Home   Outbound Tour   Shanghai 11
   
ตอนที่ 1
ตอนที่ 2
ตอนที่ 3
ตอนที่ 4
ตอนที่ 5
ตอนที่ 6
ตอนที่ 7
ตอนที่ 8
ตอนที่ 9
ตอนที่ 10
ตอนที่ 11
ตอนที่ 12
หอไข่มุก
ทุ่งคาโนลา
ทะเลสาบซีหูุ
การแสดง
หังโจว - อู๋ซี
พระหลิงซาน
อู๋ซี- ซูโจว
ซูโจว
ซูโจว
ซูโจว
เซี่ยงไฮ้
วัดอี้ฝอ
 
   
 
ทริปเซี่ยงไฮ้ตอนที่ 11 : เดินทางจากเมืองซูโจวสู่เซี่ยงไฮ้ ซ้อปปิ้ง ชมกายกรรมเซี่ยงไฮ้
 
 



เดินทางจากเมืองซูโจวสู่เซี่ยงไฮ้ ซ้อปปิ้ง ชมกายกรรมเซี่ยงไฮ้


                      

                      

                    

                     

 
 
ภาพท่องเที่ยวประเทศจีนที่ผ่านๆมา : ปักกิ่ง-กำแพงเมืองจีน : กุ้ยหลิน : สิบสองปันนา : คุนหมิง : เซี่ยงไฮ้
 
ทัวร์เซี่ยงไฮ้ ตอนที่ 11 เดินทางากเมืองซูโจวสู่เซี่ยงไฮ้ ซ้อปปิ้ง ชมกายกรรมเซี่ยงไฮ้
Shanghai China

(เดินทาง มีนาคม 2552 /20
09)


ตอนที่แล้วเราออกจากเมืองซูโจวในช่วงบ่ายๆ หลังทานข้าวกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นก็เดินทางเข้าสู่เซี่ยงไฮ้ เมืองเศรษฐกิจสำคัญอันดับ 1 ของประเทศจีน ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงก็มาถึงเซี่ยงไฮ้

พอรถพาเข้าเขตเมืองก็เห็นผู้คนเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะในช่วงหลังเลิกงาน แทบจะเรียกว่าตามทางแยกมีแต่คนขี่จักรยานและมอเตอร์ไซด์เต็มไปหมด   ส่วนรถเก๋งหรือรถส่วนตัวมีน้อยมาก บรรยากาศในเมืองเซี่ยงไฮ้ทางแถบนี้ ผู้คนดูเป็นชาวบ้านๆ หรือคนจีนที่มีวิถีชีวิตแบบดั่งเดิม เช่นขี่จักรยานคันเก่าๆ ใส่เสื้อผ้าออกสีดำๆ มีรถซาเล้งหรือรถลากบรรทุกของที่ค่อนข้างบูโรทั่ง ท้องถนนดูค่อนข้างรกรุงรัง ไม่ค่อยสะอาด ฝุ่นเต็มไปหมด สภาพดูไม่ต่างกับเมืองคุนหมิงมากนัก

คนไทยส่วนใหญ่อาจเข้าใจว่า เซี่ยงไฮ้เป็นเมืองใหญ่ หรูหรา เป็นที่ตั้งของธุรกิจระดับโลก ในเมืองคงมีแต่ความเจริญมั่งคั่ง ผู้คนต้องแต่งตัวทันสมัย แต่ภาพที่เห็นมันช่างแตกต่างกับที่คิดไว้มาก

"เซี่ยงไฮ้" ไกด์ของเราบอกว่าจะแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนที่เป็นเมืองใหม่หรือเขตเศรษฐกิจที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้า คล้ายกับย่านสีลมในบ้านเรา และอีกส่วนหนึ่งจะเป็นเขตที่อยู่อาศัยของคนดั่งเดิม โดยมีแม่น้ำเป็นเส้นแบ่ง  คล้ายกับฝั่งธนบุรีกับฝั่งพระนครในบ้านเรา

ไกด์บอกว่าในเขตที่เป็นย่านธุรกิจที่ดินจะแพงมาก ใครอาศัยในย่านนั้นถือว่าเป็นระดับที่มีเงิน ส่วนบุคคลทั่วไปจะอยู่อีกฟากหนึ่งของแม่น้ำซึ่งเป็นย่านเก่าแก่  ราคาที่พักหรือทำเลการค้าจะมีราคาถูกกว่า

เขตที่อยู่อาศัยในย่านเมืองเก่ายังเป็นย่านอาศัยของคนจีนต่างถิ่นที่เข้ามาขุดทองหรือเข้ามาทำงานในเซี่ยงไฮ้ แต่คนต่างถิ่นเหล่านี้จะต้องเสียภาษีมากกว่าผู้ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนั้นๆ ซึ่งต่างกับบ้านเราที่เสียภาษีเงินได้ในอัตราเดียวกัน ไม่ว่าจะไปทำงานส่วนไหนของประเทศ

สำหรับการเดินทางของผู้คนในเขตเมืองเก่าเพื่อไปทำงานในตัวเมืองเซี้ยงไฮ้มีทั้งใช้บริการทางด่วนสำหรับผู้ที่มีรถส่วนตัว และใช้บริการขนส่งสาธารณะ  เช่นรถไฟฟ้าบนดินและใต้ดิน  ซึ่งในประเทศจีนมีระบบขนส่งมวลชนที่ทันสมัย สามารถขนผู้คนจากต่างจังหวัดหรือตามย่านชานเมืองเข้ามาทำงานในเมืองได้อย่างสะดวกกว่าบ้านเรามาก

คนที่อยู่ในย่านชานเมืองจึงไม่มีปัญหาเรื่องการเดินทาง อยู่ไกลๆก็เหมือนกับอยู่ใกล้ อีกอย่างการดำเนินการในเรื่องสาธารณูปโภค รัฐบาลจีนไม่ต้องทำประชาพิจารณ์เหมือนบ้านเรา การพัฒนาประเทศจึงไม่มีอุปสรรค เมื่อรัฐบาลวางแผนเสร็จก็เสนอผ่านสภาและจะดำเนินการทันที ส่วนบ้านเราวางแผนเสร็จ ก็มาติดแหง๊ก กับเรื่องการประท้วงของชาวบ้านที่ไม่ยอมให้สร้าง ไม่พอใจก็ออกมาประท้วงปิดถนน

ตัวอย่างเช่นการสร้างทางขึ้น-ลงทางด่วนที่ต้องเฉือนพื้นที่ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์-บางเขน โดยการทางพิเศษได้สร้างตอม่อเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคตไว้เรียบร้อยแล้ว แต่พอรัฐบาลจะสร้างขึ้นมา ก็มีบรรดาอาจารย์และนักศึกษาออกมาประท้วงจนกระทั่งรัฐบาลยิ่งลักษณ์ต้องระงับโครงการไว้ชั่วคราว ทั้งๆที่เรื่องนี้วางแผนกันมาเกือบ 20 ปี พร้อมๆกับการสร้างถนนประเสริฐมนูกิจ หรือถนนเกษตร-นวมินทร์

หากโครงการนี้ระงับไป ก็ไม่ต่างกับโครงการโฮปเวล์ที่สร้างตอม่อเลียบทางรถไฟ จนทิ้งร้างมาเป็นเวลานาน และในที่สุดก็ต้องทุบทิ้ง

สำหรับการเดินทางท่องเที่ยวเมืองเซี่ยงไฮ้ครั้งนี้ เป็นการเดินทางเมื่อปี 2552 หรือ 5 ปีมาแล้ว เชื่อว่าขณะนี้ (ปี 2557) ระบบขนส่งมวลชนที่เมืองเซี่ยงไฮ้คงจะก้าวหน้าไปกว่านี้มาก โดยเฉพาะโครงการรถไฟความเร็วสูงที่จีนได้นำมาทดลองวิ่งระหว่างเมืองเซี่ยงไฮ้ไปยังสนามบิน เมื่อ 5-6 ปีก่อน

แต่หลังจากนั้นไม่เกิน 4 ปี ปรากฏว่าจีนได้เปิดการเดินรถไฟความเร็วสูงสายสำคัญเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และขณะนี้ก็กำลังขยายไปอีกหลายสายทั่วประเทศ ทำให้คนไทยสามารถเดินทางท่องเที่ยวในจีนได้มากขึ้นโดยใช้เวลาเท่าเดิม สาเหตก็ุเนื่องจากการคมนาคมที่สะดวกและรวดเร็ว ใครไปเที่ยวจีนในตอนนี้ถือว่าโชคดีที่มีโอกาสนั่งรถไฟความเร็วสูงเป็นระยะทางไกลๆ ขณะเดียวกันก็มีโปรแกรมท่องเที่ยวมากกว่าแต่ก่อน

ตัวอย่างเช่นการเดินทางในทริป นานกิง- เซี่ยงไฮ้ - ปักกิ่ง ราคาทัวร์เท่าที่ทราบมาแค่ 19,999 บาท เดินทาง 9 วัน 7 คืน ถือว่าถูกมาก ถามคนที่เคยไปก็บอกว่า OK กินดี อยู่ดี เที่ยวสนุก ตามโปรแกรมทุกอย่าง


ช๊อปห้างจีน

ในเย็นนี้เรามีโปรแกรมซ้อปปิ้งที่ห้างสินค้าจีนแห่งหนึ่งในเมืองเซี่ยงไฮ้(โซนเก่า) เป็นห้างไม่ใหญ่นัก ส่วนใหญ่ก็มีแต่นักท่องเที่ยวจีนและไทย ห้างนี้ขายสินค้าแบรนด์จีนเป็นหลัก พวกสินค้าดังๆจากยุโรป จะเป็นของก็อปหรือของเลียนแบบทั้งห้าง 

ห้างนี้เป็นแหล่งซ้อปปิ้งของนักท่องเที่ยว มีชื่อว่า Shanghai Longhua Fashion & Gift Market หรือตลาดเซี่ยงหยางเดิม(Xiang Yang) สินค้าในห้างส่วนใหญ่เป็นของที่ก๊อปมาจากแบรนด์ดังจากต่างประเทศ และมีชื่อว่า Fake Market หรือตลาดของปลอม

ห้างลองหัว(Longhua)หรือห้างเซี่ยงหยาง(Xiang Yang) ถือว่าเป็นห้างใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 10 ห้างดังของเซี่ยงไฮ้ ถ้าหากจะเทียบกับห้างไทยในระดับเดียวกันแล้วคงสู้ห้างไทยไม่ได้แน่ ทั้งบรรยากาศและความสะอาด ห้างไทยกินขาด

ห้างไทยไม่ว่าจะระดับไหนน่าเดิน น่าซื้อกว่าห้างจีนมาก การตกแต่งหน้าร้าน บ้านเราดีกว่าเยอะ ห้างจีนไม่ว่าจะเป็นเมืองไหน ดูมันโหลๆ เชยๆยังไงไม่ทราบ เช่นเดินในห้างตั้งนานก็ยังร้านไอศรีมหรือร้านกาแฟแทบไม่ได้เลย ถึงมีก็เป็นร้านเล็กๆ ไม่น่านั่ง

ส่วนราคาในตลาดลองหัวก็ไม่ได้สอบถาม จึงไม่สามารถเปรียบเทียบกับราคาในเมืองไทยได้

ใครชอบของราคาถูกๆก็อุดหนุนได้ ราคาไม่แพงนัก แต่ที่สำคัญต้องต่อราคาให้มากๆ เนื่องจากที่ห้างนี้พอเห็นคนไทยก็บอกราคาให้สูงเผื่อต่อ ใครต่อไม่เป็นหรือต่อไม่มาก ก็เสร็จพ่อค้าจีน เช่นของราคา 700 ก็ต้องต่อที่ 400 พอไม่ได้จริงๆก็ค่อยๆขยับขึ้นมาบ้าง หากไม่ได้ก็แกล้งไม่สนใจเดินออกจากร้าน ถึงตอนนี้เจ้าของร้านก็อาจกวักมือเรียก

ถามว่าสินค้าที่เห็นๆนี้ในเมืองไทยมีขายหรือไม่ ก็ต้องบอกว่ามีเพียบ...โดยเฉพาะตลาดนัดจตุจักรหรือตลาด JJ ใครไม่ได้ไปตลาด JJ มาเป็นเวลานานๆ  หากไปตอนนี้ก็อาจตกใจ  ที่เห็นสินค้าจากจีนเต็มไปหมด พวกเสื้อผ้าและรองเท้า กระเป๋าสตรีที่เห็นในห้างจีน(ตามภาพชุดนี้) ปรากฏว่าที่ตลาด JJ หรือตลาดจตุจักรบ้านเรามีขายทั้งนั้น เผลอๆอาจราคาถูกกว่าในจีนด้วยซ้ำไป

ออกจากห้างจีนก็มีโปรแกรมชมกายกรรมเซี่ยงไฮ้ ที่น่าตื่นตา โดยเฉพาะมอเตอร์ไซด์ไต่กรงเหล็กลูกกลมๆ ซึ่งมีที่นี่เพียงแห่งเดียว  ใครมาเที่ยวเซี่ยงไฮ้ก็คงมีโอกาสได้ชมกันทุกคน  เนื่องจากเป็นภาคบังคับ

กายกรรมของจีนมีชื่อเสียงมานานหลายสิบมามาแล้ว หรือนับตั้งแต่จีนเปิดประเทศในยุคของผู้นำเติ้ง เสี่ยวผิง สมัยแรกๆนั้นประเทศจีนก็ใช้กายกรรมแบบนี้เป็นฑูตสันถวไมตรี เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์กับต่างประเทศ ปัจจุบันกายกรรมของจีนกลายเป็นสินค้าเพื่อการส่งออก ส่วนนักกายกรรมตั้งแต่รุ่นเด็กจนถึงผู้ใหญ่ก็จะมีเงินค่าแสดง คล้ายกับมีเงินเดือนประจำ

ถามไกด์ว่าเค้าตั้งเงินเดือนกันอย่างไร ก็ได้คำตอบว่า หากเป็นความสามารถเฉพาะตัว ค่าตัวก็จะสูง และค่าตัวที่สูงที่สุดก็จะเป็นกายกรรมที่มีความเสี่ยงสูง เช่นรถมอเตอร์ไซด์ไต่กรงเหล็ก ไกด์บอกว่าค่าตัวจะสูงกว่าคนอื่นๆ

กายกรรมจากจีนสมัยหนึ่งก็เคยเข้ามาหากินในบ้านเราเป็นประจำทุกปีโดยเฉพาะในช่วงที่โรงเรียนปิดเทอม มาแต่ละครั้งก็เปิดการแสดงนานนับเดือน กายกรรมที่เคยมาแสดงในเมืองไทยก็มีหลายคณะ ที่จำได้ก็มี กายกรรมปักกิ่ง กับ กายกรรมกวางเจา

ปัจจุบันกายกรรมจีนจะเข้ามาเปิดการแสดงในช่วงเทศกาลต่างๆ เช่นงานอนุสรณ์ดอนเจดีย์และงานกาชาดของจังหวัดสุพรรณบุรี ที่มีนายบรรหาร ศิลปะอาชาเป็นประธานจัดงาน มาแต่ละปีก็มากันแบบฟอร์มใหญ่ โดยรวมระบบแสงสีที่เป็นเอกลักษณ์ของจีนเข้าไปด้วย เป็นการเพิ่มความตื่นตาตื่นใจเข้าไปในรายการ

ระบบแสงสีของจีนสำหรับงานอีเว้นท์ใหญ่ๆถือว่าไม่ธรรมดานะครับ งานใหญ่ๆระดับประเทศ เดี๋ยวนี้จีนเข้าไปหากินมาแล้วมากมาย โดยเฉพาะพิธีเปิดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ซึ่งผู้ประมูลงานจากจีนจะหมารวมทุกอย่าง เช่นการถ่ายทอดสด ระบบแสงสี การจุดพลุ ฯลฯ ส่วนเจ้าภาพก็แค่จ่ายเงิน และประสานงานกับชุดการแสดงของท้องถิ่น

ล่าสุดจีนได้เข้าไปดำเนินการในพิธีเปิด - ปิด กีฬาซีเกมส์ ที่ประเทศพม่าเป็นเจ้าภาพเมื่อปี 2556 (Sea Games 2013) ใครเห็นก็อาจแปลกใจว่า พม่าทำได้ถึงขั้นนี้แล้วหรือ ก็ขอให้เข้าใจใหม่ว่า เอกชนจากจีนเข้ามาดำเนินการทั้งหมด

งานระดับชาติแบบนี้ จีนเข้าไปรับงานมาแล้วหลายประเทศ เนื่องจากมีต้นทุนที่ต่ำ ขณะเดียวกันก็มีประสบการณ์กับการจัดงานใหญ่ๆมาแล้วอย่างโชกโชน และก็เชื่อได้ว่าในงานพิธีการใหญ่ๆระดับโลก จีนได้เข้าไปมีส่วนร่วมหรือเป็น Outsource ให้กับหลายๆประเทศ โดยที่เราอาจเข้าใจผิดว่าประเทศเจ้าภาพดำเนินการทั้งหมด แต่ความเป็นจริงแล้วมีบริษัทเอกชนจากจีนอยู่เบื้องหลังความสำเร็จมาแล้วทั้งนั้น

พิธีเปิดกีฬาซีเกมส์ 2013 ที่พม่าเป็นเจ้าภาพ แต่จ้างเอกชนจีนมาดำเนินการทั้งระบบ ซึ่งรวมถึงการถ่ายทอดทางโทรทัศน์ด้วย






สำหรับภาพท่องเที่ยวเมืองเซี่ยงไฮ้ในตอนที่ 12 หรือตอนต่อไปจะเป็นตอนสุดท้ายแล้วครับ  

 
 

โฟโต้ออนทัวร์
2 กรกฏาคม 2557
 







     
  copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ