Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์    เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์ท่องเที่ยว    Home > Outbound Tour > Vietnam 10
ค้นหาคำในเว็บ ได้ทั้งภาษาไทย และ อังกฤษ  

 
 
Outbound Gallery : ภาพชุดเที่ยวต่างแดน Click > South Lao : Vietnam : Malaysia : Burma : Cambodia
Main Menu
 


Photo Gallery

Tour & Travel
Ciity tour
Royal Photos
Flowers & Nature
Events
Outbound Tour

Articles
About Tour
Today talk

Free Photos
Wallpapers
View & Landscape
Flowers
King Photo

Services
Free members
Free Advertize
Photo services
Wedding / Events /More

Others
Portrait Photos
Tip & Technic
Good Books


แกลลอรี่ภาพ
ภาพท่องเที่ยว
ภาพในเมือง
ภาพในหลวงและพระราชพิธี
ภาพดอกไม้และธรรมชาติ
ภาพเหตุการณ์
ภาพท่องเที่ยวในต่างแดน

บทความ
บทความท่องเที่ยว
บทความทั่วไป

ฟรีดาวน์โหลดภาพ
ฟรีภาพวอลเปเปอร์
ภาพวิว ทิวทัศน์
ภาพดอกไม้
ภาพในหลวง
การ์ดปีใหม่ และภาพอื่นๆ
.

 
 
เวียดนามตอนที่ 10 ก้าวแรกที่ฮอยอัน เมืองเล็กๆ ที่เต็มไปด้วยวิถีชีวิตแบบดั่งเดิมของชาวเวียดนาม  อ่านต่อ
ดูเวียดนามชุดอื่นๆ  Click >
(51 ภาพ )
แผนที่ประเทศเวียดนาม ( 51 Photos )
 
     

เวียดนามตอนที่ 10 ฮอยอันเมืองมรดกโลก (Hoi An)
(บันทึกการเดินทางเมื่อเดือน เมษายน 2550)                     

 




ในที่สุดคณะเราก็เดินทางมาถึงฮอยอัน ชื่อที่คนไทยรู้จักคุ้นเคยกันดีกับละครโทรทัศน์ที่ออกอากาศราว พ.ศ. 2548-49 ในเรื่อง ฮอยอันฉันรักเธอ เป็นเรื่องของหนุ่มไทยที่ไปตะลอนถ่ายภาพในเมืองเก่าฮอยอัน จนพบรักกับสาวเวียดนาม เรื่องราวจะเป็นอย่างไร โปรดติดตามตอนต่อไป....

ถึงวันนี้ละครเรื่องที่ว่าก็นับว่านานมาแล้ว พอจำๆได้บ้างเป็นบางตอน ถ้าเดาไม่ผิดละครเรื่องนี้ได้รับการสนับสนุนจากองค์การท่องเที่ยวของเวียดนาม เพราะในฉากละคร สาวเวียดนามที่เป็นนางแบบให้หนุ่มไทยได้ถ่ายภาพ ล้วนพาไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆของฮอยอัน จนคนดูรู้เลยว่าเป็นการโปรโมทสถานที่ท่องเที่ยว เหมือนเอาสารคดีท่องเที่ยวมาผสมกับละครโทรทัศน์

บางฉากปรากฏว่าได้ไปถ่ายทำยังเมืองอื่นๆแล้วเหมารวมกันว่าเป็นฮอยอัน คนที่เคยไปเที่ยวเมืองนี้มาแล้วก็สามารถจับผิดละครเรื่องนี้ได้ว่า มีการปะติดปะต่อกับสถานที่ท่องเที่ยวของเมืองอื่นๆเข้ามาด้วย

อาจเป็นไปได้ว่ากระแสละครเกาหลีเรื่อง แดจังกึม โด่งดังไปทั่วเอเชีย จนทำให้ใครต่อใครคลั่งใคล้อยากไปเที่ยวเกาหลี หรือไปกิน กิมจิ ยังถึงถิ่น ทำให้รัฐบาลเวียดนามเห็นว่าการสร้างละครมีส่วนช่วยเรื่องการท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก จึงร่วมมือกับผู้สร้างละครโทรทัศน์จากเมืองไทย ให้เขียนบทละครแนว รักๆใคร่ๆ ให้คนไทยได้ไหลหลงกับสาวเวียดนามไปพร้อมๆกับหลงเสน่ห์เมืองเก่าฮอยอัน

ถามว่าจากละครเรื่องนี้ได้ผลหรือไม่ ก็ต้องตอบว่าได้ผลครับ ปรากฏว่านักท่องเที่ยวจากไทยหลั่งไหลไปเที่ยวฮอยอันกันจนโรงแรมล้นทะลัก ไม่พอต้อนรับนักท่องเที่ยว ประกอบกับถนนสายใหม่ที่ตัดผ่านเมืองสะหวันนะเขตของลาวเปิดใช้พอดี ทำให้หลายคนก็อยากลองใช้เส้นทางท่องเที่ยวที่เรียกว่าทริปเดียวเที่ยว 3 ประเทศ

แดจังกึม ก็เป็นตัวอย่างอันดีที่ทำให้เกิดกระแส คนแห่ไปเที่ยวเกาหลีกันจนบริษัทท่องเที่ยวทั้งไทยและเกาหลีต่างรับทรัพย์กันเละ โดยเฉพาะฉากต่างๆที่ใช้ถ่ายทำ ทางโรงถ่ายก็เก็บค่าเข้าชมกันเพลิน รับทรัพย์กันเป็นทอดๆ

คงจำกันได้นะครับกับ แดจังกึมฟีเวอร์ ที่โด่งดังไปทั่วเอเชีย ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆให้กับวงการท่องเที่ยว จนหลายประเทศหันมามอง และถือเป็นกรณีศึกษา ว่ามีส่วนช่วยประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ให้กับประเทศอย่างได้ผล

ฮอยอันฉันรักเธอ จะมีเจตนาให้เป็นแบบ แดจังกึมหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ รู้แต่ว่าตอนนั้นเวียดนามกำลังโหมประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยว และสถานท่องเที่ยวบางแห่งได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก เช่น อ่าวฮาลองเบย์ อยู่ไปทางเวียดนามตอนเหนือ เมืองเก่าฮอยอัน และพระราชวังเมืองเว้ ในเขตเวียดนามกลาง

ใครสนใจเรื่องราวของอ่าวฮาลองเบย์ ก็อดใจหน่อยนะครับ จะเป็นอีกทริปหนึ่งของเวียดนามที่เราจะเสนอในลำดับถัดไป ในเวียดนามภาค 2 เป็นทริปที่จะพาเที่ยวอ่าวฮาลอง มรดกโลกทางธรรมชาติ เป็นอีกบรรยากาศหนึ่งที่แตกต่างจากทริปเวียดนามภาค 1 ที่กำลังนำเสนออยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นการพาเที่ยวเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม ได้แก่เมืองเว้ และเมืองฮอยอัน ที่ถือว่าเป็นรากเหง้าทางวัฒนธรรมและเป็นเมืองประวัติศาสตร์ของประเทศเวียดนาม

ตามที่กล่าวมาแล้วในตอนที่ผ่านๆมาว่า เวียดนามตอนกลาง คือศูนย์กลางอารยธรรมของชนชาติเวียดนามมานับพันๆปี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของชนเผ่าจาม หรือจัมปา ก็เข้ามาตั้งรกรากอยู่ทางแถบเมืองเว้ (Hue) ดานัง (Danang) และกวางนำ (Quang Nam) ซึ่งเป็นชนชาติเก่าแก่ที่มีมาก่อนยุคขอมในเมืองเขมร และเมืองเว้ในอดีตก็ยังเป็นเมืองของชนชั้นปกครองหรือเมืองกษัตริย์ เป็นศูนย์รวมของพระราชวังต่างๆ

ทางด้านศาสนา เมืองเว้ยังเป็นศูนย์กลางของพุทธศาสนาที่เคยรุ่งเรืองมาในอดีต ก่อนที่จะล่มสลายในยุคล่าอาณานิคมของฝรั่งเศส ซึ่งก็น่าเสียดายที่ปัจจุบันพุทธศาสนาได้หายไปจากเวียดนามจนเกือบจะหมดสิ้น จากประชากรที่เคยนับถือศาสนาพุทธอยู่ถึง 95 เปอร์เซ็นต์ กลับเหลืออยู่ไม่ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ในปัจจุบัน

ถามว่าที่เหลือนับถือศาสนาอะไร ก็ตอบว่า ไม่มีศาสนาครับ...

บัตรประชาชนของเวียดนามถ้าจำไม่ผิดจะไม่มีการบุุถึงเรื่องการนับถือศาสนา และจากผลสำรวจเมื่อปี 2542 ปรากฏว่า 80 % ไม่มีศาสนา ที่เหลืออีก 20% ก็นับถือขงจื้อ เต๋า พุทธมหายาน และ คริสต์

ทุกวันนี้ทางการของเวียดนามก็ยังมีความระแวงเรื่องศาสนา
อาจเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ทำให้คนเวียดนามเคยมีความขัดแย้งอย่างรุนแรงเมื่อในอดีต และขณะนี้องค์กรด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ ก็ยังมองว่าเวียดนามเป็นประเทศที่ยังละเมิดในเรื่องนี้อยู่

แม้พระไทยที่ไปทัศนศึกษาในเวียดนามลักษณะเป็นหมู่คณะ ทางการเวียดนามยังตั้งข้อสงสัยว่าอาจเข้าไปปลุกปั่นหรือเผยแพร่พุทธศาสนา และจะกีดกันการพบปะ ระหว่างพระไทย และพระเวียดนาม การเดินทางไปไหนมาไหนก็ยังถูกจับตามองหรือเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

พระไทยที่จะไปเวียดนามเป็นหมู่คณะก็ควรศึกษาหาข้อมูลในเรื่องเหล่านี้ด้วยว่าทำได้แค่ไหน

ศาสนาพุทธเคยมีปัญหากับรัฐบาลของเวียดนามในอดีต เรียกได้ว่าถูกกวาดล้างให้สูญพันธ์ไปจากแผ่นดินเวียดนาม ตามนโยบายของผู้นำที่นับถือโรมันคาทอลิกในขณะนั้น พระเวียดนามไม่น้อยต้องหลบหนีหรืออพยพไปอยู่ต่างประเทศ เช่นฝรั่งเศส และตามรอยตะเข็บชายแดน เขตติดต่อกับกัมกัมพูชา แม้ทุกอย่างจะสงบลงแต่พระที่ไปอยู่ต่างประเทศก็ไม่กลับเข้าประเทศ เพราะไม่มั่นใจในความปลอดภัย เท่าที่ทราบพระเวียดนามที่หลบอยู่ในประเทศเขมรก็กลายเป็นชนชาติเขมรไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ต่างกับชาวเวียดนามที่อพยพมาทำอาชีพประมงในบริเวณทะเลสาบโตนเล หรือโตนเลสาบ ก็ถือสัญชาติกัมพูชาไปเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

จนถึงวันนี้ความอึมครึมที่มีมาแต่อดีต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศาสนา หรือการปกครองด้วยลัทธิคอมมิวนิสต์ ก็ยังไม่จางหายไปจากความรู้สึกนึกคิดของคนเวียดนามบางส่วน โดยเฉพาะกับคนที่เคยผ่านเหตุการณ์เหล่านี้ หลายอย่างที่ไกด์นำมาเล่า ฟังแล้วก็อาจเป็นเรื่องน่าแปลกสำหรับคนไทยในยุคสมัยนี้

เช่น

- คนเวียดนามไม่ระบุศาสนา ถือว่าไม่ปลอดภัยสำหรับตนเอง และอาจเสียสิทธิบางประการหากศาสนานั้นได้รับการต่อต้านจากรัฐบาล
- จะไม่อวดรวยโดยเฉพาะคนรุ่นเก่า เพราะประเทศนี้เคยตกอยู่ภายใต้การปกครองของคอมมิวนิสต์ มีนโยบายที่จะยึดทรัพย์สินของนายทุน
   หรือผู้มีฐานะร่ำรวยให้ตกเป็นของรัฐ เพื่อกระจายรายได้ให้กับคนยากจน
- คนเวียดนามไม่นิยมฝากเงินกับธนาคารเพราะความกลัวเรื่องการถูกอายัดหรือถูกยึดบัญชี

แล้วเงินทองที่หามาได้เก็บไว้ที่ไหน...

ใส่ตุ่มครับ อย่าพึ่งขำนะครับ คนเวียดนามรุ่นเก่าๆยังทำแบบนี้กันอยู่ ทั้งเงินและทอง ยังเก็บไว้ในตุ่มหรือเก็บไว้ในที่ปลอดภัย ไม่มีใครกล้าอวดรวย หรืออวดมั่งอวดมีเหมือนบ้านเรา คนไทยมาเที่ยวเวียดนามก็อย่านึกดูถูกว่าเค้าจนไม่มีเงิน ใครจะรู้ว่าบางคนอาจเป็นเศรษฐี หรือทำตัวเป็นผ้าขี้ริ้วห่อทองก็เป็นได้

เป็นเรื่องจริงที่ไม่อิงนิยาย แม้พรรรคพวกที่อยู่ในวงการเงินๆทองๆของเวียดนามก็ยังบอกเลยว่า ธุรกิจด้านการเงินการธนาคารของเวียดนามเติบโตช้า ธนาคารที่เป็นของคนเวียดนามแท้ๆนั้นน้อยกว่าบ้านเรา และที่สำคัญคนเวียดนามไม่นิยมฝากเงินไว้กับธนาคาร



การเดินทางมาเที่ยวฮอยอัน

เว้ ดานัง ฮอยอัน เป็นโปรแกรมทองเที่ยวทางเวียดนามตอนกลาง สามารถเดินทางโดยเครื่องบินมาลงที่สนามบินดานัง จากนั้นก็ขึ้นทางทิศเหนือเที่ยวเมืองเว้ที่อยู่ห่างราว 110 กิโลเมตร ซึ่งต้องลอดอุโมงค์ฮายเวิน และจากดานังก็ลงมาเที่ยวฺฮอยอัน ซึ่งห่างกันประมาณ 30 กม. ถือว่าใกล้กันมาก และคิดว่านักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะนิยมไปพักที่ฮอยอันมากกว่าที่จะพักที่เมืองดานัง เพราะฮอยอันเป็นเมืองท่องเที่ยว และเป็นเมืองมรดกโลก ผู้คนที่นั่นยังมีวิถีชีวิตแบบดั่งเดิม สำหรับค่าโรงแรมที่พัก และค่าใช้จ่ายต่างๆก็ไม่แพงมากนัก ถ้าหากเทียบกับดานังแล้วถือว่าคนละเรื่อง เพราะดานังเป็นเมืองใหญ่กว่ามาก

ฮอยอัน อาจเป็นความฝันของหลายๆคนที่อยากเที่ยวในสไตล์ที่เรียบง่าย สบายๆ ผู้คนไม่มากนัก และวุ่นวายเหมือนเมืองอื่นๆ สามารถเที่ยวตามที่ต่างๆโดยเช่าจักรยานขี่ ซึ่งนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะนิยมมาก เรียกว่าทำตัวให้กลมกลืนไปกับคนเมืองนี้ได้อย่างสบายๆ และเมืองนี้ก็มีความปลอดภัยสูง ค่ำคืนดึกดื่นก็ไม่มีปัญหา สบายใจได้ครับ

ใครมาเที่ยวฮอยอันแล้วควรทำตัวแบบติดดินบ้าง แล้วจะรู้ว่าที่นี่แตกต่างจากที่อื่นๆ เพราะเสน่ห์ของฮอยอันก็คือเป็นเมืองเล็กๆที่ดูเรียบง่าย ผู้คนก็ใช้ชีวิตกันแบบดั่งเดิม ขี่จักรยาน หาบของขายไปตามท้องถนน(เหมือนเมืองไทยสมัยก่อน) ช่วงเช้าและเย็นจะเห็นนักเรียนหญิงที่แต่งกายด้วยชุดอ่าวหญ่าย หรือชุดประจำชาติสีขาว ขี่จักรยานกันตามถนน

ในเวียดนามไม่มีรถรับส่งนักเรียน ไม่มีรถสองแถว หรือรถเมล์แบบบ้านเรา จะไปไหนมาไหนก็ขี่จักรยานกันลูกเดียว ส่วนรถเก๋งหรือรถส่วนตัวแทบหาไม่ได้เลยครับ สาเหตุก็เพราะยังมีราคาแพงมากสำหรับคนเวียดนาม ถ้าจำไม่ผิดขนาดระดับรองผู้ว่าแบงค์ชาติ หรือระดับรองผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์ก็ยังขี่มอเตอร์ไซด์มาทำงาน

ประเทศเวียดนามแม้ภายนอกจะมองว่าเป็นประเทศที่เติบโตทางเศรษฐกิจลำหน้าอีกหลายประเทศในเอเชีย แต่ภาพจริงเสียงจริงที่สัมผัส หรือสอบถามจากพรรคพวกที่มีหน้าที่การงาน และต้องเดินทางมาประเทศเวียดนามอยู่เป็นประจำ ก็เข้าใจตรงกันว่า คนเวียดนามโดยเฉพาะคนวัยทำงาน ได้รับเงินเดือนไม่มากนัก อาจจะเรียกว่าน้อยมากถ้าเทียบกับอัตราเงินเดือนในประเทศไทย คนเวียดนามไม่มีสิทธิ์ที่จะใช้ชีวิตอย่างฟุ่มเฟือยเหมือนคนไทย สินค้าแบรน์ดังๆลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติทั้งนั้น ห้างสรรพสินค้าใหญ่ๆ ไม่มีในเวียดนาม ห้างโลตัส หรือกาแฟบั๊กๆ ไม่มีขาย ถึงมีก็เจ้ง เพราะคนเวียดนามไม่มีเงินพอ ส่วนใหญ่ที่เห็นจะมีชีวิตแบบเรียบๆไม่หวือหวา

ใครที่คิดว่าประเทศเวียดนามมีความเจริญเติบโตตามที่เป็นข่าว แต่เมื่อมาเห็นของจริงแล้ว จะรู้ว่าตรงกันข้ามกับที่คิดไว้มาก สรุปว่าต้องมาเห็นกับตาครับ

รถเก๋งในเวียดนามที่สังเกตมีสองประเภท ได้แก่รถแท๊กซี่ (สีขาว) และรถของทางราชการ หรือรถของเจ้าหน้าที่องค์การระหว่างประเทศ ชาวบ้านทั่วไปส่วนใหญ่ไม่มีรถเก๋งหรือรถส่วนตัว ถึงมีก็น้อยมาก มอเตอร์ไซด์คือพาหนะที่แสดงถึงความมีฐานะ โดยเฉพาะมอเตอร์ไซด์ที่สตาร์ทด้วยไฟฟ้า(หรือมือ) ถือว่าอย่างหรู ส่วนมอเตอร์ไซด์คันไหนใช้เท้าสตาร์ท(ติดบ้างดับบ้าง) ถือว่าธรรมดา

นอกจากนี้ยังแบ่งอีกว่า ถ้าเป็นมอเตอร์ไซด์ยี่ห้อดังที่นำเข้าจากไทย ก็ต้องถือว่ามีระดับขึ้นมาอีก ไม่ต่างกับขี่เก๋ง BMW ส่วนมอเตอร์ไซด์ที่นำเข้าจากจีนถือว่าเป็นเกรดรอง ราคาจะถูกมาก

คนเวียดนามบอกว่าซื้อรถมอเตอร์ไซด์จากไทย 1 คัน สามารถซื้อยี่ห้อของจีนได้ 3 คัน หรือ 3 ต่อ 1 ส่วนมอเตอร์ยี่ห้อดังๆของไทย ราคาในบ้านเราขาย 4 หมื่นบาท แต่ส่งไปขายเวียดนามแล้วตกคันละราว 7 - 8 หมื่นบาท บางรุ่นก็อาจถึงหลักแสน เรียกว่าแพงหูฉี่ และยิ่งไปกว่านั้นต้องกำเงินสดไปซื้อด้วยนะครับ

ในเวียดนาม (รวมทั้งลาว) ไม่มีระบบเงินผ่อน มีเงินจึงค่อยซื้อ ไม่มีเงินให้นั่งฝันนอนฝันกันไปก่อน ไม่เหมือนบ้านเรา ฝันคืนนี้ รุ่้งขึ้นก็วางเงินดาวน์ได้เลย ง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปาก ธุรกิจไฟแนนซ์บ้านเราจึงเฟื่องฟู ไล่ล่า ไล่ยึดกันให้วุ่น เพราะมีปัญญาดาวน์ แต่ไม่มีปัญญาผ่อน


หนุ่มไทยคนไหนที่ขับเก๋งวีออส หรือ ฮอนด้าแจ๊ส คันละ 5-6 แสน ไปจีบสาวเวียดนามแล้ว อาจแพ้หนุ่มมอเตอร์ไซด์ฮอนด้าเวปที่ขายในบ้านเราคันละ 4-5 หมื่นก็เป็นได้ หรือหนุ่มไทยจะแต่งงานกับสาวเวียดนาม หากจะเล่นแอบตีท้ายครัว ยกฮอนด้าเวปให้ว่าที่พ่อตาสักคัน ทุกอย่างก็อาจปลอดโปร่งขึ้นอีกเยอะเลย (ถือว่าเป็นการแนะนำนอกตำรา ที่ไม่รับประกันความสำเร็จ)

สำหรับผมแล้ว หากคิดจะจีบสาวเวียดนามคงยากสักหน่อย(ถึงจีบคนไทยก็ล้มหลวมานับไม่ถ้วน) เพราะขี่มอเตอร์ไซด์ไม่เป็น จะพาสาวเวียดนามซ้อนท้ายไปหาที่เหมาะๆคุยกันก็คิดหนัก รถราในเวียดนามก็เต็มบ้านเต็มถนนขับขี่ยากมาก ครั้นจะพาสาวเวียดนามซ้อนจักรยาน ก็กลัวจะเป็นลมเป็นแล้ง ขี่ไม่ไหว หรือหมดแรงเสียก่อน

จนสาวเวียกนามอาจจะบอกว่า พี่ไม่ต้อง...น้องเอง..(สาวเวียดนามแข็งแรงขี่จักรยานเก่ง อย่าคิดมาก)

อย่ากระนั้นเลยเกี่ยวก้อยกันไปนั่งคุยกันแบบเงียบๆ ง่ายๆ ที่โคนต้นไม้ตามสวนสาธารณะน่าจะดีกว่า เพราะไกด์บอกว่า สวนสาธารณะในช่วงเย็นๆ กระทั้งค่ำคืน จะเห็นนั่งจองต้นไม้กันเป็นคู่ๆ ใครมาก่อนก็ได้ต้นใหญ่ ปิดบังอำพรางได้ดีหน่อย ใครไปทีหลังก็ได้ต้นเล็กๆ แต่ตกดึกจะนั่งคุยกันจนต้นไม้หักล้มระเนระนาดบ้างหรือเปล่า เรื่องนี้ลืม..ลืมถามไกด์ครับ..


ฮอยอันในตอนแรก เอาแค่พอหอมปากหอมหอมคอก่อนนะครับ

ส่วนตอนที่ 11 -13 ก็ยังอยู่ที่ฮอยอัน แต่จะพาเที่ยวตามซอกตามมุมต่างๆ เพราะคิดว่าหลายคนก็อยากรู้อยากเห็นว่าฮอยอันมีดีอะไร คนไทยจึงนิยมมาเที่ยวกันมาก อาจเรียกว่ากว่าร้อยละ 60-70 ของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเวียดนามกลาง หรือเมืองเก่าในย่านนี้ เป็นคนไทยเกินครึ่ง นอกนั้นก็เป็นชาติยุโรปและชาติอื่นๆ

อาหารเวียดนาม คนไทยก็คุ้นเคยอยู่แล้ว มาเที่ยวเวียดนามก็ไม่มีปัญหามากนัก เมนูอาหารก็มีผักเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งก็เป็นอาหารหลัก คนเวียดนามทานผักเก่งกว่าบ้านเรา ผักรสขม รสฝาด รสเผ็ด รสเปรี้ยว รสเฝื่อน หรือรสประหลาดๆ (อธิบายไม่ถูก) ที่เวียดนามนี้มีครบทุกรส ที่เห็นทานประจำก็ใบสะระแหน่ ผักไผ่(ผักแผ้ว) ผักคาวตอง (ผักทางภาคเหนือของไทยมีรสเผ็ด)

ไม่ว่าจะเป็นผักทางภาคอีสาน หรือภาคเหนือบ้า้่นเฮา บอกได้เลยว่าที่เวียดนามนี้กินกันเป็น และกินได้ทุกอย่าง ใครทานผักกันเก่ง และไม่เกี่ยง รับรองว่ามาเที่ยวเวียดนามแล้วสนุกแน่ แต่ต้องพยายามปลีกวิเวกไปหาทานกันเองตามหัวมุมถนน เพราะตามโปรแกรมทัวร์จากบริษัทต่างๆแล้วจะไม่มีโอกาสหาทานเองได้ ทุกมื้อลูกทัวร์จะโดนต้อนเข้าภัตตาคารกันหมด ทั้งนี้ก็เกรงว่าคนไทยจะทานอาหารเวียดนามไม่ค่อยได้ จึงต้องหาร้านที่มีมาตรฐานกันไว้ก่อน

ตอนที่ 11 จะพาซอกแซกเข้าตลาดสด เป็นรายการนอกโปรแกรมทัวร์ ที่ผมดอดแอบเข้าตลาดสดกลางเมืองฮอยอันโดยไม่บอกให้ใครรู้ เห็นอะไร เจออะไรบ้าง ต้องรอติดตามครับ รับรองว่ามีเรืองเหลือเชื่อให้ทุกคนได้เห็นแน่นอน แล้วจะรู้ว่านี่แหละคนเวียดนามขนานแท้



เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
26 กันยายน 2551




 
คลิกดูภาพเที่ยวเวียดนามใต้ เว้-ดานัง- ฮอยอัน
1 ประตูอินโดจีน
2 แม่น้ำแห่งสงคราม
3 ล่องเรือมังกร
4 สุสานไคนดินงห์
5 เมื่องเว้ (Hue)
6 วัดเทียนมู่
7 วังจักรพรรดิ์
8 สู่ดานัง
9 พิพิธภัณฑ์จาม
10 ฮอยอัน
11 ฮอยอันราตรี
12 ตลาดฮอยอัน
13 เมืองมรดกโลก
14 หมู่บ้านแกะสลัก
15 อำลาเมืองเว้
16 วัดพระธาตุอิงฮัง    
   
 
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ คลิก