Home   Outbound Tour   Shanghai 09
   
ตอนที่ 1
ตอนที่ 2
ตอนที่ 3
ตอนที่ 4
ตอนที่ 5
ตอนที่ 6
ตอนที่ 7
ตอนที่ 8
ตอนที่ 9
ตอนที่ 10
ตอนที่ 11
ตอนที่ 12
หอไข่มุก
ทุ่งคาโนลา
ทะเลสาบซีหูุ
การแสดง
หังโจว - อู๋ซี
พระหลิงซาน
อู๋ซี- ซูโจว
ซูโจว
ซูโจว
ซูโจว
เซี่ยงไฮ้
วัดอี้ฝอ
 
   
 
ตอนที่ 9 ทริปเซี่ยงไฮ้ตอนที่ 9 : ซูโจว เมืองแห่งสาวงาม นมัสการพระอรหันต์ วัดซีหยวน
 
 



ค่ำคืน และ ยามเช้า ที่เมืองซูโจว Suzhou China


                      

                      

                    

                     

 
 
ภาพท่องเที่ยวประเทศจีนที่ผ่านๆมา : ปักกิ่ง-กำแพงเมืองจีน : กุ้ยหลิน : สิบสองปันนา : คุนหมิง : ฮ่องกง - มาเก้า (รอสักครู่)
 
ทัวร์เซี่ยงไฮ้ ตอนที่ 9 เมืองซูโจว
Suzhou China

(เดินทาง มีนาคม 2552 /20
09)


ทริปเซี่ยงไฮ้ ตอนที่ 9 ยังอยู่ในเมืองซูโจวนะครับ  จากตอนที่ 8 หรือตอนที่แล้วได้จบลงตรงที่ภัตตาคารหน้าวัดซีหยวน  ซึ่งหลังทานอาหารมื้อเย็นเสร็จก็เข้าโรงแรมที่พัก  ตกค่ำก็ไปเที่ยวย่านการค้าราตรีของเมืองนี้ 

เราเดินไปเที่ยวกันเนื่องจากอยู่ไม่ไกลจากที่พักนัก  แต่ความจริงแล้วน่าจะเลือกมาพักโรงแรมที่อยู่ใกล้แหล่งท่องเที่ยวตอนกลางคืนมากกว่า

ปกติการท่องเที่ยวในเมืองต่างๆมักโดนบังคับ(จากรัฐบาลจีน)ให้ไปดูโชว์ต่างๆ แต่เมืองนี้ไม่มีโชว์  นักท่องเที่ยวจึงมีเวลาออกไปเดินซ้อปปิ้งในย่านการค้าดัง แต่บรรยากาศดูไม่ค่อยน่าเดินน่าซ้อปนัก เนื่องจากคนไทยส่วนใหญ่มักนิยมไปเลือกซื้อสินค้าแบกะดิน หรือตามร้านริมถนนที่ขายของจิปาถะ  รวมทั้งแหล่งของกินที่เป็นของท้องถิ่น เช่นน้ำขิง เฉาก้วย ปิ้งๆย่างๆ หรือของทานเล่นประเภทยืนทาน หรือเดินไปทานไป

แต่ที่เมืองซูโจวไม่มีร้านค้าหรือมีย่านขายของแบบที่ว่านี้(มีหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ) เห็นมีแต่ห้างสรรพสินค้าที่อยู่ติดกันพรืด  รวมทั้งร้านใหญ่ๆที่ขายสินค้าแบรนด์ดังๆจากยุโรป  ซึ่งราคาก็คงจะพอๆกับบ้านเรา

บ้านเราสินค้าพวกนี้ก็มีเยอะจึงไม่รู้จะเดินให้เสียเวลาทำไมกัน ว่าแล้วก็แค่ชะโงกหน้าเข้าไปแค่ชั้น 1 จากนั้นก็เดินออกไปด้านนอกที่อากาศเริ่มเย็นลงทุกขณะ  หรือยิ่งดึกก็ยิ่งหนาว

เดินถ่ายภาพจนเมื่อย จากนั้นก็กลับโรงแรม

ตอนเช้าตื่นแต่มืด ออกไปสำรวจสถานที่อยู่รอบๆโรงแรม  ซอกแซกไปตามที่ต่างๆที่คิดว่าคงไม่มีใครมาเดินเล่น

ขณะที่เดินเล่นก็รู้สึกว่าเมืองซูโจวที่เห็นมีความเจริญไม่ต่างกับเมืองอื่นๆ แต่พอหลบเข้าไปในซอยอีกนิดนึงก็จะเป็นอีกบรรยากาศหนึ่งที่เรียกว่าของแท้ ช่วงแรกๆที่เดินเข้าไปในซอยเห็นตึกคอนโดที่พอจะดูดี  ด้านล่างของอาคารเป็นที่จอดรถของผู้อยู่อาศัย และไม่มีที่จอดรถอย่างเป็นที่เป็นทาง พอเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆก็จะเห็นความเป็นอยู่ของผู้อาศัยที่มีฐานะต่างกับด้านนอกอย่างเห็นได้ชัด ไม่ต่างกับสลัมในบ้านเรา ระหว่างชายคาในชุมชนกลุ่มนี้มีตากเสื้อผ้า กางเกงใน กางเกงลิง เต็มไปหมด

บ้านเราส่วนใหญ่ถือว่าการตากเสื้อผ้าในที่อาศัยนั้น จะกระทำกันอย่างมิดชิด ไม่ค่อยเห็นใครตากเสื้อผ้าชนิดที่ให้ชาวบ้านแอบเอาไปนินทา แต่จีนนี่ตรงกันข้ามนะครับ ถือว่าเรื่องนี้คนไทยมีวัฒนธรรมที่ดีกว่าจีน

คนที่นี่เค้าตากเสื้อผ้าบนราวลวดหรือราวไม้ไผ่ข้ามชายคาอาคาร ตอนตากใหม่ๆน้ำคงหยดติ๋งๆ คนเดินไปเดินมาก็ต้องคอยหลบ  แต่จะว่าไปแล้วก็เป็นวิถีชีวิตของคนจีนที่คงไม่ค่อยถือสากันนัก  เนื่องจากเป็นประเทศที่มีประชากรมาก  ที่อยู่อาศัยจึงต้องแออัดเป็นธรรมดา

นึกขึ้นได้ว่าปัจจุบัน ถือว่าคนจีนมีวัฒนธรรมดีกว่าแต่ก่อนเยอะนะครับ แรกๆเห็นบ่นกันนักว่าห้องส้วมในจีน ใครเข้าไปรับรองสลบเหมือด แต่เวลานี้ดีขึ้นเยอะ ขี้เยี่ยวไม่ค่อยสกปรกเหมือนแต่ก่อน ห้องน้ำตามสถานที่ท่องเที่ยวดีขึ้นมาก

แต่เรื่องวัฒนธรรมที่ค่อนข้างจะแย่ของนักท่องเที่ยวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศ ก็ยังสร้างปัญหาให้กับประเทศนั้นๆมาก โดยเฉพาะเรื่องมารยาท จนรัฐบาลจีนต้องประกาศจัดพิมพ์คู่มือ ให้นักท่องเที่ยวจีนได้ปฏิบัติ ซึ่งมีถึง 64 หน้า

สาระสำคัญของ “คู่มือนักท่องเที่ยวที่มีอารยธรรม” มีดังนีั้

- ไม่ใช้ถ้อยคำไม่สุภาพกับเจ้าของประเทศ
- อย่าทิ้งรอยรองเท้าไว้บนที่นั่งในห้องสุขา (ขี้แล้วต้องกดชักโครก..อันนี้ผมเติมเอง)
- อย่าเรียกร้องให้ชาวบ้านถ่ายรูปให้
- ไม่ควรหยิบฉวยหมอนและเสื้อชูชีพบนเครื่องบินติดมือมาด้วย (แบบนี้ก็มีด้วย)
- ไม่ควรพูดถึงสถาบันที่เป็นที่เคารพสูงสุด(คงหมายถึงประเทศไทย)
- ห้ามใช้เท้าชี้ของเป็นอันขาด (เหลือเชื่อจริงๆ)
- เวลารับประทานอาหารในญี่ปุ่นไม่ควรจับต้องเสื้อผ้าหรือผมเผ้า

ดูแล้วก็เป็นเรื่องตลก ชนิดที่รัฐบาลจีนต้องจัดทำคู่มือเรื่องมารยาทการท่องเที่ยวในต่างประเทศ เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจนนับครั้งไม่ถ้วน และยังสร้างความอับอายให้กับรัฐบาลจีน แต่จะว่าไปแล้วยังมีอีกหลายข้อที่สร้างความรังเกียจ เช่นการสูบบุหรี่ การแคะขี้ฟันและคาบไม้แคะไว้ในปาก เดินชนแล้วไม่ขอโทษ ฯลฯ

ใครมาเที่ยวจีนหากเจอแบบนี้ก็ไม่ควรโมโหโกรธานัก เนื่องจากคนจีนเขาก็เป็นแบบนี้มานานนับพันๆปีแล้วละครับ

หลังจากเดินซอกแซกจนได้เวลาแล้วก็ต้องรีบกลับโรงแรมเพื่อทานอาหารเช้าในเวลานัดหมายคือ 7.30 น.เป็นต้นไป  ขณะนั้นก็เป็นเวลาราว 8.00 น.

9.00 น.ก็ต้องออกจากโรงแรมเพื่อเที่ยวเมืองเก่า ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อของที่นี่ ได้ยินว่ามีป้อมเก่าแก่ และมีประตูโบราณที่มีอายุเป็นพันๆปี

พบกันใหม่ในตอนที่ 10 นะครับ

 

โฟโต้ออนทัวร์
2 มีนาคม 2557



 

     
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ