Home   Outbound Tour   Shanghai 05
   
ตอนที่ 1
ตอนที่ 2
ตอนที่ 3
ตอนที่ 4
ตอนที่ 5
ตอนที่ 6
ตอนที่ 7
ตอนที่ 8
ตอนที่ 9
ตอนที่ 10
ตอนที่ 11
ตอนที่ 12
หอไข่มุก
ทุ่งคาโนลา
ทะเลสาบซีหูุ
การแสดง
หังโจว - อู๋ซี
พระหลิงซาน
อู๋ซี- ซูโจว
ซูโจว
ซูโจว
ซูโจว
เซี่ยงไฮ้
วัดอี้ฝอ
 
   
 
ตอนที่ 5 เส้นทางจากเมืองหังโจวสู่เมืองอู๋ซี ชมพระใหญ่หลิงซานสูง 88 เมตร
 
 
               
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ภาพท่องเที่ยวประเทศจีนที่ผ่านๆมา : ปักกิ่ง-กำแพงเมืองจีน : กุ้ยหลิน : สิบสองปันนา : คุนหมิง : ฮ่องกง - มาเก้า (รอสักครู่)
 









        

ทัวร์เซี่ยงไฮ้ ตอนที่ 5 เส้นทางจากเมืองหังโจวสู่เมืองอู๋ซี ชมพระใหญ่หลิงซานสูง 88 เมตร
(เดินทาง มีนาคม 2552 /20
09)


ทริปเซี่ยงไฮ้ได้ดำเนินมาถึงตอนที่ 5 แล้วนะครับ ความจริงแล้วการมาเที่ยวในต่างประเทศหรือที่ไหนๆก็ตาม  มักจะไปเที่ยวในสถานที่สำคัญๆของเมืองนั้นเป็นเรื่องหลัก  จากนั้นก็จะไปเที่ยวเมืองอื่นๆเพื่อให้ครบตามโปรแกรม 

อย่างเช่นทริป "เซี่ยงไฮ้ 4 คืน5 วัน" ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเที่ยวเมืองเซี่ยงไฮ้ตลอดทั้งรายการ หากเป็นเช่นนั้นนักท่องเที่ยวคงจะเบื่อเพราะไม่ได้ไปเมืองไหนเลย  เซี่ยงไฮ้เองก็ไม่ได้มีสถานที่ท่องเที่ยวอะไรมากมายนัก  คนทั่วไปทราบกันดีว่าเป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของจีน  ใครๆก็อยากมาเห็นความเจริญรุ่งเรืองของเมืองนี้ หรือเมื่อเทียบกับเมืองไทยแล้วแตกต่างกันแค่ไหน

เรียกว่าความเจริญของเมืองสามารถเรียกแขก หรือใช้เป็นจุดขายเพื่อการท่องเที่ยวได้

แต่ความจริงแล้วทริปเซี่ยงไฮ้  เป็นแค่เรียกความสนใจให้คนไปเที่ยว เพราะโปรแกรมท่องเที่ยวที่เป็นเนื้อเป็นหนังจะอยู่ต่างจังหวัดเป็นหลัก ส่วนเซี่ยงไฮ้ก็แค่มาเห็นความเจริญ  ขึ้นหอคอยไข่มุกที่สูงเทียมเมฆ  เที่ยววัดเก่าแก่ในตัวเมืองเซี่ยงไฮ้  และซ้อปปิ้งเท่านั้น

จีนเป็นประเทศกว้างใหญ่ไพศาลและมีประชากรมากเป็นอันดับ 1 ของโลก  แต่ประชากรจีนจะเฉลี่ยกันอยู่ตามเมืองต่างๆ  ไม่ได้แออัดหรือกระจุกตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่ง  ไปเที่ยวเมืองไหนๆของจีนมีความรู้สึกว่าผู้คนหนาตาพอๆกัน  แม้แต่เมืองปักกิ่งที่เคยไปเที่ยวก็ยังแปลกใจว่าใจกลางที่เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ  เทียบได้กับย่านสีลมในบ้านเรา  แต่ผู้คนและรถราในย่านนั้นกลับบางตา 

ถามไกด์ก็บอกว่าคนจีนในปักกิ่งส่วนใหญ่เดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน  บนดินจึงเห็นผู้คนไม่มากนัก  แต่คิดว่าไม่น่าจะใช่เพราะเคยไปเที่ยวย่านเศรษฐกิจสำคัญของฮ่องกงก็เห็นผู้คนพลุกพล่าน ไม่ต่างกับสีลมบ้านเรา ทั้งๆที่เกาะฮ่องกงมีระบบรถไฟใต้ดินที่ทันสมัยมาก

ในตรงกันข้าม  ตามแหล่งท่องเที่ยวของปักกิ่งกลับเห็นผู้คนหนาแน่นชนิดที่รู้ซึ้งถึงคำว่าจีนเป็นประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลก 

เช่นพระราชวังปักกิ่งหรือพระราชวังต้องห้าม สถานท่องเที่ยวที่สำคัญเป็นอันดับหนึ่งของจีน ในแต่ละวันจะคลาคล่ำไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งคนจีนและคนต่างชาติเป็นจำนวนเรือนแสน  ดูแล้วก็น่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีผู้คนมาเที่ยวมากที่สุดในโลก

ใครเดินเที่ยวพระราชวังปักกิ่งแล้วไม่ดูตาม้าตาเรืออาจมีสิทธิพลัดหลงกันได้ โดยเฉพาะด้านหน้าพระราชวังที่เป็นจุดเริ่มต้น มีผู้คนมากมายเลยทีเดียว  ทำให้กรู๊ปทัวร์บางคณะต้องเปลี่ยนจากเดินเข้าด้านหน้าวังมาเข้าทางหลังแทนหรือสลับด้านกัน  เพราะพระราชวังปักกิ่งจะเป็นแนวยาว สามารถเดินจากหน้าไปทะลุหลังวัง  หรือจากประตูหลังไปทะลุประตูหน้าได้   

สำหรับทริปเซี่ยงไฮ้ตอนที่ 5 คงไม่ได้พาเที่ยวที่ไหน  ส่วนใหญ่เป็นภาพการเดินทางจากเมืองหังโจวสู่เมืองอู๋ซี แหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองนี้ก็มีพระใหญ่หลินซาน สร้างด้วยทองสัมฤทธิ์สูงถึง 88 เมตร นับว่าใหญ่โตมากทีเดียว

ระหว่างการเดินทางสู่เมืองอู๋ซีได้ใช้ทางด่วนหรือไฮเวย์  ซึ่งเป็นไฮเวย์สายใหม่ ระยะทางประมาณ 300 กม. แต่ต้องจ่ายเงินค่าผ่านทางราว 3 ครั้ง ใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมง (7.00-10.00 น.)

เห็นไฮเวย์ของจีนแล้วอดนึกเปรียบเทียบกับบ้านเราไม่ได้ว่า ทางด่วนออกต่างจังหวัดในบ้านเราเช่นมอเตอร์เวย์หรือถนนวงแหวนรอบนอกมีรถหนาแน่นมาก คนจีนมาเที่ยวไทยคงตกใจว่าทำไมเมืองไทยรถเยอะจัง  ผิดกับจีนที่เห็นรถบนถนนบางตามาก และตลอดระยะทางมีการปลูกต้นไม้  ทำสวนหย่อมทั้งเกาะกลางถนนและตามริมทางตลอดทั้งเส้นทาง หากตีเป็นตัวเงินที่ลงทุนไปคงไม่น้อยเลยทีเดียว แต่จีนเค้าทำได้ และมีเงินพอ

ไฮเวย์เส้นทางนี้ดูจากสายตาแล้วไม่น่าจะสร้างเกิน 10 ปี พอออกจากหังโจไปได้แค่1-2 กิโลเมตรก็ใช้ไฮเวย์ทันที  ดูแล้วสะดวกมาก  ระหว่างการเดินทางสู่เมืองอู๋ซียังพอเห็นร่องรอยของเมืองชนบทอยู่หลายแห่ง โดยเฉพาะสะพานรูปโค้งข้ามลำธารสายเล็กๆ ไม่ต่างกับที่เห็นในภาพยนตร์จีน โชคดีที่ถ่ายภาพได้ทัน 

ระหว่างทางได้ผ่านโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในระยะไกลๆถึง 2 โรง  มีโอกาสเห็นปล่องควันขนาดใหญ่ อันเป็นสัญญลักษณ์ของโรงไฟฟ้านิวเคลียร์

น่าแปลกที่การสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ คนจีนไม่มีการประท้วงเหมือนเมืองไทย  จะว่าไปแล้วประเทศไหนๆก็ไม่เห็นจะประท้วงกันชนิดเป็นวรรคเป็นเวร กลัวสารกัมมันตภาพจะรั่วไหลทั้งๆที่โรงงานในปัจจุบันมีระบบควบคุมที่ได้มาตรฐานกว่าแต่ก่อน

จีนเวลานี้มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์จำนวน 13 แห่ง อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 27 แห่ง และมีแผนจะก่อสร้างอีก 50 แห่ง

จากข้อมูลในปี 2554 สหรัฐอเมริกามีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 104 แห่ง ฝรั่งเศส 58 ญี่ปุ่น 55 เกาหลีใต้ 21 เวียดนามมีแผนก่อสร้าง 12 แห่ง อินโด 2 แห่ง มาเลเซีย 1 แห่ง 

จะเห็นเขาสร้างกันโครมๆ เพราะเป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศในอนาคต

การพัฒนาประเทศก็ต้องใช้ไฟฟ้าเป็นหลัก  สร้างเขื่อนในบ้านเรามีผู้ประท้วงหาว่าเป็นการตัดไม้ทำลายป่า และทำลายต้นน้ำลำธาร  จะใช้ถ่านหินก็ไม่เอาบอกกลัวฝนเหลืองว่าเป็นก๊าสพิษ  ครั้นจะไปสร้างในลาวหรือพม่าแล้วขายต่อให้ไทย ก็ไปชวนคนลาวและพม่าให้ประท้วงรัฐบาลของประเทศนั้นๆ

สรุปว่าต่อไปประเทศไทยอาจเกิดภาวะขาดแคลนกระแสไฟฟ้าที่เป็นเส้นเลือดใหญ่ของการพัฒนาประเทศ น่าแปลกที่กระแสต้านในต่างประเทศไม่รุนแรงชนิดเอาเป็นเอาตายแบบบ้านเรา 

คิดแล้วก็น่าเบื่อที่บางครั้งเห็นว่าเป็นการประท้วงที่ไร้เหตุผล  ใครว่าไงก็เอาด้วย  เท่ากับว่ากลุ่มคนเหล่านี้มีส่วนขัดขวางการเจริญเติบโตของประเทศ

บ้านเราระยะหลังๆนี้ต้องเรียกว่าเป็นลูกอีช่างประท้วง  ประท้วงกันแหลกตั้งแต่เรื่องเล็กๆไปจนถึงเรื่องใหญ่ๆ  บางครั้งมีเรื่องมีราวจนผู้ประท้วงถูกยิงจนบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ล่าสุดก็เรื่องโครงการสร้างกระเช้าลอยฟ้าที่ปลายแหลมสงขลา นายกเทศมนตรีที่เป็นตัวตั้งตัวตีถูกยิงเสียชีวิต

เรื่องกระเช้าลอยฟ้าบ้านอื่นเมืองอื่นเห็นสร้างกันเป็นว่าเล่น ทั้งนี้ก็เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว แต่บ้านเรากลับไม่เห็นความสำคัญ  อ้างเรื่องทำลายธรรมชาติและสภาพแวดล้อมไปโน่น ทั้งๆที่ไม่เกี่ยวกันเลย

ในต่างๆประเทศที่เคยเห็นมา ไม่เห็นว่าการสร้างกระเช้าลอยฟ้าจะทำลายธรรมชาติอะไรตรงไหน  ต้นไม้สักต้นก็ไม่ได้ตัด เพราะเค้าปักเสาเหล็กสูงเหนือยอดไม้มาก  กระเช้าจึงลอยอยู่เหนือต้นไม้ทั้งหมด

เรื่องสกายวอล์ก หรือทางเดินลอยฟ้าใต้ทางด่วน  เป็นโครงการนับหมื่นล้านของกทม. แต่ตอนนี้ต้องพับไว้ก่อน เนื่องจากมีผู้ประท้วง โครงการสกายวอล์กมีระยะทางราว 50 กม. หากสร้างเสร็จก็จะอำนวยความสะดวก ผู้คนจะได้ไปแออัดอยู่ข้างล่างหรือทางเท้า แถมยังเชื่อมต่อกับอาคารใหญ่ๆได้ตลอดเส้นทาง เช่นทางเชื่อมเข้าห้างสยามพารากอน หรือห้างเซ็นทรัลชิดลม

โครงการนี้มีนักวิชาการด้านต่างๆแสดงความคิดเห็นกันหลายคน  ซึ่งล้วนแล้วแต่ไม่รู้จริงทั้งนั้น อ้างโน่นอ้างนี่กันเรื่อยเปื่อย บ้านอื่นเมืองอื่นเขาสร้างกันด้วยกันทั้งนั้น ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนก็เมืองฮ่องกง และสิงคโปร์ ฝนตกแดดออกก็ไม่มีปัญหาเพราะมีหลังคา  ทางเดินก็ราบเรียบไม่มีสะดุด รถเข็นคนพิการสามารถไปไหนมาไหนได้สะดวกกว่าทางเท้ามาก

หากการสร้างสกายวอล์คต้องทำประชาพิจารณ์ ประเทศนี้ก็คงจะเพี้ยนกันไปใหญ่แล้ว เพราะมันเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกเช่นเดียวกับสร้างสะพานลอยคนข้ามถนน หรือสร้างถนนยูเทินรูปเกือกม้า

บ้านเราก็เป็นเสียแบบนี้  มีกูรู หรือผู้รู้ทั้งฝ่ายวิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมมากมาย  รู้จริงก็คงไม่ว่า แต่ถ้าโง่จริงก็สมควรถูกประนาม


การประท้วงบางเรื่องก็น่าสนับสนุนและเห็นด้วย  แต่ก็มีหลายเรื่องที่เกิดจากความไม่เข้าใจ ไม่รู้  และมีอคติ ภาษาพระเรียกว่า “อวิชชา “  แปลเป็นภาษาชาวบ้านเรียกว่า “ งี่เง่า” ครับท่าน



โฟโต้ออนทัวร์
6 ธันวาคม 2555


แผนที่จีน มณฑลเจ้อเจียง

 

 
 
     
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ