่ค้นพบความน่าอัศจรรย์ของบริเวณป่าเขา ในเขตติดต่อกับประเทศลาว มีชื่อว่า อุทยานแห่งถ้ำฟองญา ( Phong Nha-Ke Bang National Park)

สถานที่แห่งนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกทางธรรมชาติจากองค์การยูเนสโก้ เมื่อปี 2546 เรียกว่าใหม่ล่าสุดของเวียดนาม และรอการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ทางด้านท่องเที่ยวในอนาคตที่กำลังจะตามมาอีกในไม่ช้า

พื้นที่ของอุทยานทั้งหมดมีประมาณ 800 ตารางกิโลเมตร นับว่ากว้างขวางมากทีเดียว ความสำคัญของอุทยานแห่งนี้ก็คือพบหลักฐานทางชาติพันธ์ของมนุษย์ในอดีต เช่นเครื่องมือหากินและเครื่องมือล่าสัตว์
มีการค้นพบภาพเขียนของมนุษย์ยุคหินในบริเวณถ้ำของอุทยาน และค้นพบแหล่งอาศัยของมนุษย์ในสมัยอาณาจักรจาม หรือจัมปา ซึ่งเดินทางจากอินเดียสู่ดินแดนเวียดนามเมื่อหลายร้อยปีก่อน คนเวียดนามสมัยนั้นเรียกพวกจามว่ามนุษย์ภูเขา เพราะชอบอาศัยอยู่ตามภูเขา คล้ายกับพวกชาวเขาที่ทำไร่เลื่อนลอยในบ้านเรา และจามที่เวียดนามก็ยังเกี่ยวข้องกับสยามประเทศในสมัยต้นรัตนโกสินทร์อีกด้วย

นอกจากนี้ใน อช.ถ้ำฟองญา ก็ยังคาดว่ามีถ้ำหินปูนมากมายประมาณ 300 ถ้ำ ได้สำรวจไปแล้ว 14 ถ้ำ แต่เปิดให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเพียง แห่งเดียวเท่านั้นเอง และภายในถ้ยังมีลำธารน้ำใต้ดินไหลเชื่อมติดต่อกันยาวนับสิบๆกิโลเมตร เป็นความมหัศจรรย์ระดับโลกที่อยู่ระหว่างการสำรวจจากองค์กรต่างๆที่ได้ให้ความช่วยเหลือ

เล่ามาทั้งหมดนี้ก็เพื่อจะบอกว่า การค้นพบ อช.ถ้ำฟองญา มาจากนักท่องเที่ยวที่ชอบปีนเขาและผจญภัยในป่ามาก่อน ส่วนการค้นพบถ้ำต่างๆในประเทศไทยมาจากไหนทราบไม๊ครับ...

คำตอบคือพระธุดงค์


กลับมาที่ซาปา ก่อนที่เผลอใจไปเล่าเรื่องเมืองอื่นๆแทน

ซาปามีภูเขามากมายที่ท้าทายการเดินป่าและปีนเขาจากนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะเขาฟานซิปัน ความสูง 3143 เมตร ถือว่าสูงที่สุดในอินโดจีน และสูงที่สุดในเวียดนาม ฤดูหนาวในบางปีได้ยินว่าต้องลุยทั้งหิมะและหมอกที่หนามาก จนแทบมองไม่เห็นทางเดินที่อยู่ข้างหน้า ใครเคยพิชิตฟานซิปันได้ ก็พอจะคุยได้ว่าพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในอินโดจีนมาแล้ว

แล้วดอยอินทนนท์บ้านเราละ ทำไมจึงไม่เห็นมีใครพูดถึงการพิชิตดอยอินทนนท์กันบ้าง

ตอบแบบง่ายๆเลยก็ได้ว่า อินทนนท์คงขึ้นไปลำบาก หนทางปีนเขาก็ไม่เอื้ออำนวย ต่างกับภูเขาในซาปา เพียงแค่เห็นก็ยังอยากจะไปลุยแล้วครับ สาเหตุก็เพราะว่าภูเขาที่ซาปาแทบไม่มีป่ารกชัฏ หรือมีขวางหนามเป็นอุปสรรคขวางหน้า มีแต่เนินดิน หรือเนินหญ้า ที่สามารถเดินไปมาได้สะดวก

หากดอยอินทนนท์ต้องการจะให้มีกิจกรรมเดินขึ้นเขาพิชิตยอดเขาสูงสุดของประเทศไทย ก็ต้องทำทางเดินให้สะดวกต่อการเดินป่า หากทำได้ก็อาจเป็นเส้นทางท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และท้าทายให้ใครต่อใครเดินทางมาพิชิต

ที่กุ้ยหลินประเทศจีน หากใครไปเที่ยวก็คงเคยนั่งกระเช้าขึ้นเขาเหยาซาน เพื่อชมทัศนีย์ภาพของภูเขาในเมืองกุ้ยหลินที่กล่าวกันว่าเป็นเมืองที่มีภูเขาสวยที่สุดของจีน แต่การขึ้นไปเที่ยวข้างบน ทางการจีนได้อำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่สนใจการเดินเท้า เพียงแค่ถางหญ้าให้เป็นทางเดินเล็กๆ แค่นี้ก็พอเพียงแล้ว

ขณะที่หลายคนนั่งกระเช้าขึ้นสู่ยอดเขา ก็จะเห็นกลุ่มวัยรุ่นชาวจีนทั้งหญิงและชายเดินท่องป่ากันหลายกลุ่ม เมืองไทยหากคิดจะทำแบบประเทศจีนก็น่าจะดี เอาดอยอินทนนท์นี่แหละเป็นแห่งแรก เพราะขึ้นไปถึงยอดเขาที่สูงที่สุดในประเทศไทยแล้วดูเท่ห์กว่าเขาลูกอื่นๆ ก่อนขึ้นก็ต้องเก็บค่าธรรมเนียมเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้ และจะได้มีงบประมาณดูแลเส้นทางให้สะอาดและปลอดภัยยิ่งขึ้น

ซาปา เท่าที่ทราบนั้น คนไทยที่เคยมาเที่ยวต่างติดอกติดใจด้วยกันทุกคน มาเที่ยวแต่ละครั้งก็อาจเห็นบรรยากาศที่แตกต่างไม่ซ้ำกัน มาช่วงหน้าหนาวก็อาจเห็นทะเลหมอกกันสมใจอยาก จนบางครั้งอาจรู้สึกน่าเบื่อด้วยซ้ำไป เพราะหมอกปกคลุมกันครึ่งวันค่อนวัน จะไปเที่ยวที่ไหนก็มองอะไรไม่เห็น เดินไปด้วยกันก็ต้องพยายามไม่ให้ทิ้งระยะห่างกันมากนัก หากเกินกว่าระยะ 5 เมตร ก็มีสิทธิ์พลัดหลงกันได้ง่ายๆ บางคนก็บอกว่าแค่ 3 เมตรก็แทบจำหน้ากันไม่ได้

ซาปาไม่ได้มีหมอกเฉพาะหน้าหนาวแต่เพียงฤดูเดียว หน้าฝนก็สวยไม่แพ้ฤดูอื่น ยามที่มีเมฆฝนลอยอยู่ระดับต่ำ ๆ ก็จะไม่ต่างกับทะเลหมอก เห็นไอน้ำค่อยๆก่อตัวขึ้นทีละเล็กละน้อยจนกลายเป็นเมฆขาว ปกคลุมกันทั่วทั้งหุบเขา

สิ่งที่คนเวียดนามนั่งลุ้นนอนลุ้นในช่วงฤดูหนาวคงหนีไม่พ้นหิมะ บ้านเราลุ้นให้เกิดแม่คะนึ้ง แต่ประเทศเวียดนามซึ่งอยู่สูงกว่าเรา และโดยทั่วไปอากาศจะเย็นกว่าบ้านเรา จึงมีโอกาสเห็นหิมะกันบ่อยครั้ง บางปีมีหิมะโปรยปรายไม่ต่างกับสายฝน นานเข้าก็หนาหลายนิ้ว ตามพื้นดิน ต้นไม้ หลังคาบ้านเรือน ปกคลุมไปด้วยหิมะ ไม่ต่างกับประเทศในเขตหนาว

ปีใดมีหิมะตก ปีนั้นคนเวียดนามก็จะขึ้นมาเที่ยวกันมากขึ้น โรงแรมและที่พักพลอยคึกคักตามไปด้วย

ไกด์บอกว่าโดยปกติแล้วจะเห็นหิมะสีขาวๆปกคลุมตามยอดเขาสูงๆเป็นประจำ หากปีใดหิมะตกหนักก็อาจเห็นทั่วไปในซาปา โดยไม่ต้องเดินทางไปดูในที่อื่นๆ

สถานที่นักท่องเที่ยวมักจะไปดูหิมะก็คือเขาฮามรอง (Ham Rong) เป็นสถานที่อยู่ใกล้ที่สุด

ฮามรอง เป็นเขาลูกเล็กๆที่อยู่ในเมืองซาปา ที่เป็นทั้งภูเขา และเป็นสวนสาธารณะไปในตัว แต่ก่อนขึ้นไปข้างบนต้องเสียค่าธรรมเนียม จากนั้นก็เดินไปตามขั้นบันใดที่ไม่สูงชันอะไรนัก เดินต่อไป เรื่อยๆ เหนื่อยแค่นิดหน่อย

ในสวนประกอบไปด้วยไม้ดอกและไม้ผล โดยเฉพาะต้นท้อจะปลูกมาก (เข้าใจว่านิยมปลูกเพราะตอนออกดอกออกลูกจะสวยกว่าผลไม้ชนิดอื่น) บริเวณทั่วไปในสวนนี้จะเป็นเนินดินและสนามหญ้า บางแห่งมีก้อนหินตะปุ่มตะป่ำโผล่ขึ้นมาตามสนามหญ้า คล้ายสวนหินที่เกิดจากธรรมชาติ ไกด์บอกว่าหน้าหนาวจะเห็นลูกท้อสวยงามมาก ดูไกลๆคล้ายแอปเปิ้ล บางปีตามพื้นหญ้าจะขาวไปด้วยหิมะ

เมื่อเดินขึ้นบันไดสูงขึ้นไปอีก ก็จะเห็นทิวทัศน์เมืองซาปาจากมุมสูงได้ชัดเจน ชนิดที่เห็นแล้วก็ตะลึง จนคาดไม่ถึงว่าที่นี่คือเวียดนาม ดูไม่ต่างกับยุโรปเท่าใดนัก ถึงจุดนี้แทบไม่เชื่อสายตาตนเอง ว่าซาปาจะสวยงามขนาดนี้ ภูเขาลูกใหญ่ๆ และหุบเขาที่อยู่เบื้องหน้า สวยเกินบรรยาย เหมือนฝันเลยก็ว่าได้

“ ซาปา สวรรค์ของเวียดนาม” ผมขึ้นมายืนอยู่ตรงจุดที่หลายคนอยากมาเห็นแล้วครับ....

มองจากมุมสูงนี้แทบจำเมืองซาปาไม่ได้ว่า ถนนที่เคยเดิน ตึกที่เคยเห็น หรือโบสต์เก่าที่เคยผ่าน อยู่ข้างล่างนี่เอง ตอนแรกๆที่ขึ้นมาถึงก็ไม่คิดว่าจะเป็นตัวเมืองซาปา เข้าใจว่าน่าจะเป็นซาปาในมุมอื่นที่ยังไม่เคยไป แต่เมื่อตั้งสติได้ และค่อยๆดูทีละส่วนๆ จึงถึงบางอ้อ

น่าแปลกนะครับ เมื่ออยู่ระดับเดียวกัน หรือเดินไปเดินมาในเมืองซาปา ก็มองไม่ออกว่าเมืองซาปาจะมีหน้าอย่างไรในมุมอื่น แต่
เมื่อขึ้นมาอยู่ที่สูง ซึ่งก็ไม่สูงมากนัก เมื่อมองลงไปแล้วกลับเห็นความสวยงามชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ทำไห้ได้คำตอบว่าทำไมพวกผู้ดีฝรั่งเศสในสมัยล่าอาณานิคมจึงเลือกซาปาเป็นเมืองตากอากาศ

ใครอยากแปลกใจก็ต้องมาพิสูจน์ได้ด้วยตนเอง มาเที่ยวแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน โดยเฉพาะเรื่องอากาศที่เย็นสบาย แค่เรื่องเดียวก็เกินคุ้มแล้วครับ



เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
9 พฤษภาคม 2552

 

   
   
          copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ