Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์    เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์ท่องเที่ยว    Home > Outbound Tour > Vietnam 3
ค้นหาคำในเว็บ ได้ทั้งภาษาไทย และ อังกฤษ  

 
 
Outbound Gallery : ภาพชุดเที่ยวต่างแดน Click > South Lao : Vietnam : Malaysia : Burma : Cambodia
Main Menu
 


Photo Gallery

Tour & Travel
Ciity tour
Royal Photos
Flowers & Nature
Events
Outbound Tour

Articles
About Tour
Today talk

Free Photos
Wallpapers
View & Landscape
Flowers
King Photo
New Year Card & More

Services
Free members
Free Advertize.
Photo services
Wedding / Events /More

Others
Portrait Photos
Tip & Technic
Good Books


..................................................

.................................................

 
     
 
 
เวียดนามตอนที่ 3 ทริปเที่ยวเมือง เว้ หรือเมืองจักรพรรดิ์ ชมการแสดงดนตรีชั้นสูงของเวียดนามบนเรือมังกร  อ่านต่อ
ดูเวียดนามชุดอื่นๆ  Click >
( 43 ภาพ )
  ( 43 Photos )
 
   
ชุ
เส้นขนานที่ 17 หลุมหลบภัย เวียดกง คอมมิวนิสต์ ชาวเวียดนาม สาวเวียดนาม ชุดประจำชาติเวียดนาม ชุดอ่าวหย๋าย อ่าวหญ๋าย

 

เวียดนามตอนที่ 3
ล่องเรือมังกร ฟังดนตรีประจำชาติเวียดนาม


เมืองเว้ (Hue) เมืองหลวงเก่าของเวียดนาม หรืออีกหลายๆชื่อเช่น เมืองประวัติศาสตร์ นครจักรพรรด์ หรือ เมืองกษัตริย์ของราชวงศ์เหงียน ( พ.ศ. 2345-2488)

เวียดนามคล้ายกับไทยที่เคยเป็นประเทศมีกษัตริย์ปกครอง หรือระบอบสมบูรณายาสิทธิราช แต่ระบอบกษัตริย์ของเวียดนาม ไม่ได้เข้มแข็งเหมือนกับของไทย ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้มีความรู้สึกศรัทธาหรือมีความรู้สึกฝังลึกเท่าใดนัก ทั้งนี้ก็เพราะการประพฤติปฏิบัติไม่ได้ทำเพื่อประชาชน

ประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศเดียวในโลกที่ระบอบกษัตริย์มีความเป็นปึกแผ่นมั่นคง ประชาชนให้ความเคารพและนับถือเหนือสิ่งอื่นใด

คำขึ้นต้นประโยคที่ได้ยินบ่อยว่า
“ ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาทปกเกล้าปกกระหม่อม ข้าพระพุทธเจ้า ..”

เป็นคำขึ้นต้นก่อนที่จะกล่าวถึงตนเองนั้นมีความหมายลึกซึ้ง แสดงถึงการยกให้พระเจ้าอยู่หัวอยู่เหนือตน อยู่ใต้ธุลีที่อยู่ใต้ฝ่าพระบาทของพระองค์ พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือว่า ธุลีที่อยู่ใต้ฝ่าพระบาทของพระเจ้าอยู่หัว ก็ยังอยู่เหนือศรีษะเราอีกด้วย

สถาบันกษัตริย์ในเวียดนามเริ่มล่มสลายเมื่อฝรั่งเศสเข้ามาปกครอง กษัตริย์หรือจักรพรรด์ในขณะนั้นเปรียบเหมือนตรายาง ประทับตรากฏหมายต่างๆที่ฝรั่งเศสเป็นผู้เขียนขึ้น ครั้นมาถึงสมัยที่ปกครองด้วยคอมมิวนิสต์ ถือว่าสิ้นสุดโดยสิ้นเชิง ขณะเดียวกันเมืองหลวงได้ย้ายจากเว้ไปตั้งที่เมืองฮานอย ทางตอนเหนือของเวียดนาม สะดวกในการติดต่อกับจีนในฐานะเป็นพี่เบิ้มใหญ่ของลัทธิคอมมิวนิสต์

ต่อมาเวียดนามแบ่งเป็นสองประเทศ และเมืองเว้อยู่ในกลุ่มของเวียดนามใต้ แต่เนื่องภูมิประเทศอยู่ใกล้พรมแดนจึงถูกกองทัพอเมริกันถล่มเพื่อขับไล่คอมมิวนิสต์ ทำให้สถานที่ต่างๆรวมทั้งพระราชวังได้รับความเสียหายเป็นอันมาก

เมืองเว้ปัจจุบันเป็นเมืองที่สงบ เป็นรากเหง้าของประเทศเวียดนาม ทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และการศึกษา ดังนั้นหากต้องการสัมผัสเวียดนามขนานแท้ก็ต้องมาที่เมืองเว้ เมืองมรดกโลกที่มีนักท่องเที่ยวมากที่สุดของเวียดนาม

การเดินทางมาเที่ยวเมืองเว้มี 2 ทางได้แก่ทางเครื่องบิน โดยบินจากสุวรรณภูมิไปลงที่ดานัง แล้วนั่งรถเลียบมาทางชายฝั่งทะเล ผ่านภูเขาและถ้ำฮ่ายเวิน ซึ่งเป็นถ้ำสำหรับรถยนต์ลอดใต้ภูเขาที่สวยงามมาก หรือมาโดยทางรถยนต์ ผ่านด่านมุกดาหาร ข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 แล้วมาเข้าเวียดนามที่ด่านลาวบาว จากนั้นก็มาตามถนนที่วิ่งบนเขาลูกเล็กๆ จนมาถึงเมืองเว้ เส้นทางนี้คนไทยนิยมมาเที่ยวกันมากที่สุด เพราะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่าทางเครื่องบิน คนทางภาคอีสานก็สามารถเดินทางมาได้โดยเสียค่าใช้จ่ายไม่มากนัก

การแสดงดนตรีชั้นสูงบนเรือมังกร เป็นโปรแกรมท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวประทับใจกันมาก มีโอกาสฟังเครื่องดนตรีโบราณที่เคยบรรเลงในราชสำนักมาก่อน ถือว่าเป็นเครืองดนตรีชั้นสูงที่มีความไพเราะมาก โดยเฉพาะพิณน้ำเต้า ที่กล่าวกันว่าเป็นเครื่องดนตรีที่ห้ามสตรีฟังตามลำพัง ซึ่งอาจเคลิบเคลิ้มจนหลงไหล และหนีตามนักดนตรี

ในวันนั้นมีโอกาสฟังเพลงพระราชนิพนธ์ สายฝน จากเครื่องสาย พิณน้ำเต้าได้อย่างไพเราะ เป็นการเอาใจคนไทยที่ตรงสเปคทีเดียว และยังแถมท้ายด้วยการลอยกระทงบนแม่น้ำแห่งความรัก ขณะที่ดนตรีก็บรรเลงเพลงรำวงลอยกระทง โปรแกรมล่องเรือดนตรีบนแม่น้ำเหลืองจึงเป็นโปรแกรมที่คนไทยไม่น้อยถามไถ่กันมาก ว่าถ้ามาเมืองเว้แล้วต้องไปให้ได้

หลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า สร้างความรู้สึกชื่นมื่นได้ดีทีเดียว ในที่สุดก็วกกลับมามองประเทศไทยเรา ที่มีศักยภาพมากมาย เครื่องดนตรีก็หลากหลาย การแสดงก็หลายแบบ แต่กลับไม่แพร่หลาย จะมีแต่โรงแรมใหญ่ๆริมฝั่งเจ้าพระยาที่จัดอย่างหรูหราและค่าใช้จ่ายที่แพง แต่จัดง่ายๆแบบธรรมดาราคาถูกกลับไม่มีใครทำ ศิลปะวัฒนธรรมของไทยจึงเป็นของสูง สุดเอื้อมที่จะสัมผัส

บางคนก็บอก " หุ่นกระบอกโจหลุยส์ไงละ "
ก็ีมีคนแย้งว่า " ค่าบัตรตั้งพันว่าบาทเชียวนะ...."

" หา..พันกว่าบาท " ต่างร้องกันเสียงหลงพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย

เรื่องศิลปะวัฒนธรรมประจำำชาติ บ้านเราพร่ำบอกกันปากเปียกปากแฉะให้ช่วยกันอนุรักษ์ มันก็ทำนองว่า บอกให้คนอื่นทำแล้วตนเองก็ไม่ทำอะไรให้มีผล ว่างๆอยากให้กระทรวงวัฒนธรรม หรือใครก็ตามที่พร่ำพูด พร่ำประชาสัมพันธ์ ลองไปสังเกตการณ์ที่เวียดนามหน่อยปะไรว่า ทำไมจึงทำได้เพียงนี้ ที่สามารถสร้างงานให้กับกลุ่มนักดนตรี นักแสดงหลายร้อยชีวิต สร้างรายได้ให้ธุรกิจที่เกี่ยวเนื่องมากมายเช่นเจ้าของเรือแพ ร้านขายของที่ระลึกในย่านนั้น ที่สำคัญก็คือสร้างความประทับใจและมิตรภาพอันดีงามให้นักท่องเที่ยวได้ไม่น้อย

ไม่ว่าจะเป็นการแสดงบนเรือมังกรที่เมืองเว้ หรือการแสดงหุ่นกระบอกน้ำที่ฮานอย ทั้งสองอย่างนี้ว่าไปแล้วก็มีอะไรที่จะดีเด่กว่าไทย ศิลปะวัฒนธรรมของไทยเสียอีกที่ีมีมากมาย และหลายระดับชั้น แบบพื้นบ้าน แบบชั้นสูง แต่ละอย่างก็สุดยอดด้านศิลปะทั้งนั้น

ก็บอกๆให้ฟังว่าบ้านอื่นเมืองอื่น เค้าเอาเรื่องนี้ มาสร้างเป็นจุดขาย ไม่ได้เก็บไว้บนหิ้งบูชา เหมือนที่เราทำกันอยู่
ศิลปะวัฒนธรรมของเค้าจึงมีผู้สานต่อ สัมผัสได้ มีจิตวิญญาน และกินกันถึงลูกหลานแน่นอน

ใครมาเที่ยวเมืองเว้แล้วไม่ควรพลาดนะครับ ล่องเรือ ฟังดนตรีที่ไพเราะบนเรือมังกร กลางแม่น้ำหอม (แม่น้ำเฮือง) และแม่น้ำสายนี้มีฉายาสำหรับชาวเมืองเว้ว่าเป็นแม่น้ำแห่งความรัก เพราะเป็นแม่น้ำที่มีธรรมชาติที่งดงามทั้งสองฝั่ง เหมาะสำหรับพาคนรักไปสำผัสบรรยากาศที่แสนโรแมนติก จะเรียกได้ว่าชาวเมืองเว้ที่ได้แต่งงานกัน ก็เคยพาคู่รักกันมาหาความสุขทางใจที่ริมฝั่งแม่น้ำนี้แล้วด้วยกันทั้งนั้น ทุกวันนี้ก็ยังมีหนุ่มสาวพาคนรักมานั่งชมวิวหาความสุขกันที่ริมฝั่งแม่น้ำหอมกันอยู่เป็นประจำ

หนุ่มสาวเวียดนามค่อนข้างจะเป็นคนที่มีโรแมนติกมาก ตามสวนสาธารณะ ตามริมแม่น้ำ ในช่วงเย็น จะเห็นนั่งกันเป็นคู่ๆ ทุกคู่จะแสดงบท Love Seen พอเป็นกระสายที่ทำเอานักท่องเที่ยวคนไทยตาค้างกันมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นขณะขับมอเตอร์ไซด์ รถติดไฟแดง บริเวณราวสะพานข้ามแม่น้ำ บทรักที่เหล่านี้ เป็นเรื่องปกติในประเทศเวียดนาม

เคยถามไกด์เหมือนกัน ได้รับคำตอบว่า คนเวียดนามมีรายได้น้อย การแสดง Love seen ในสถานที่เหล่านี้ เป็นการประหยัดเงินไปในตัว

และอาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมเวียดนามมีประชากรถึง 85 ล้านคน



เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
25 พฤศจิกายน 2550


 
 
คลิกดูภาพเที่ยวเวียดนามใต้ เว้-ดานัง- ฮอยอัน
1 ประตูอินโดจีน
2 แม่น้ำแห่งสงคราม
3 ล่องเรือมังกร
4 สุสานไคนดินงห์
5 เมื่องเว้ (Hue)
6 วัดเทียนมู่
7 วังจักรพรรดิ์
8 สู่ดานัง
9 พิพิธภัณฑ์จาม
10 ฮอยอัน
11 ฮอยอันราตรี
12 ตลาดฮอยอัน
13 เมืองมรดกโลก
14 หมู่บ้านแกะสลัก
15 อำลาเมืองเว้
16 วัดพระธาตุอิงฮัง    
   
   
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ คลิก