Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์    เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์ท่องเที่ยว    Home > Outbound Tour > Vietnam 1
ค้นหาคำในเว็บ ได้ทั้งภาษาไทย และ อังกฤษ  

 
 
Outbound Gallery : ภาพชุดเที่ยวต่างแดน Click > South Lao : Vietnam : Malaysia : Burma : Cambodia
Main Menu


Photo Gallery

Tour & Travel
Ciity tour
Special Photos
Flowers & Nature
Events
Outbound Tour

Articles
About Tour
Today talk

Free Photos
Wallpapers
View & Landscape
Flowers
King Photo
New Year Card & More

Services
Free members
Free Advertize.
Photo services
Wedding / Events /More

Others
Portrait Photos
Tip & Technic
Goood Books

..................................................





 
 
เวียดนาม ตอนที่ 1: เิปิดเส้นทางมรดกโลก ไทย - ลาว - เวีัยดนาม จากมุกดาหาร สู่เมืองเว้ ประเทศเวียดนาม   อ่านต่อ
ดูเวียดนามชุดอื่นๆ  Click >
(88 ภาพ )
( 88 Photos )
 
   

เวียดนาม ตอนที่ 1
ทางหลวงหมายเลข 9 ประตูสู่อินโดจีน


         เวียดนาม( Vietnam ) เป็นอีกประเทศหนึ่งในเมนู Outbound tour หรือ ทริปต่างแดน ที่โฟโต้ออนทัวร์จะพาไปเที่ยว และรู้จักกับสถานที่ต่างๆของประเทศนี้ แต่ก่อนจะเที่ยวเวียดนาม ก็อยากจะพาไปรู้จักกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศนี้กันเสียก่อน เป็นการเที่ยวอย่างได้ความรู้ไปพร้อมๆกัน เพราะเวลานี้หลายประเทศต่างมองประเทศเวียดนามอย่างไม่กระพริบตา ซึ่งรวมทั้งไทยด้วย โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกข้าวไทย และธุรกิจสิ่งทอ เริ่มร้อนๆหนาวๆ ถึงผลกระทบที่อาจจะตามมาในอีกไม่ช้า

เวียดนามเป็นประเทศที่ไทยและประเทศทางเอเชียเริ่มให้ความสนใจกันมากขึ้น หลังจากที่เห็นตัวเลขทางเศรษฐกิจ หรือ
GDP ของประเทศเวียดนาม มีอัตราการเติบโตในระดับสูง เฉลี่ยร้อยละ 7.5 ต่อปีในช่วงปี พศ. 2544 -2548 ใน ขณะที่ไทยอยู่ในอัตราร้อยละ 5 ต่อปีในช่วงเดียวกัน โดยเฉพาะใน 2548 ปีเดียว มีอัตราการขยายตัวสูงถึงร้อยละ 8.5 เป็นลำดับที่สองรองจากประเทศจีน นอกจากนี้ก็ยังมีศักยภาพที่จะเติบโตในอนาคตอีก 5 ปีข้างหน้า ประมาณร้อยละ 7 ต่อปี ตามการคาดการณ์ของนักวิชาการ ทำให้กลายเป็นแชมป์ของอาเซี่ยนไปแล้วในขณะนี้

ปัจจุบันเวียดนามเป็นประเทศเนื้อหอมที่ต่างชาติเดินขบวนพาเหรดไปลงทุนกันอย่างครึกโครม อนาคตคาดว่าจะ เป็นเสือตัวใหม่ของเอเชีย ไม่ไช่เสือกระดาษอย่างที่ไทยเคยเป็น ในยุค พลเอกชาติชาย เป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นจุดเริ่มต้นของการล่มสลายทางเศรษฐกิจในเวลาต่อมา หรือเรียกว่าฟองสบู่แตก จนต้องขอความช่วยเหลือจากกองทุน IMF เมื่อปี 2540 สมัยที่ พลเอกชวลิต เป็นนายกรัฐมนตรี

เวียดนามหรือชื่อทางการว่า
สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม (Socialist Republic of Vietnam) ปกครองโดยพรรคคอมมิวนิสต์ ที่หลายคนมองว่าเป็นรัฐบาลเผด็จการ อาจขาดวิสัยทัศน์ในทางธุรกิจ แต่กลับตรงกันข้าม เวียดนามปัจจุบันมีเสถียรภาพทางการเมืองสูง การแต่งตั้งรัฐมนตรีประจำกระทรวง ส่วนใหญ่จะเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความสามารถ และบริหารประเทศจนมีความมก้าวหน้า

ขณะเดียวกันรัฐบาลได้็มีมาตราการปราบคนโกงอย่างเฉียบขาด ปรับเปลี่ยน แก้ไขกฏหมายใหม่ๆเพื่อรองการเปลี่ยนแปลงในโลกยุคปัจจุบัน   ไกด์ลาวเล่าว่า คนเวียดนามให้ความร่วมมือกับรัฐบาลดีมาก ลืมอดีตที่เคยบอบช้ำจากสงครามเวียดนาม ไม่มีความโกรธแค้นชนชาติอเมริกัน โดยถือว่าเป็นเรื่องของอดีตที่ผ่านไปแล้ว คนเวียดนามทุกวันนี้ต่างมีความคิดที่ว่าจะทำอย่างไรประเทศมีความเจริญรดหน้าทัดเทียมประเทศอื่น
ทุกคนยินดีที่จะให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในหลายๆด้าน เช่นการสียภาษี การปฏิบัติตามกฏระเบียบต่างๆ ใครทำผิดจะได้รับโทษที่รุนแรงและทันที ไม่ว่าจะเป็นบุคคลระดับไหน ต่างกับบ้านเราที่คนโกงต้องตกระกำลำบากอยู่ต่างประเทศ กลายเป็นคนเร่ร่อน หมดสง่าราศรี ปากก็ว่า " ผมไม่ผิด ผมทำถูกต้องตามกฏหมายทุกอย่าง ผมเป็นตัวแทนของประชาชนตั้งสิบกว่าล้านคน ทำแบบนี้ดูถูกประชาชนที่เลือกผม . ..ผมถูกกลั่นแกล้ง ผมถูกกลั่นแกล้ง "

ก็สารพัดข้อแก้ตัวที่นักการเมืองบ้านเราชอบใช้กัน แต่ท้ายที่สุดแล้วก็คงไม่พ้น “ กฏแห่งกรรม “
จะดีจะชั่ว อีกไม่นานคงรู้กันว่าผลจากการกระทำนั้นจะออกมาเป็นเช่นไร

เวียดนามที่ผมไปเที่ยวมาเมื่อเดือน เมษายน ปี 2550 เป็นช่วงเวลาที่ ไทย ลาว และเวียดนาม พึ่งเปิดเส้นทางท่องเที่ยวสายใหม่ เรียกว่า
ทริปเดียว เที่ยว 3 ประเทศ โดยมีปลายทางอยู่ที่ประเทศเวียดนาม เมืองสำคัญในทริปนี้ได้แก่ เมืองดานัง(Danang) เมืองฮอยอัน(Hoi An) และเมืองเว้(Hue) หรือเมืองหลวงเก่าของเวียดนาม ที่มีพระราชวังเก่าแก่และสถานท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจหลายแห่ง เป็นเมืองที่ผู้คนยังดำเนินชีวิตแบบสมัยก่อนๆ จนบางคนบอกว่าหากต้องการรู้จักตัวตนที่แท้จริงของชาวเวียดนามแล้ว ก็ต้องมาเที่ยวที่เมืองเว้

เที่ยวเวียดนามในภาคที่ 1 ส่วนใหญ่เป็นภาพระหว่างการเดินจากไทย ผ่านลาว ในเขตเมืองสะหวันนะเขต สู่ด่านชายแดนเวียดนาม หรือเรียกกันว่า
ลาวบาว ช่วงนี้มีระยะะทางประมาณ 250 กม. หากดูใน แผนที่ แล้วจะเห็นว่า ทางหลวงหมายเลข 9 ในลาวเป็นตัวเชื่อม ระหว่างไทยและเวียดนาม

เมื่อข้ามสะพานมิตรภาพไทย – ลาว แห่งที่ 2 แล้ว จากนั้นรถก็วิ่งไปตามทางหลวงหมายเลข 9 เป็นถนนที่สร้างเสร็จพร้อมๆกับสะพานมิตรภาพ
โดยสมเด็จพระเทพฯ เสด็จทำพิธีเปิดเมื่อเดือน ธันวาคม 2549

การเดินทางในเดือนเมษายน 2550 นี้ ถือว่าเป็นนักท่องเที่ยวจากไทยชุดแรกๆ ที่ฉลองสะพาน และ ถนนสายใหม่ แม้แต่ชาวลาวก็มีความรู้สึกภาคภูมิใจ ต่างออกมาร่วมฉลองและรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ จนมืดฟ้ามัวดินในบริเวณวัดพระธาตุอิงฮัง ที่อยู่ไม่ห่างจากสะพานมิตรภาพมากนัก เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในเมืองนี้

ตลอดระยะทาง 250 กม. ของการเดินทางในช่วงแรก ที่อยู่ในเขตประเทศลาว ได้แวะที่เมืองพิณ เพียงแห่งเดียวเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน จากนั้นก็จะวิ่งรวดเดียวจนถึงด่านลาวบาว โดยไม่แวะที่ใด ทั้งนี้ก็เพราะว่าถนนสายนี้พึ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ จะหาปั้มน้ำมันเพื่อแวะเข้าห้องน้ำทำธุระค่อนข้างยาก หากจำเป็นจริงๆก็ต้องจอดรถให้ลงไปเก็บดอกไม้ หรือยิงกระต่าย กันเอาเอง

ภาพเวียดนามชุดแรก ส่วนใหญ่เป็นการถ่ายภาพจากบนรถขณะเดินทางอยู่ในดินแดนลาว เห็นหมู่บ้านชนเผ่ากลุ่มเล็กๆเป็นระยะๆ มีสัตว์เลี้ยงออกมาเดินเพ่นพ่านบนถนนหลายชนิด เช่นแพะ วัว หมู สุนัข โดยเฉพาะฝูงแพะจะเห็นบ่อย ก็มีคำถามว่า
ทำไมแพะเยอะจัง ไกด์ลาวได้เฉลยเรื่องนี้ว่า แต่ก่อนชนเผ่ามีการย้ายถิ่นฐานกันบ่อย การเลี้ยงแพะสามารถเคลื่อนย้ายสะดวกกว่าสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นเช่น หมู หรือ วัว ควาย

การเดินทางในทริปนี้มีโชเฟอร์เป็นชาวเวียดนาม และก็เป็นบัสปรับอากาศของเวียดนามด้วย ความเร็วที่ใช้ตลอดเส้นทาง
ไม่เกิน 80 กม. ต่อชั่วโมง ความเร็วระดับนี้จีงแทบไม่มีโอกาสเกิดอุบัติเหตุกับสัตว์เลี้ยงที่ป้วนเปี้ยนอยู่บนท้องถนน อีกเรื่องหนึ่งก็ทราบว่าคนขับรถสาธารณะของเวียดนามจะเคร่งครัดเรื่องกฏจราจร หากทำผิดก็จะถูกปรับในอัตราที่สูงมาก ซึ่งอาจพอๆกับเงินเดือนทั้งเดือน ขณะเดียวกันใบขับขี่ก็จะถูกเจาะให้เป็นรู ทำให้เสียประวัติไปด้วย นอกจากนี้ยังถูกห้ามขับรถไปอีกระยะเวลาหนึ่ง เป็นอันว่าทำผิดเรื่องเดียวแต่เสียหายมากมาย จึงไม่มีใครอยากเสี่ยง ทุกคนจึงขับรถแบบใจเย็น

นี่แหละครับ
ความสำนึกของคน คุณภาพของคน ต้องเริ่มต้นจากจิตใจก่อน เมื่อเทียบกับบ้านเราก็คงต่างกันลิบลับ เพราะส่วนใหญ่ที่เห็นมักใช้วิชามารบ้าง ทำตัวเป็นศรีธนนชัยบ้าง ถือว่าตำรวจมองไม่เห็น ส่วนผู้ร่วมใช้ถนนจะด่าไล่หลัง ก็ช่างหัวมัน ความสำนึกในเรื่องกฏกติกามารยาทของขับรถสาธารณะในบ้านเรา ดูจะห่างไกลกับคนเวียดนาม อนาคตหากเวียดนามพัฒนาประเทศจนล้ำหน้าไทย ก็คงไม่ไช่เรื่องแปลก เพราะพื้นฐานทางความคิด หรืออาจเรียกว่า “ รากหญ้าทางปัญญา “ ของคนขับรถในบ้านเราส่วนใหญ่ยังอยู่ในระดับบัวใต้โคลน ต้องใช้เวลาอีกนาน กว่ารากหญ้าทางปัญญาจะเจริญงอกงามขึ้นในจิตใจ และขับรถกันอย่างปลอดภัย

การออกไปเที่ยวต่างประเทศ ก็ได้ข้อคิดหลายอย่าง ทำให้เกิดการเปรียบเทียบระหว่างเรากับเขา ว่ามีข้อแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ใครยังคิดว่าประเทศไทยมีที่เที่ยวมากมาย เที่ยวไทยดีกว่า คิดแบบนี้ก็คงไม่ผิด แต่ถ้าเป็นไปได้ก็แนะนำว่าควรหาโอกาสไปรับรู้โลกภายนอกบ้าง สิ่งที่เราคิดว่าบ้านเราดีแล้ว ก็อาจไม่ไช่เสมอไป
ยิ่งระยะนี้กำลังอยู่ในกระแสของคำว่าพอเพียง ซึ่งจริงๆแล้วคนส่วนใหญ่จะเข้าใจและปฏิบัติตน “ อย่างพอเพียง “ หรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ แต่ถ้าหากว่ามีโอกาสไปต่างประเทศที่อยู่ใกล้ๆ แค่ลาว เวียดนาม หรือ มาเลเซีย อาจเห็นว่า คนในประเทศเหล่านี้อยู่กันแบบพอเพียงเป็นปกตินิสัย ต่างกับคนไทยส่วนใหญ่ใช้ชีวิตกันอย่างฟุ่มเฟือย ไร้สาระ ใช้จ่ายอย่างไม่มีเหตุผล ทุกวันนี้ก็ถูกกระตุ้นให้เกิดความโลภ ความอยาก ที่แฝงมาในรูปแบบต่างๆจนกลายเป็นเรื่องปกติ และลืมนึกไปว่าถูกมอมเมาโดยไม่รู้ตัว สิ่งเหล่าคนไทยอาจมองไม่เห็น แต่ถ้าหากไปเที่ยวประเทศเพื่อนบ้านแล้ว ก็จะเห็นความจริงในเรื่องนี้ด้วยตนเอง



เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
30 สิงหาคม 2550


การถ่ายภาพ
กล้อง Digital SLR, Nikon D80, Lens 18-135 มม.


ภาพส่วนใหญ่เป็นการถ่ายบนรถในขณะกำลังวิ่ง โดยถ่ายจากที่นั่งตอนท้ายสุด เพื่อจับภาพถนนที่อยู่ด้านหลัง
หรือนังอยู่ตอนหน้าเพื่อจับภาพผ่านกระจกหน้ารถ การถ่ายภาพขณะรถขับเคลื่อน ใช้ความเร็ว (Shutter Speed) 1/1000
ส่วนความไวแสงใช้ที่ ISO 400 สำหรับสภาพแสงแดดจัด
คลิกดูภาพเที่ยวเวียดนามใต้ เว้-ดานัง- ฮอยอัน
1 ประตูอินโดจีน
2 แม่น้ำแห่งสงคราม
3 ล่องเรือมังกร
4 สุสานไคนดินงห์
5 เมื่องเว้ (Hue)
6 วัดเทียนมู่
7 วังจักรพรรดิ์
8 สู่ดานัง
9 พิพิธภัณฑ์จาม
10 ฮอยอัน
11 ฮอยอันราตรี
12 ตลาดฮอยอัน
13 เมืองมรดกโลก
14 หมู่บ้านแกะสลัก
15 อำลาเมืองเว้
16 วัดพระธาตุอิงฮัง    
   
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ คลิก