Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์    เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์ท่องเที่ยว    Home > Outbound Tour > Vietnam 8
ค้นหาคำในเว็บ ได้ทั้งภาษาไทย และ อังกฤษ  

 
 
Outbound Gallery : ภาพชุดเที่ยวต่างแดน Click > South Lao : Vietnam : Malaysia : Burma : Cambodia
Main Menu
 


Photo Gallery

Tour & Travel
Ciity tour
Royal Photos
Flowers & Nature
Events
Outbound Tour

Articles
About Tour
Today talk

Free Photos
Wallpapers
View & Landscape
Flowers
King Photo

Services
Free members
Free Advertize
Photo services
Wedding / Events /More

Others
Portrait Photos
Tip & Technic
Good Books


แกลลอรี่ภาพ
ภาพท่องเที่ยว
ภาพในเมือง
ภาพในหลวงและพระราชพิธี
ภาพดอกไม้และธรรมชาติ
ภาพเหตุการณ์
ภาพท่องเที่ยวในต่างแดน

บทความ
บทความท่องเที่ยว
บทความทั่วไป

ฟรีดาวน์โหลดภาพ
ฟรีภาพวอลเปเปอร์
ภาพวิว ทิวทัศน์
ภาพดอกไม้
ภาพในหลวง
การ์ดปีใหม่ และภาพอื่นๆ
.

 
 
เวียดนามตอนที่ 8 ทิวทัศน์ชนบทนาข้าวเขียวขจี เส้นทาง เว้ - ดานัง ลอดถ้ำ Hai Van Pass 6.2 กม. ยาวที่สุดในเอเชีย   อ่านต่อ
ดูเวียดนามชุดอื่นๆ  Click >
(56 ภาพ )
( 56 Photos )
 
   
 

เวียดนามตอนที่ 8 ทิวทัศน์ บนเส้นทาง เว้ - ดานัง ลอดถ้ำไฮเวินพาส (Hai Van Pass)
(บันทึกการเดินทางเมื่อเดือน เมษายน 2550)                     

 



จากตอนที่ผ่านๆมาเราเที่ยวตามสถานที่สำคัญๆของเมืองเว้ ประเทศเวียดนามตอนใต้อยู่หลายแห่ง จากนี้ไปก็ได้เวลาไปเที่ยวเมืองอื่นๆกันบ้าง ซึ่งได้แก่เมืองดานัง และ ฮอยอัน ทั้งสองเมืองนี้หลายคนคงเคยได้ยินชื่อ โดยเฉพาะเมืองดานังที่ยุคสมัยหนึ่งก็เป็นที่รู้จักกันทั่วโลก ในฐานะเป็นที่ตั้งฐานทัพของสหรัฐในสมัยสงครามเวียดนาม ส่วนฮอยอันหรือโฮยอัน นั้น เป็นเมืองประวัติศาสตร์และเมืองมรดกโลกทางด้านวัฒนธรรม เป็นสถานท่องเที่ยวไทยหลายคนติดอกติดใจกับสภาพบ้านเมืองที่ผู้คนยังดำเนินชีวิตกันแบบเดิมๆ ไม่ต่างไปจากอดีตมากนัก อาจเรียกว่าเป็นเมืองเก่าที่ยังมีจิตวิญาณและยังมีชีวิตให้ผู้คนได้สัมผัส จะเป็นอย่างไรนั้นก็ต้องคอยติดตามกันครับ

แต่ก่อนที่จะไปเที่ยวกัน ตอนนี้ได้เวลาเที่ยงแล้ว จึงขอพาไปชิมอาหารญวน หรืออาหารเวียดนามในภัตตาคารแห่งหนึ่ง ที่ตกแต่งร้านอย่างหรูหราตามสไตล์จีน ซึ่งการตกแต่งร้านอาหารทำนองนี้เป็นที่นิยมในเวียดนามกันมาก คล้ายกับเป็นสัญลักษณ์ว่า “ ร้านดี มีระดับ ต้องแต่งร้านให้เป็นแบบจีน “ ทางร้านจะเลือกใช้แต่เฟอร์นิเจอร์ที่มีราคาแพง โดยเฉพาะเก้าอี้ฝั่งมุก เห็นแล้วก็ไม่อยากตีราคา ขนาดกลุ่มทัวร์ชุดนี้มีเชื้อสายจีนอยู่หลายคนก็ยังอึ้ง อาจเป็นรสนิยมของคนเวียดนาม ชนิดที่แพงแค่ไหนก็พยายามสรรหามาให้ได้

เป็นอันว่ามื้อนี้ถือว่าผมพามานั่งทานอาหารเวียดนามภายใต้บรรยากาศแบบฮ่องเต้ก็แล้วกัน

สำหรับเมนูอาหารมีอะไรบ้าง ก็ขอเชิญดูจากภาพในชุดที่หนึ่งได้เลย อันดับแรกก็ขอพุ้ยข้าวสวยร้อนๆใส่ปากเพื่อรับรู้ถึงรสชาติของข้าวเวียดนาม ที่เป็นคู่แข่งกับไทยในตลาดโลก

ใครไม่เคยเห็น ไม่เคยทานข้าวเวียดนาม ก็ขอจาระนัยให้ฟังพอสังเขป เพราะมานั่งร้านมีระดับแบบนี้ก็ต้องเทียบกับข้าวหอมมะลิเกรดเอ แบบตัวต่อตัวกันเลยที่เดียวว่า ข้าวไทย กับ ข้าวเวียดนาม จะแตกต่างกันแค่ไหน

อันดับแรกก็เริ่มจากภาพที่เห็นด้วยตาก่อน เห็นข้าวเวียดนามในถ้วยแล้วต้องบอกว่า ข้าวเวียดนามเม็ดเล็กกว่าข้าวไทย ดูไปมากเหมือนมีข้าวหักปะปนอยู่ด้วย ถ้าเป็นบ้านเราก็อาจบอกว่าเอาปลายข้ามมาผสมกับข้าวดี พูดถึงปลายข้าวคนสมัยนี้บางคนอาจไม่รู้จัก ก็คือข้าวที่เค้าเอาไปทำโจ๊กนั่นแหละครับ

เป็นอันว่ายกแรกนี้ ข้าวหอมมะลิไทยกินขาด ในเรื่องของหน้าตา

ยกสองต่อเลยครับ
เมื่อตักข้าวเวียดนามใส่ปากก็จะรู้สึกเหมือนกับที่คาดไว้ไม่มีผิดว่า ออกจะร่วนๆ มียางน้อยกว่าข้าวหอมมะลิมาก ทานแล้วไม่นิ่มเหมือนข้าวหอมมะลิ (100% ) ที่ให้ความนุ่มนวลชวนชื่นเมื่อข้าวอยู่ในปาก ข้าวเวียดนามมีความนิ่มแบบกระด้างๆ อาจนิ่มกว่าข้าวหอมมะลิผสมในบ้านเรา หรือข้าวหอมมะลิปลอมปน อันนี้พูดถึงความนิ่มของข้าวอย่างเดียวนะครับ สรุปว่าข้าวเวียดนามมีความนิ่มนวลพอสมควร แต่เนื่องจากเป็นข้าวที่แตกเม็ดเวลาหุง จึงไม่เรียงตัวสวยเหมือนข้าวไทย แถมไม่ค่อยมียางข้าวด้วย เมื่อระฆังครบยกสองนี้ ข้าวหอมมะลิไทยชนะ มีคะแนนนำตามความคาดหมาย

ยกสาม ยกนี้จะพูดถึงเรื่องกลิ่นข้าว
ข้าวเวียดนามมีกลิ่นน้อยครับ และเป็นกลิ่นเฉพาะตัว ไม่เหมือนข้าวหอมมะลิ (แท้ 100 % ) ต้องใส่วงเล็บไว้เพราะบางคนอาจเอาความรู้สึกไปเปรียบเทียบกับข้าวหอมมะลิแบบผสมปนๆกับข้าวชนิดอื่น ซึ่งแทบไม่มีกลิ่นหอม ส่วนข้าวหอมมะลิแท้ที่คัดพิเศษ จะพบในโรงแรมที่มีระดับ ภัตตาคาร หรือร้านอาหารที่มีชื่อ ซึ่งเค้าจะสรรหาแต่ข้าวหอมมะลิแท้ ที่ปลูกด้วยวิธีการแบบดั่งเดิม ไม่ใช้ปุ๋ยวิทยาศาสตร์ และยาฆ่าแมลง เพราะทั้งสองอย่างนี้ถือว่าเป็นตัวทำลายกลิ่นหอมละมุนอันเป็นเอกลักษณ์สำคัญของข้าวหอมมะลิ ชาวนาไทยทุกวันนี้ใช้ข้าวพันธ์ดีก็จริง แต่กรรมวิธีในการปลูก การดูแล พึ่งพาวิทยาศาสตร์กันมาก จึงทำให้ข้าวดีๆของไทยกลายเป็นข้าวที่ “ สวยแต่รูป จูปไม่หอม”

สรุปว่ายกสาม ในเรื่องกลิ่นนี้ ข้าวหอมมะลิชนะขาดอีกตามเคย หากเป็นมวยสากลโอลิมปิคก็ต้องบอกว่า คะแนนทิ้งห่างชนิดที่อุ่นใจได้เลยว่าครบยกสี่ตามกติกาสากล จะได้รับการชูมือแน่

ยกสี่ ยกสุดท้าย..(ตามกติกามวยโอลิมปิค)
นักมวยทั้งคู่ปราดเข้าใส่ปากกันทันที แล้วเคี้ยวกันอย่างมันส์ จนลิ้นพันกันนัว กินไป กลืนไป ยกนี้ปรากฏว่าข้าวเวียดนามยกธงขาวครับ เพราะหากชกต่อ รับรองว่าข้าวหอมมะลิจากไทยคงต่อยข้าวเวียดนามจนหมดรูปคาเวทัแน่นอน

เป็นอันว่าข้าวหอมมะลิไทยชนะอย่างใสสะอาดปราศจากข้อกังวลใดๆทั้งสิ้น แต่ว่า...

่คู่ต่อสู้เวียดนาม กลับไม่ยอมรับคะแนนครับท่าน..ยุ่งละซิ ยกมือโบกประท้วงกรรมการว่า ไม่ยุติธรรม อ้าว..
บอกว่า กรรมการทั้งห้าไม่ได้รับแต่งตั้งอย่างถูกกฎหมาย อ้างว่าพวกเผด็จการปฏิวัติเป็นคนแต่งตั้ง ไม่เป็นประชาธิปไตย..ยังไม่ได้เข้าเฝ้าฯ

เออ เอาเข้าไป พวกแพ้แล้วไม่ยอมรับ..ดังนั้น ขอชิงหนีไปประเทศอังกฤษดีกว่า เออ..ไปเลย..ไปแล้วไม่ต้องกลับมาให้เห็นหน้าด้วยยิ่งดี....

ก็ไม่มีอะไรครับ บังเอิญขณะนั่งเขียนบทความนี้ ใจก็แว่บเข้าหาการเมืองบ้านเรา ทำให้เสียสมาธิไปหน่อยเท่านั้นเอง คงไม่ว่ากันนะครับ ยิ่งเห็นหน้าพวกตะแบง อยากจะยุบ ปปช. เสียเต็มปะดาแล้วน่ารำคาญ พวกนี้เรียกว่าพวกรับจ้างนายเก่า เป็นกากเดนของสังคม แผนต่อไปของพวกนี้ก็คือแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้คนที่หนีไปอังกฤษพ้นผิด ไม่ต้องถูกดำเนินคดี พร้อมกับคืนทรัพย์ที่ถูกอายัดไว้ทั้งหมด

 " ..โอแม่เจ้า เมื่อไหร่รัฐบาลหอกหักนี้จะไปพ้นๆเสียทีนะ...ตอนนี้ก็ได้แต่นั่งสาปแช่งอยู่ทุกวันๆ "

คราวนี้จะพูดถึงอาหารเวียดนามที่วางอยู่ข้างหน้า
มื้อนี้ผมรู้สึกเฉยไม่ค่อยยินดียินร้ายนัก คือไม่ค่อยหิวว่างั้นเถอะ เพราะก่อนหน้าหนี้ก็ล่อมันต้มไปสองหัว อร่อยมากครับมันต้มในเวียดนาม หาซื้อได้ที่หน้าวัดเทียนมู่ เป็นของที่ชาวบ้านปลูกโดยไม่มีสารเคมี ขายก็ไม่แพงโลละ 25 บาท มื้อนี้จึงต้องเลือกทานเฉพาะเมนูที่แปลกๆ เป็นต้นว่าปลานึ่งที่ตัดเป็นท่อนใหญ่ๆ จะเรียกว่าปลานึ่งทรงเครื่องก็ได้ มีต้นตะใคร้วางอยู่ด้านบนเพื่อดับกลิ่นคาวเวลานึ่ง ปลาตัวใหญ่มากทีเดียวตักเข้าปากแต่ละทีรู้สึกว่าเต็มปากเต็มคำ ปลาชนิดนี้ไม่มีขายในเมืองไทย อาจดูคล้ายปลาอินทรีย์หรือปลาโอ แต่ไม่ไช่ครับ เนื้อออกสีขาวๆดูแล้วน่าจะตัวใหญ่มากทีเดียว และจานที่เห็นนี้ผมล่อคนเดียวเกือบครึ่ง

ส่วนที่น่าทานและเหมาะสำหรับคนไทยที่ชอบรสเผ็ด เป็นน้ำพริกเวียดนามที่ดูคล้ายน้ำพริกหนุ่มแต่ใช้พริกสีแดง ไกด์บอกว่าจะใส่เครื่องปรุงคล้ายๆปลาร้า แต่เป็นปลาร้าเวียดนาม กลิ่นจะไม่รุนแรงเหมือนบ้านเรา ลองแล้วไม่เลวครับ ส่วนผักจิ้มมีอย่างเดียวก็คือก้านยอดฝักแม้วลวก ที่คัดมาเฉพาะก้าน แต่ละก้านก็ใหญ่กว่าที่เห็นในบ้านเรามาก แถมนิ่ม และ ทานง่าย ไม่แข็งกระด้าง

ใครชอบทานผักต้องบอกว่าให้ลองมาทานที่เวียดนาม ผักที่นี่ปลอดสารพิษ ปลูกกันแบบพื้นบ้าน เรียกว่าเกษตรผสม ไม่ได้ทำเป็นการเกษตรพาณิชย์ หรือเกษตรเชิงเดียวเหมือนบ้านเรา และสิ่งที่ผมยังหาคำตอบไม่ได้ก็คือว่า ทำไมผักในเวียดนามจึงนุ่ม และน่าทานกว่าบ้านเรามาก ทั้งที่เป็นผักชนิดเดียวกัน เช่นผักกาดกวางตุ้ง และต้นตระไคร้

อิ่มแล้วก็ขึ้นรถเพื่อเดินทางต่อ

เราออกจากเมืองเว้สู่เมืองดานัง ไปตามทางหลวงหมายเลข 1 ระยะทางประมาณร้อยกิโลเมตรเศษๆ แต่เวียดนามกำหนดความเร็วของรถที่วิ่งบนถนนหลวงไว้ไม่เกิน 80 กม.ต่อชั่วโมง ส่วนในเขตเมืองหรือชุมชนกำหนดไม่เกิน 60 จึงนั่งไปไปกันแบบสบายๆชมบ้านชมเมืองไปเรื่อยๆ ระหว่างทางจะเห็นความเขียวขจีตลอดสองข้างทาง ส่วนใหญ่เป็นนาข้าวที่เวิ้งว้างสุดสายตา และไม่มีที่ว่างเปล่าให้เห็น ทุกตารางนิ้วจะใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า สาเหตุเพราะประชากรในเวียดนามมีมากถึง 86 ล้านคน (ไทย 60 ล้านคน) ขณะเดียวกันก็มีพื้นที่น้อยกว่าประเทศไทยด้วย (เวียดนาม ประมาณ 3.3 แสน ตร.กม. ขณะที่ไทยมี 5.1 แสน ตร.กม ) เรื่องการครอบครองที่ดินก็ต่างกับบ้านเรามาก เพราะรัฐบาลเป็นเจ้าของที่ดินทั้งประเทศ ส่วนประชาชนเป็นเพียงผู้เช่า แต่ก็ทำสัญญาเช่ากันระยะยาว ผู้เช่าจะขายที่ให้นายทุนแบบเมืองไทยนั้นไม่ได้

เวียดนามมีกฎหมายที่ดินซึ่งเป็นผลตกทอดมาจากครั้งที่ปกครองด้วยลัทธิคอมมิวนิสต์ สมัยนั้นทรัพย์สินที่ดินต้องตกเป็นของรัฐ รัฐจะเข้ามาจัดการบริหารเอง แต่ปัจจุบันหากนักทุนต้องการที่ดินเพื่อขยายกิจการ ก็ต้องไปติดต่อกับรัฐ รัฐจะพิจารณาว่าเหมาะสมหรือไม่ หากไม่มีปัญหาก็จะทำการซื้อขาย ผู้ซื้อก็จะได้โฉนด และเป็นเจ้าของในที่ดินอย่างสมบูรณ์ ส่วนชาวนาที่เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์เดิม ก็จะได้ค่าส่วนแบ่งจากการขายที่ดินนี้ด้วย มีเงินก้อนโตไปลงทุน

เริ่องที่ดินในเวียดนามจะเป็นลักษณะนี้ ปัจจุบันมีการออกโฉนดไปแล้วเป็นจำนวนมาก และยังมีพิ้นที่อีกมากที่ยังเป็นของรัฐ ใครมาเที่ยวเวียดนามอาจแปลกใจว่าถนนเกือบทุกสายในเวียดนามตรงดิ่งไม่มีโค้ง ก็เพราะรัฐเป็นเจ้าของที่ดินนี่แหละครับ จะสร้างถนนตรงไหนก็สร้างได้เลย ไม่ต้องออกฎหมายเวณคืน ไปโดนที่ใครเข้ารัฐก็จะให้เงินชดเชย

ทางหลวงหมายเลข 1 จากเว้สู่ดานัง เป็นเส้นทางผ่านชนบท ทุ่งนา และภูเขา ที่สวยงามมาก คนเวียดนามบางคนบอกว่าเป็นเส้นทางที่มีทิวทัศน์สวยที่สุดของเวียดนาม เป็นเส้นทางที่ต้องลอดอุโมงค์ที่มีความยาวถึง 6.28 กม. ยาวที่สุดในเอเชียใต้ ถนนตัดใหม่ลอดอุโมงค์เรียกว่า ไฮเวินพาส (Hai Van Pass) โดยรัฐบาลฝรั่งเศสเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ส่วนการก่อสร้างได้ว่าจ้างบริษัทจากญี่ปุ่นเป็นดำเนินการ ภายในอุโมงค์กำหนดความเร็วไม่เกิน 60 กม. ห้ามแซง และ ห้ามมอเตอร์ไซด์ใช้เส้นทางนี้ เวลาที่ใช้ประมาณ 20 นาที ใครมาเห็นก็ต้องบอกว่าอุโมงค์นี้สร้างได้อย่างมั่นคงแข็งแรงมาก มีระบบป้องกันภัยต่างๆไว้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นระบบการถ่ายเทอากาศ หากเกิดกรณีไฟไหม้ในอุโมงค์ หรือมีช่องทางเดินให้ออกไปไนที่ปลอดภัยหากเกิดกรณีอุบัติเหตุเป็นต้น

เมื่อพ้นอุโมงค์จะเห็นความแตกต่างของภูมิอากาศของสองฝั่งภูเขาชนิดหน้ามือเป็นหลังมือ ทางฝั่งดานังมีแดดจัดท้องฟ้าปลอดโปร่ง ส่วนฝั่งตรงข้ามหรือเส้นทางที่พึ่งผ่านมา มืดครึ้มตลอดทาง บางช่วงก็มีฝนประปราย

จากปากอุโมงค์ Hai Van Pass ถึงเมืองดานังใช้ระยะทางราว 10 กิโลเมตร ช่วงนี้ไกด์บรรยายว่า เวียดนามกำลังพัฒนาเมืองดานังให้เป็นเมืองเศรษฐกิจทางตอนใต้ของเวียดนาม ขณะนี้กำลังเร่งสร้างปัจจัยพื้นฐาน เพื่อรองรับการลงทุน

ไกด์เล่าว่านอกจากเวียดนามกำลังพัฒนาการขยายตัวทางกายภาพ หรือโครงสร้างทางด้านวัตถุแล้ว ผู้ว่าการของเมืองนี้ ยังกำหนดนโยบายให้ดานังเป็นต้นแบบของการพัฒนาเมือง หากได้ผลรัฐบาลก็จะนำไปใช้กับเมืองอื่นๆต่อไป

นั่นก็คือ ” นโยบาย 5 ไม่ “

ไม่ที่ 1 ก็คือ ไม่มีโสเภณี
ไม่ที่ 2 ก็คือ ไม่มีลักเล็กโขมยน้อย
ไม่มี 3 ก็คือ ไม่มียาเสพติด
ไม่ที่ 4 ก็คือ ไม่มีการพนัน
ไม่ที่ 5 ก็คือ ไม่มีขอทาน


ย้อนมานึกถึงบ้านเราก็ต้องบอกว่า คงเป็นไปไม่ได้ในทุกๆข้อ หากพูดแบบประชดก็ต้องบอกว่า “ ต้องรอชาติหน้าตอนบ่ายๆ “ เพราะข้อ 5 ที่ง่ายที่สุด เราก็ยังปล่อยให้ขอทานต่างชาติ ทั้งพม่า และเขมร เข้ามาป้วนเปี้ยนจนถึงกรุงเทพฯ เป็นขบวนการที่รู้ๆกัน ไปจุดไหนมุมไหนของเมืองก็ต้องเจอ แต่กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงมนุษย์(พม.) ที่ทำหน้าที่ดูแลในเรื่องนี้กลับมองไม่เห็น สายตาพร่ามัวจริงๆ จนต้องโฆษณาเสียเงินเสียทองมากมาย ว่า "พบขอทานให้แจ้ง หมายเลขโทรศัพท์......" ก็เสนอแนะตรงนี้ว่าให้ท่านรัฐมนตรีฯเดินทางไปศึกษางานที่เมืองดานังกันหน่อยเถอะ อาจฉลาดขึ้นอักเยอะเลย หากไม่เชื่อก็ลองถามคนที่เคยไปเที่ยวดานังแล้วก็ได้ว่า จริงหรือเท็จ

ไกด์ขยายความต่อว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลและประชาชนเห็นดีเห็นงามร่วมกัน ไม่ได้ใช้กฎหมายมาบังคับชนิดเต็มร้อยเสียทีเดียว แต่มีเป้าหมายเดียวกันคือการพัฒนาประเทศ พัฒนาเมืองดานังให้เป็นเมืองเศรษฐกิจที่มีความเจริญในอนาคต

เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่า ไทย กับ เวียดนาม แตกต่างกันสิ้นเชิง แทบจะเรียกได้ว่าเป็นไปไม่ได้สำหรับประเทศไทย แต่เวียดนามกลับทำได้ และทำได้จริง สาเหตุก็เพราะรัฐบาลวางตัวเป็นตัวอย่างให้ประชาชนมีความศรัทธา ทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ไม่โกงกิน และไม่โกงชาติบ้านเมือง (เหมือนนายกรัฐมนตรีของไทย บางคน) การทุจริตในเวียดนามคงมีบ้าง แต่หากเจอก็จะถูกจัดการทันทีโดยไม่รอช้า ไม่เหมือนบ้านเราที่นักการเมืองชอบตะแบง อ้างกฎหมาย คอยแค่จะหาช่อง หารู เพื่อเล็ดลอดให้พ้นผิด ครั้นเมื่อจวนตัว เห็นว่าไม่พ้นโทษแน่ ก็เผ่นหนีไปอยู่อังกฤษบ้าง เขมรบ้าง เพราะพวกนี้มีเงินมีทอง สามารถเลือกได้ว่าจะนอนในคุก หรือ แอบหนีไปต่างประเทศดี

ประเทศไทยเป็นดินแดนที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง และคุ้มครองคนดี ส่วนคนเลว คนไม่ดี คนโกงชาติ โกงแผ่นดิน อยู่ไม่ได้ครับ มันร้อน ไปอยู่ต่างประเทศก็ไม่ต่างกับตกนรกทั้งเป็น จิตใจก็ว้าวุ่น เศร้าหมอง หลบๆซ่อนๆ ไปไหนก็ถูกประณามขับไล่ ขายขี้หน้าทั่วทั้งโลก นักข่าวต่างประเทศก็ตีข่าวจนภาพพจน์ประเทศไทยเสียหายย่อยยับ ถูกชาวโลกดูแคลนว่านี่หรือคือคนที่เป็นผู้นำประเทศ ผู้นำที่มีหมายจับไปทั่วประเทศ ประกาศจับทั้งผัวทั้งเมีย กลายเป็นคนไร้เกียรติ ไร้ศักดิ์ศรี ชนิดที่หาผู้ใดเปรียบมิได้

ทำให้นึกถึงคำพูดของป๋าเปรมที่เคยติดป้ายโฆษณา(Billboard) อยู่ที่หน้าสวนจตุจักร ในการรณรงค์ ให้เป็นคนดีเมื่อราว 2-3 ปีก่อนว่า

“ คนโกงชาติบ้านเมือง อนาคตจะไม่มีแผ่นดินอยู่ “

เป็นไงครับ..แม่นยิ่งกว่าหมอเขมรเป็นไหนๆ ภาษาแบบนี้ถ้าเป็นสมัยปู่ย่าตายายเรียกว่าเป็น “ คำสาป ” ครับ



เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
20 สิงหาคม 2551


คลิกดูภาพเที่ยวเวียดนามใต้ เว้-ดานัง- ฮอยอัน
1 ประตูอินโดจีน
2 แม่น้ำแห่งสงคราม
3 ล่องเรือมังกร
4 สุสานไคนดินงห์
5 เมื่องเว้ (Hue)
6 วัดเทียนมู่
7 วังจักรพรรดิ์
8 สู่ดานัง
9 พิพิธภัณฑ์จาม
10 ฮอยอัน
11 ฮอยอันราตรี
12 ตลาดฮอยอัน
13 เมืองมรดกโลก
14 หมู่บ้านแกะสลัก
15 อำลาเมืองเว้
16 วัดพระธาตุอิงฮัง    
   
 
 
   
     
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ คลิก