Home
Home : Outbound : Sipsongpanna Part 3

สิบสองปันนาหรือเมืองเชียงรุ่ง ชนชาตืไตที่อยู่ทางตอนใต้ของมณฑลยูนนาน-จีน โดยเดินทางผ่าน สปป.ลาว
 
 

Tai Lue Village , Sipsonpapnna, South China : ตอนที่ 3 หมู่บ้านวัฒนธรรมชาวไทลื้อเมืองกาหลั่นป้า (เมืองฮำ) สิบสองปันนา

 
 

                                 


                                 


                                 

 

Sipsongpanna Part 3
หมู่บ้านวัฒนธรรมชาวไทลื้อ เมืองกาหลั่นป้า(หรือเมืองฮำ) สิบสองปันนา

(เดินทางเดือนกรกฏาคม ปี56)

เที่ยวสิบสองปันนาในตอนที่ 3 นี้ ถือว่าเดินทางมาถึงจุดศูนย์กลางของชาวไทลื้อ ซึ่งเป็นกลุ่มชาติพันธ์เก่าแก่ ต่างจากชาวจีนฮั่นซึ่งเป็นประชากรส่วนใหญ่ของประเทศจีน

ไทลื้อ (Tai Lue) เป็นกลุ่มชาติพันธ์ที่อยู่ในเขตมณฑลยูนานของจีนที่มีมาตั้งแต่สมัยอดีต หรือสมัยอาณาจักรน่านเจ้า โดยมีเมืองต้าลี่ (Dali) เป็นศูนย์กลางของอาณาจักร ปัจจุบันมีชาติพันธ์ไทลื้อในสิบสองปันนาประมาณ 4 แสนคนหรือประมาณ 30 % รองลงมาเป็นจีนฮั่น ประมาณ 28 % ที่เหลือเป็นชาติพันธ์กลุ่มย่อยๆเช่น อาข่า ยี ลาหู่ ปะหล่อง เย้า จ้วง แม้ว ว้า ฯลฯ

เมื่ออาณาจักรน่านเจ้าล่มสลายหลังถูกจีน(มองโกล)รุกราน ผู้คนก็แตกกระเจิงและกระจัดกระจายไปอาศัยตามเมืองต่างๆของจีน ซึ่งได้แก่เขตมณฑลกวางสี และมณฑลยูนนานในปัจจุบัน

ชาวไทลื้อจากสิบสองปันนา(หรือเมืองเชียงรุ้ง)ได้แยกตัวไปสร้างบ้านแปงเมืองในพื้นที่ต่างๆตามลุ่มแม่น้ำโขง จนเกิดเป็นหลายเชียงหรือหลายเมืองด้วยกัน

แต่ทั้งหมดก็มีเชื้อสายเดียวกัน เกี่ยวดองกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ บางแห่งมีการไปมาหาสู่กัน หรือยังมีความเป็นญาติพี่น้องกัน แต่อยู่คนละประเทศหรือคนละเมือง เช่นชาวไทลื้อที่เชียงแสน จังหวัดเชียงราย รวมไปถึงไทลื้อที่พะเยา ล้วนมีเชื้อสายเดียวกับไทลื้อที่เชียงรุ้งสิบสองปันนา หรือชาวไทลื้อในหลวงพระบางที่มีความชำนาญในการทอผ้า ก็คือชาวไทลื้อที่อพยพมาจากสิบสองปันนา

เมืองเชียงรุ้งหรือจิ่งหง(ในภาษาจีน) สมัยก่อนก็เป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่และมีความเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางของศิลปวัฒนธรรม รวมไปถึงเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนา เคยมีกษัตริย์ปกครอง เช่นเดียวกับเชียงตุงและเชียงใหม่

เมืองเชียงแสน เมืองเชียงใหม่  เมืองเชียงตุง  รวมไปถึงเมืองเชียงทอง หรือลาวหลวงพระบาง ถือว่าเป็นเมืองที่เกิดขึ้นมาทีหลังเมืองเชียงรุ้งหรือสิบสองปันนา

ดังนั้นทางด้านวัฒนธรรม ศิลปกรรม วิถีชีวิต หากจะดูต้นฉบับดั่งเดิมก็ต้องมาดูที่สิบสองปันนา แล้วจะพบว่ายังรักษาความดั่งเดิมไว้มากมายหลายอย่าง เช่นอาหารการกินของชาวเชียงใหม่หรืออาหารพื้นเมืองเหนือ รวมไปถึงการแต่งกาย ภาษาพูด ภาษาเขียน

หรือใครไปเที่ยวสิบสองปันนาก็อย่าเข้าใจผิดกับสิ่งที่พบเห็นว่าเอามาจากเชียงใหม่ หรือไปเห็นลวดลายงานศิลป์ตามวัดต่างๆ ก็อย่าเข้าใจว่าเลียนแบบเชียงใหม่

เพราะที่สิบสองปันนาคือต้นฉบับของล้านนาไทย เชียงตุงในพม่า และของลาว

วัดสวยๆงามทางภาคเหนือหรือเมืองล้านนาน้อยคนจะรู้ว่าได้รับอิทธิพลมาจากเชียงรุ้งและเชียงตุง  วัดบางแห่งได้ว่าจ้างช่างมาจากเชียงตุงมาสร้างวัดสร้างวิหารกันถึงเชียงใหม่  หรือวัดบางแห่งก็ลอกแบบมาจากวัดพุทธในเชียงรุ้ง

เรื่องการผสมผสานงานด้านศิลปะระหว่างกันถือว่าเป็นเรื่องปกติ  แม้แต่ "วัดหลวงไทลื้อ" ในสิบสองปันนาที่สร้างเสร็จได้ประมาณ 2 ปี เพื่อให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางพุทธศาสนา ก็ยังนำช่างฝีมือจากเชียงใหม่และจากเชียงตุงมาร่วมกันสร้างจนสวยงามอลังการ

ทั้งนี้เจตนาของผู้สร้างก็คือต้องการให้เป็นศูนย์รวมทางวัฒนธรรม ที่อดีตเคยเป็นบ้านพี่เมืองน้องร่วมกันเป็นเวลาหลายร้อยปี และต่างก็ไปสร้างบ้านสร้างเมืองจนเกิดเป็นอาณาจักรใหม่หรือประเทศใหม่ แต่โดยสายเลือดแล้วก็คือญาติพี่น้องด้วยกันทั้งนั้น

คนเชียงรุ้ง คนลาว คนเชียงตุง คนเชียงแสนหรือเชียงราย รวมทั้งคนเชียงใหม่หรือคนล้านนา ล้วนกินข้าวเหนียว กินน้ำพริกหนุ่ม กินแคบหมู กินลาบ กินลู่ เหมือนๆกัน

เพียงแต่ว่าเชียงรุ้งหรือสิบสองปันนาเคยเป็นเมืองใหญ่ ที่มีกลุ่มชาติพันธ์พื้นเมืองเป็นจำนวนมาก และยังรักษาวิถีชีวิตเหมือนเช่นอดีต จึงรักษาวัฒนธรรมดั่งเดิมได้อย่างเหนียวแน่น

ดังนั้นถ้าจะย้อนดูวิถีชีวิตชาวเชียงใหม่หรือชาวเมืองล้านนาเมื่อราว 50 ปีก่อนก็ต้องไปดูที่เมืองเชียงรุ้งหรือสิบสองปันนา




โฟโต้ออนทัวร์
31 ธันวาคม 2557




ข้อมูลกลุ่มชาติพันธ์ชาวไทลื้อ

ไทลื้อ
(จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี)

ไทลื้อ (ไตลื้อ)

ปัจจุบันมีประชากรประมาณ 1.5 - 2 ล้านคน กระจายอยู่ตามประเทศต่างๆดังนี้
1 ประเทศจีน             400,000 คน
2 ประเทศพม่า           300,000
3 ลาว ประเทศลาว      134,000
4 ไทย                  1,000,000
5 เวียดนาม                  4,960

ภาษา : ภาษาจีน, ภาษาลื้อ, ภาษาไทเหนือ, ภาษาไทดำ, ภาษาลาว, ภาษาไทย, ภาษาพม่า
ศาสนา ซ พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท
   
ไทลื้อ หรือ ไตลื้อ เป็นชาวไทกลุ่มหนึ่ง มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในแถบสิบสองปันนาของจีน มีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นคือการใช้ภาษาไทลื้อ และยังมีวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์อื่นๆ เช่น การแต่งกาย ศิลปะและประเพณีต่าง ๆ


การอพยพ

เดิมชาวลื้อ หรือไทลื้อ มีถิ่นที่อยู่บริเวณ เมืองลื้อหลวง จีนเรียกว่า "ลือแจง" ต่อมาได้เคลื่อนย้ายลงมาอยู่บริเวณเมืองหนองแส หรือที่เรียกว่าคุนหมิงในปัจจุบัน แล้วย้ายลงมาสู่ลุ่มน้ำน้ำโขง สิบสองปันนาปัจจุบัน ประมาณศตวรรษที่ 12 จึงเกิดมีวีรบุรุษชาวไทลื้อชื่อ เจ้าเจื๋องหาญ ได้รวบรวมหัวเมืองต่าง ๆ ในสิบสองปันนา

ปัจจุบันตั้งเป็นอาณาจักรแจ่ลื้อ (เซอลี่) โดยได้ตั้งศูนย์อำนาจการปกครองเอาไว้ที่หอคำเชียงรุ่ง นาน 790 ปี ต่อมาถึงสมัยเจ้าอิ่นเมือง ครองราชต่อมาในปี ค.ศ. 1579-1583 (พ.ศ. 2122-2126) ได้แบ่งเขตการปกครองเป็นสิบสองหัวเมือง แต่ละหัวเมืองให้มีที่ทำนา 1,000 หาบข้าว (เชื้อพันธุ์ข้าว) ต่อนาหนึ่งที่/หนึ่งหัวเมือง จึงเป็นที่มาจนถึงปัจจุบันเมืองสิบสองปันนาได้แบ่งเขตการปกครองเอาไว้ในอดีตดังนี้ (ที่มาของคำว่า สิบสองพันนา อ่านออกเสียงเป็น "สิบสองปันนา")

ชาวไทลื้ออาศัยอยู่สองฝั่งแม่น้ำโขง คือ ด้านตะวันออกและตะวันตกของแม่น้ำ มีเมืองต่างๆ ดังนี้ภาษาไทลื้อ ได้กล่าวไว้ว่า ห้าเมิงตะวันตก หกเมิงตะวันออก รวมเจียงฮุ่ง (เชียงรุ่ง) เป็น 12 ปันนา และทั้ง 12 ปันนานั้น ประกอบด้วยเมืองใหญ่น้อยต่างๆ เช่น

ฝั่งตะวันตก : เชียงรุ่ง, เมืองฮำ, เมืองแช่, เมืองลู, เมืองออง, เมืองลวง, เมืองหุน, เมืองพาน, เมืองเชียงเจิง, เมืองฮาย, เมืองเชียงลอ และเมืองมาง

ฝั่งตะวันออก : เมืองล้า, เมืองบาน, เมืองแวน, เมืองฮิง, เมืองปาง, เมืองลา, เมืองวัง, เมืองพง, เมืองหย่วน, เมืองมาง และเมืองเชียงทอง
การขยายตัวของชาวไทลื้อสมัยรัชกาลที่ 24 เจ้าอินเมืองได้เข้าตีเมืองแถน เชียงตุง เชียงแสน และล้านช้าง กอบกู้บ้านเมืองให้เป็นปึกแผ่น พร้อมทั้งตั้งหัวเมืองไทลื้อเป็นสิบสองเขต เรียกว่า สิบสองปันนา และในยุคนี้ได้มีการอพยพชาวไทลื้อบางส่วนเพื่อไปตั้งบ้านเรือนปกครองหัวเมืองประเทศราชเหล่านั้น จึงทำให้เกิดการกระจายตัวของชาวไทลื้อ ในลุ่มน้ำโขงตอนกลาง (รัฐฉานปัจจุบัน)

อันประกอบด้วยเมืองยู้ เมืองยอง เมืองหลวย เมืองเชียงแขง เมืองเชียงลาบ เมืองเลน เมืองพะยาก เมืองไฮ เมืองโก และเมืองเชียงทอง (ล้านช้าง) เมืองแถน(เดียนเบียนฟู) ซึ่งบางเมืองในแถบนี้เป็นถิ่นที่อยู่ของชาวไทลื้ออยู่แล้ว เช่น อาณาจักรเชียงแขง ซึ่งประกอบด้วย เมืองเชียงแขง เมืองยู้ เมืองหลวย เมืองเชียงกก เมืองเชียงลาบ เมืองกลาง เมืองลอง เมืองอาน เมืองพูเลา เมืองเชียงดาว เมืองสิง เป็นต้น

ชาวไทลื้อบางส่วนได้อพยพหรือถูกกวาดต้อน ออกจากเมืองเหล่านี้เมื่อประมาณหนึ่งร้อยถึงสองร้อยปีที่ผ่านมา แล้วลงมาตั้งถิ่นฐานใหม่ในประเทศตอนล่าง เช่น พม่า, ลาว และไทย

ในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าฟ้าอัตถวรปัญโญ (เจ้าผู้ครองนครน่าน) และเจ้าสุมนเทวราช (เจ้าผู้ครองนครน่าน) ยกกองทัพขึ้นไปกวาดต้อนชาวไทลื้อจากสิบสองปันนามายังเมืองน่าน และเมืองบางส่วนในประเทศลาว และต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 เจ้าสุริยะพงษ์ (เจ้าผู้ครองนครน่าน) ก็ได้ยกกองทัพขึ้นไปกวาดต้อนชาวไทลื้อจากสิบสองปันนามายังเมืองน่าน


ไทลื้อปัจจุบัน

ปัจจุบันชาวไทลื้อกระจายตัวอยู่ที่

ประเทศพม่า มีแถบเมืองยอง เมืองยู้ เมืองหลวย เมืองเชียงลาบ เมืองไร เมืองพะยาก เมืองโก เมืองโต๋น เมืองเลน เชียงตุง
ประเทศลาว เมืองหลวงน้ำทา เมืองหลวงพูคา เมืองบ่อแก้ว ไชยะบุลี (เชียงฮ่อนเชียง เชียงลม หงสา) เมืองหลวงพะบาง
ประเทศไทย เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน พะเยา ลำปาง แพร่ น่าน
ประเทศเวียดนาม เมืองแถน

สำหรับในประเทศไทย มีชาวไทลื้อในหลายจังหวัดทางภาคเหนือตอนบน ดังนี้

เชียงราย : อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงของ อำเภอเชียงแสน อำเภอพานซึ่งเป็นชาวไทลื้อที่อพยพมาจากจังหวัดลำปาง (ส่วนหนึ่งได้อพยพไปเมืองเชียงรุ้ง เมื่อเกิดสงครามไทยพม่า)
เชียงใหม่ : อำเภอสะเมิง อำเภอดอยสะเก็ด อำเภอสันกำแพง กิ่งอำเภอแม่ออน
น่าน : อำเภอเมืองน่าน (ต.ในเวียง บ้านเชียงแขง บ้านเมืองเล็น)

อำเภอท่าวังผา มีชาวไทลื้ออยู่ 5 ตำบล คือ ต.ศรีภูมิ บ้านห้วยเดื่อ ต.ป่าคา เป็นชาวไทลื้อที่มาจากเมืองล้า มี 5 ประกอบด้วยหมู่บ้าน บ้านหนองบัว บ้านดอนแก้ว บ้านต้นฮ่าง บ้านดอนมูล บ้านแฮะ ,ตำบลยม มีชาวไทลื้อ 5 หมู่บ้านเป็นชาวไทลื้อที่มาจากเมืองเชียงลาบ และเมืองยอง ประกอบด้วย บ้านลอมกลาง บ้านทุ่งฆ้อง บ้านเชียงยืน บ้านเสี้ยว บ้านหนองช้างแดง ,ต.จอมพระ เป็นชาวไทลื้อที่อพยพมาจากเมืองยองและเมืองยู้มีชาวไทลื้อ 5 หมู่บ้าน บ้านถ่อน และถ่อนสอง บ้านยู้ บ้านยู้เหนือ บ้านยู้ใต้

อำเภอปัว เป็นอำเภอที่มีชาวไทลื้ออยู่มากที่สุด ประกอบด้วย ต.ศิลาเพชรเป็นชาวไทลื้อ ที่อพยพมาจากเมืองยอง คือ บ้านดอนไชย บ้านทุ่งรัตนา มาจากเมืองเลน คือ บ้านป่าตอง บ้านนาคำ(หัวโต้ง) บ้านทุ่งศรีบุญยืน ,ตำบลศิลาแลง เป็นชาวไทลื้อที่อพยพมาจากเมืองเชียงรุ่ง เมืองเลน เมืองยอง เมืองเงิน และเมืองพวน(ลื้อในเมืองพวนไม่ใช่ไทพวน) คือ บ้านดอนไชย-ไร่อ้อย บ้านฝาย(นาร้าง) บ้านหัวน้ำ บ้านตีนตก บ้านเฮี้ย บ้านหัวดอย, ต.วรนคร อพยพมาจากเมืองเลน (ลิน) เมืองยอง ปัจจุบันอยู่ในเขตพม่า คือ บ้านเก็ต บ้านร้องแง บ้านดอนแก้ว บ้านมอน ต.ปัว อพยพมาจากเมืองขอน เมืองยองและเมืองพวน คือ บ้านขอน บ้านป่าลาน อพยพมาจากเมืองยอง เมืองพวน คือ บ้านดอนแก้ว อพยพมาจากเมืองยอง คือ บ้านปรางค์ ต.สถาน อพยพมาจากเมืองยอง เมืองเชียงลาบ เมืองล้า เมืองเงิน คือ บ้านนาป่าน บ้านสันติสุข นอกนั้นในยังมีอีกไม่ต่ำกว่า 20 หมู่บ้านในอำเภอปัวที่เป็นชาวไทลื้อ

อำเภอเชียงกลาง ต.พระพุทธบาท อพยพมาจากเมืองยอง เมืองเชียงแขง เมืองเลน คือ บ้านเหล่า บ้านอ้อ ต.เปือ อพยพมาจากเมืองเลน หลวงพระบาง เชียงลม เชียงแสน คือ บ้านหนองแดง ต.เชียงกลาง อพยพมาจากเมืองเลน เชียงลม เมืองเงิน คือ บ้ายเชียงโคม บ้านศรีอุดม บ้านงิ้ว

อำเภอสองแคว มีชาวไทยลื้ออาศัยอยู่ที่ตำบลยอด ที่บ้านปางส้าน บ้านผาสิงห์และบ้านผาหลัก
อำเภอทุ่งช้าง บ้านงอบ บ้านปอน ห้วยโก๋น และส่วนที่อพยพเข้ามาใหม่ ซึ่งจะอยู่ปะปนกะชาวเมืองน่านแถบชายแดน (มีจำนวนมากที่สุด อพยพมาจาก แขวงไชยะบุรี และ สิบสองปันนา)

จังหวัดพะเยา อำเภอเชียงม่วน อำเภอเชียงคำ (มีจำนวนมาก) อำเภอภูซาง

จังหวัดลำปาง อำเภอเมือง ประกอบด้วย 5 หมู่บ้าน บ้านกล้วยหลวง บ้านกล้วยแพะ บ้านกล้วยม่วง บ้านกล้วยกลาง และบ้านกล้วยฝาย และบางส่วนใน อำเภอแม่ทะ

จังหวัดลำพูน อำเภอเมือง อำเภอบ้านธิ อำเภอป่าซาง อำเภอแม่ทา

จังหวัดแพร่ อำเภอเมืองแพร่ ต.บ้านถิ่น

ส่วนในต่างประเทศนั้น มีการกระจายตัวกันเกือบทุกประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เช่นในรัฐฉาน ประเทศพม่า ประเทศลาว ประเทศเวียดนาม(เมืองแถน และ เมืองเดียนเบียนฟู ก็มีการบันทึกไว้ว่ามีชาวไทลื้อ อยู่ที่นั่นด้วย)

วัฒนธรรม
ชาวไทลื้อมีชีวิตที่คล้ายคลึงกับชาวไทยหรือชนเผ่าอื่นๆทางภูมิภาค คือมีการสร้างบ้านเรือนเป็นบ้านไม้ มีใต้ถุนสูง มีครัวไฟบนบ้าน ใต้ถุนเลี้ยงสัตว์ แต่ในปัจจุบันวิถีชีวิตได้เปลี่ยนไป การสร้างบ้านเรือนก็เปลี่ยนแปลงไปด้วย เรือนที่ยังคงสภาพเป็นเรือนไม้แบบเดิมสถาปัตยกรรมแบบไทลื้อผสมล้านนายังพอจะมีให้เห็นบ้างในบางชุมชน เช่น บ้านธาตุสบแวน และบ้านหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา

ชาวไทลื้อส่วนใหญ่เป็นพุทธศาสนิกชนที่เคร่งครัด นิยมสร้างวัดในชุมชนต่างๆ แทบทุกชุมชนของชาวไทลื้อ ทั้งยังตกแต่งด้วยศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์งดงาม มีการบูรณะ ซ่อมแซม ให้คงสภาพดีอยู่เสมอ ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่เพียงบางแห่ง เช่น วิหารวัดดอนมูล วิหารวัดหนองแดง วิหารวัดหนองบัว วิหารวัดท่าฟ้าใต้ วิหารวัดแสนเมืองมา(วัดมาง) วิหารวัดหย่วน เป็นต้น

ศิลปะที่โดดเด่นของชาวไทลื้อได้แก่งานผ้าทอไทลื้อ นิยมใช้ผ้าฝ้าย บางสมัยนิยมใช้เส้นไหมจากต่างถิ่น ทอลวดลายที่เรียกว่า "ลายเกาะ" ก้วยเทคนิคการล้วง ซึ่งปัจจุบันนิยมเรียกว่า ลายน้ำไหล มีการฟื้นฟูและถ่ายทอดศิลปะการทอผ้าแบบไทลื้อในหลายชุมชนของภาคเหนือในปัจจุบัน

ผู้ชายไทลื้อส่วนใหญ่จะนิยมสวมเสื้อขาวแขนยาว สวมทับด้วยเสื้อกั๊กปักลวดลายด้วยเลื่อม เรียกว่า "เสื้อปา" สวมกางเกง(หม้อห้อม) ขายาวต่อหัวกางเกงด้วยผ้าสีขาว เรียกว่า "เตี่ยวหัวขาว" นิยมโพกศีรษะ ("เคียนหัว") ด้วยผ้าสีขาว สีชมพู ส่วนหญิงไทลื้อนิยมสวมเสื้อปั๊ด (เป็นเสื้อที่ไม่มีกระดุมแต่สาบเสื้อจะป้ายเฉียงมาผูกไว้ที่เอวด้านข้าง) นุ่งซิ่นต๋าลื้อ สะพายกระเป๋าย่าม ("ถุงย่าม")และนิยมโพกศีรษะด้วยผ้าสีขาวหรือสีชมพู

เรื่องของชาวไทลื้อ ซึ่งบรรพบุรุษได้อพยพมาจากเมืองยอง เมืองยู้ เมืองเชียงลาบ (เมืองทั้งหมดนี้อยู่ในรัฐฉาน ประเทศพม่า) และชาวไทยอง (คนไทลื้อเมืองยอง เข้ามาตั้งถิ่นฐานอยู่ในเขตจังหวัดต่างๆ ทางภาคเหนือหรือล้านนา) นั้น มีความเกี่ยวข้องกันมาก ดังนั้นจึงอาจจะไม่สามารถแบ่งแยกกันได้ว่าไทยองไม่ใช่ไทลื้อ

สมเด็จพระเป็นเจ้าหอคำเชียงรุ่ง 1 (พญาเจื๋อง) เป็นปฐมกษัตริย์ของชาวไทลื้อ แห่งราชวงค์อาฬโวสวนตาล จนถึงสมเด็จพระเจ้าหอคำเชียงรุ่งที่ 41 เจ้าหม่อมคำลือ (ตาวซินซือ) ก่อนสิ้นสุดลงเพราะรัฐบาลจีนได้ถอดถอนท่านออกจากการเป็นเจ้าแผ่นดิน ยุบเลิกระบบการปกครองเดิมของสิบสองปันนา ส่วนพระอนุชาได้ลี้ภัย มาอยู่ที่อำเภอแม่สาย หม่อมตาลคำ ได้ลี้ภัยมาอยู่กรุงเทพ









(หมายเหตุ : ระยะทางจากบ่อเต็นถึงคุนหมิงคำนวณจาก Google map ถนนช่วงนี้มีอุโมงค์ถึง 30 แห่ง ยาวที่สุดคืออุโมงค์ที่ 13 ยาว 3.373 กม.)






 

 

 
  Photoontour.com  โฟโต้ออนทัวร์

copyright © www.photoontour.com, All rights reserved
ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ (พ.ร.บ.ทรัพย์สินทางปัญญา)

ต้องการ save ภาพ

Contact Us : photo482@gmail.com

Home      City Tour     Events     Photo Gallery     Outbound tour     King Photos    Wallpaper     Flowers     Portraits    Asia Girls      Site Update    Contac Us