Photoontour.Com โฟโต้ออนทัวร์    เว็บไซต์ภาพถ่าย เว็บไซต์ท่องเที่ยว    Home > Outbound Tour > Vietnam 12
ค้นหาคำในเว็บ ได้ทั้งภาษาไทย และ อังกฤษ  

 
 
Outbound Gallery : ภาพชุดเที่ยวต่างแดน Click > South Lao : Vietnam : Malaysia : Burma : Cambodia
Main Menu
 


Photo Gallery

Tour & Travel
Ciity tour
Royal Photos
Flowers & Nature
Events
Outbound Tour

Articles
About Tour
Today talk

Free Photos
Wallpapers
View & Landscape
Flowers
King Photo

Services
Free members
Free Advertize
Photo services
Wedding / Events /More

Others
Portrait Photos
Tip & Technic
Good Books


แกลลอรี่ภาพ
ภาพท่องเที่ยว
ภาพในเมือง
ภาพในหลวงและพระราชพิธี
ภาพดอกไม้และธรรมชาติ
ภาพเหตุการณ์
ภาพท่องเที่ยวในต่างแดน

บทความ
บทความท่องเที่ยว
บทความทั่วไป

 
 
เวียดนามตอนที่ 12 ฮอยอันเมืองเก่าเมื่อหลายร้อยปี กับบรรยากาศแสงสีในยามราตรี  อ่านต่อ
ดูเวียดนามชุดอื่นๆ  Click >
(41 ภาพ )
แผนที่ประเทศเวียดนาม ( 41 Photos )
 
     

เวียดนามตอนที่ 12 ตลาดฮอยอัน (Hoi An market)
(บันทึกการเดินทางเมื่อเดือน เมษายน 2550)                     

 



เวียดนามตอนที่ 12 นี้ ยังอยู่ที่ ฮอยอัน มรดกโลกทางวัฒนธรรม เมืองเล็กๆที่มีประชากรไม่เกิน 1 แสนคน และชาวเมืองที่นี่ยังดำเนินชีวิตแบบดั่งเดิม เรียกว่าค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้หวือหวาเหมือนบ้านเราที่นักธุรกิจมักแห่กันไปลงทุน ในเมืองที่เห็นว่าจะเ็ป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญในอนาคต

ในทางธุรกิจอาจถือว่าเป็นเรื่องปกติ ที่ใดมีช่องทางการค้าก็มักจะมีการแข่งขันกันสูง ราคาที่ดินขึ้นพรวดพลาด มือใครยาวสาวได้สาวเอา ไม่คำนึงถึงผลกระทบทีจะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นสภาพทางสังคม สภาพแวดล้อม วิถีชีวิต

ก็ยังดีที่เรามีบทเรียนจากวิกฤติเศรษฐกิจเมื่อปี 2540 หรือยุคไอเอ็มเอฟ ที่ทำเอาธุรกิจน้อยใหญ่ปิดกิจการกันระนาว จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้มีความระมัดระวังกันมากขึ้น ไม่ผลีผลามบุ่มบ่ามเหมือนเมื่อก่อน

เวียดนามเป็นประเทศที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจค่อนข้างดีมาตั้งแต่ปี 2547 แต่ปี 2551 กลับเจอกับภาวะเงินเฟ้อขั้นรุนแรง เฉลี่ยในช่วงครึ่งปีอยู่ที่ 16 % บางเดือนก็สูงถึง
25 % ถือว่ารุนแรงมากจนต้องลดค่าเงินดอง

แต่ผลกระทบของเวียดนามก็ยังไม่มากเท่าวิกฤติ ต้มยำกุ้ง ของไทยเมื่อปี 40

เวียดนามมีมาตราการป้องปรามการซื้อ-ขายสินค้าเงินผ่อน รวมทั้งเข้มงวดในการปล่อยกู้จากธนาคารให้กับบุคคลที่เรียกว่า Personal Loan ต่างกับบ้านเราที่ปล่อยกู้กันอย่างกว้างขวาง มีทั้งธุรกิจถูกกฏหมายและผิดกฏหมายอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง ตามเสาไฟฟ้า หรือที่สาธารณะจึงเห็นป้ายโฆษณาให้กู้เงินอยู่มากมาย ใครโลภ ไม่รู้เท่าทัน ก็ตกเป็นเหยื่ออย่างมิต้องสงสัย เพราะส่วนใหญ่เป็นธุรกิจหลอกลวงทั้งนั้น

เวียดนามไม่มีการขายสินค้าเงินผ่อน จึงต้องจ่ายเงินสดแต่เพียงอย่างเดียว ผลดีคือทำให้ช่วยลดความโลภไปได้มาก

ปัจจุบันเริ่มผ่อนปรนกฎเกณฑ์ลงมาบ้าง แต่ก็ยังใช้เฉพาะเป็นกรณีไป เข้าใจว่าน่าจะเป็นเรื่องอสังหาริมทรัพย์เช่นคอนโด หรือที่อยู่อาศัย อาจให้มีระบบเงินผ่อนได้บ้าง แต่ก็มีข้อกำหนดมากมาย

กฏเกณฑ์ทางการเงินของเวียดนามช่วยยับยั้งไม่ให้ประชาการมีหนี้เกินตัว รัฐก็ไม่ต้องมีนโยบายปลดหนี้ เหมือนพรรคการเมืองบางพรรคในบ้านเรานำมาหาเสียง ดูแล้วก็เป็นเรื่องแปลก(ที่สุดในโลก) กู้หนี้ยิมสินเพื่อตัวเองแท้ๆแต่กลับให้รัฐบาลมารับภาระหนี้สินแทน พรรคไหนมีนโยบายแบบนี้ถือว่าเอาเปรียบประชาชนที่ใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง รู้จักพอ และไม่ก่อหนี้

ใครไปเที่ยวเวียดนามก็จะมีโอกาสเห็นการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง... สิ่งฟุ้งเฟ้อฟุ่มเฟือย ยังอยู่ห่างไกลจากคนเวียดนามมาก

คำว่าอยู่อย่างพอเพียงอาจหายากในบ้านเรา ดูๆแล้วเป็นเรืองของนามธรรมมากกว่าจะเป็นรูปธรรม เพราะประเทศไทยเราเตลิดเปิดเปิงมาไกลมาก และยากที่จะย้อนกลับ ตัวอย่างง่ายๆในเรื่องของความประหยัด บางคนประหยัดอยู่อย่างสองอย่าง แต่กลับฟุ่มเฟือยในสิ่งอื่นอีกมากมาย

ยิ่งทางฝ่ายรัฐบาลแล้วไม่ต้องพูดถึง สมัยที่นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกฯ ก็ไม่เคยได้ยินคำว่าพอเพียงหลุดออกมาจากปากสักคำ แถมยังมีนโยบายที่จะใช้เงินงบประมาณกันอย่างมือเติบ จนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ตรัสเรื่องของความประหยัด นั้นแหละรัฐบาลถึงได้มีสติและคิดได้ บอกว่าขอน้อมรับใส่เกล้าใส่กระหม่อม

คนเวียดนามมีความเป็นอยู่พอเพียงตามอรรถภาพ ตามฐานะของสังคมโดยรวม การดำรงชีวิตยังอยู่ในกรอบของคำว่าปัจจัย 4 หรือความต้องการขั้นพื้นฐานได้แก่ อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย และยารักษาโรค

ส่วนคนไทยทุกวันนี้ต้องการปัจจัยที่ 5 และที่ 6 ไปแล้ว เรียกว่าต้องการความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น แต่ที่เป็นปัญหาเพราะความต้องการส่วนเกินนี้ไม่ได้มีพื้นฐานหรือฐานะทางการเงินที่มั่นคงพอ เรียกว่ายังจนแต่ไม่เจียมเนื้อเจียมตัว

ส่วนใหญ่แล้วเกิดจากการถูกกระตุ้นของสื่อโฆษณา และด้วยวิธีทางการตลาดที่แยบยล ทั้งจากธุรกิจจากต่างประเทศและในประเทศ คนส่วนใหญ่ตกเป็นทาสอย่างโงหัวไม่ขึ้น เป็นหนี้เป็นสินกับปัจจัยส่วนเกินนี้กันมากมาย และไร้สติ

ย้อนกลับมาที่ฮอยอัน ในฐานะเมืองเก่า มรดกโลกทางวัฒนธรรมจากยูเนสโก

น่าแปลกที่สภาพของเมืองเก่าเหมือนถูกสต๊าฟไว้ให้คงอยู่ในสภาพเดิม ไม่มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปทำให้เกิดการสูญเสียความเป็นอดีต ใครไปเห็นก็ต้องยอมรับว่าเค้าทำได้จริงๆ เป็นเมืองเก่าที่มีความสมบูรณ์แบบมาก

คนเวียดนามส่วนใหญ่ยังยากจน(เมื่อเทียบกับไทย) ไม่ได้มีเงินถุงเงินถังพอที่จะลงทุนทำธุรกิจใหญ่ๆโตๆ ธนาคารของเวียดนามก็ไม่ได้มีความหลากหลายเหมือนบ้านเรา การแข่งขันระหว่างธนาคารเพื่อหาลูกค้าจึงไม่รุนแรง

หากจะให้มองเห็นภาพก็ลองย้อนอดีตประเทศไทยไปสักราว 30 ปี ก็พอจะเห็นภาพว่าทุกอย่างยังไม่หวือหวานัก ชาวบ้านชาวเมืองก็อยู่กันตามฐานะ ไม่มีสิ่งยั่วยวนกวนกิเลสเหมือนปัจจุบัน มีน้อยใช้น้อย ธนาคารก็มีไว้เพื่อการออม หรือเพื่อฝากเงิน จะให้กู้ก็เฉพาะธุรกิจเท่านั้น ไม่มีนโยบายปล่อยกู้ให้กับลูกค้ารายย่อย หรือลูกค้าบัตรเครดิต เรียกว่าใช้ก่อนผ่อนทีหลัง

การมาเที่ยวเมืองเก่าฮอยอันทำให้เกิดมุมมองอันหลากหลาย หากเทียบกับบ้านเราแล้วก็เหมือนอยู่คนละมิติ ไม่ต่างกับดูละครย้อนยุค ที่เห็นพระเอกขี่รถเก๋งรุ่นเก่ามาจอดหน้าบ้านนางเอก บนถนนสายเล็กๆที่เป็นดินลูกรัง รั้วบ้านก็เป็นไม้ระแนงโปร่งๆ มีไม้ดอกเลื้อยอยู่บนรั้ว ใครชอบดูละครย้อนยุคของบ้านเรา ก็พอจะเทียบเคียงได้ว่า นั้นแหละคือฮอยอันในปัจจุบัน

บางคนก็บอกว่าเป็นภาพสบายตา เห็นบ้านเมืองแบบย้อนยุค สมกับคำว่า “ เมืองเก่า” ซึ่งหาไม่ได้ในประเทศที่เจริญแล้ว เว้นแต่ว่ามีการอนุรักษ์ไว้เป็นอย่างดี

ใครมาเที่ยวฮอยอันและพอมีเวลาก็อาจลองเข้าไปสำรวจตลาดเมืองเก่า

ก็หาไม่ยากครับ เพราะทางเข้าตลาดจะดูพลุกพล่าน เข้าไปข้างในแล้วก็จะได้รู้ว่าแตกต่างกับบ้านเราอย่างไรบ้าง ที่เห็นๆก็คือพืชผักที่วางขายในตลาด ส่วนใหญ่หรือเกือบทั้งหมดจะเป็นผักทีปลูกกันเอง เรียกว่ามาจากเกษตรกรรายย่อย ไม่ได้มาจากสวนผักขนาดใหญ่และเต็มไปด้วยสารเคมีเหมือนบ้านเรา

ในตลาดฮอยอัน ยังเห็นแม่ค้าหาบของขายโดยใช้ไม้คาน หากเป็นเมืองไทยก็ต้องเรียกว่าเป็นนักอนุรักษ์ฯ และคนไทยสมัยนี้อาจไม่รู้จักกับคำว่า " ไม้คาน " แต่ในเวียดนาม โดยเฉพาะเมืองในชนบท การหาบของขายโดยใช้ไม้คานที่ทำด้วยไม้ใผ่ มีให้เห็นอยู่ทั่วไป เรียกว่าเป็นเสน่ห์ที่เพิ่มสีสันอย่างมากสำหรับเมืองท่องเที่ยว



กรุงเทพฯเมื่อหลายปีก่อน เคยอนุรักษ์อาชีพหาบเร่ ซึ่งเป็นอาชีพเก่าแก่ของคนไทย ในสมัยที่มีการจัดระเบียบหาบเร่แผงลอยเป็นครั้งแรกๆ โดยมีข้อแม้ว่าคนขายต้องใส่งอบ(หมวกสานด้วยใบมะพร้าว) ปรากฏว่าถูกอกถูกใจชาวต่างชาติมาก ใครเห็นก็ขอถ่ายภาพกันใหญ่ บางคนชอบงอบมากถึงขนาดซื้อใส่แทนหมวกเฉยเลย แต่กฏเกณฑ์การจัดระเบียบแผงลอยเปลี่ยนไปเรื่อยๆ จนภาพที่ว่านี้หายไปจากเมืองหลวงหมดแล้ว

เข้ามาในตลาดฮอยอันจะเห็นภาพที่อาจแปลกสำหรับคนไทย คือว่าที่นี่ขายเป็ดไก่กันเป็นๆ ไม่เห็นขายไก่ทำสำเร็จจากโรงงาน หรือจากฟาร์มขนาดใหญ่ ที่แยกเนื้อแยกส่วนกันเสร็จสรรพ แต่ตลาดฮอยอันยังเป็นสังคมชนบทดั่งเดิม การดำเินินชีวิตแบบสมัยก่อนๆ (ในสายตาคนไทย)จึงมีให้เห็นเป็นเรื่องปกติ เข้าใจว่าด้านหลังตลาดน่าจะมีบริการเชือดพร้อมถอนขนไก่ เช่นเดียวกับจังหวัดเล็กๆในประเทศจีน ทียังเห็นวิธีการแบบนี้อยู่ สำหรับคนไทยคงรับไม่ได้ เพราะกลัวบาป

เดินเลยมาหน่อยจะเห็นแม่น้ำอยู่หลังตลาด เช้าๆแบบนี้คึกคักมากทีเดียว มีเรือพายเรือแจว คอยบริการรับส่งสินค้าอยู่หลายลำ แต่ขณะนี้สายมากแล้วจึงเห็นแต่เรือว่างเปล่า หากมาเช้ากว่านี้ก็อาจเห็นบรรยากาศที่คล้ายกับเมืองไทยเมื่อหลายสิบปีก่อน

ผมยืนถ่ายภาพบริเวณนี้ได้ไม่นานเพราะต้องรีบกลับไปหาตามกรุ๊ปทัวร์ที่เดินล้ำหน้าไปไกลแล้ว การแวะเข้ามาเก็บภาพในตลาดนี้ก็ไม่ได้อยู่ในรายการ จึงต้องรีบๆถ่ายๆ เจออะไรก็ถ่ายดะ จนแทบจะหายใจหายคอไม่ทัน อยากจะนั่งเรือเที่ยวตามที่อาซิ้มวัยราว 80 เรียกให้ใช้บริการ ก็ไม่มีเวลาแล้วครับ

คนพายเรือในแม่น้ำหลังตลาดส่วนใหญ่อายุค่อนข้างมาก เห็นภาพก็ต้องบอกว่าน่าจะแถวๆ 80 แต่ทุกคนยังดูแข็งแรงมาก เป็นภาพสะท้อนให้เห็นว่าคนเวียดนาม ทั้งหญิงและชายเป็นคนขยันขันแข็ง เรื่องอายุจึงไม่มีอุปสรรคแต่อย่างใด

ไม่เหมือนบ้านเรานะครับ ที่รายการทีวีชอบกันนัก

คือทำรายการที่หากินกับคนแก่ หรือคนแก่ที่ยังทำงานช่วยตัวเอง ก็ไม่ทราบว่าต้องการจะสื่ออะไร ทั้งที่การทำงานก็คือชีวิต อายุมากยังไงก็ต้องทำงาน หยุดทำก็คือการรอความตายเท่านั้น คนไทยส่วนใหญ่มักไม่ยอมให้พ่อแม่ หรือญาติที่มีอายุมากทำงาน บอกว่าถึงวัยพักผ่อน ลูกหลานจะเลี้ยงดูเอง หากใครคิดแบบนี้ก็มีแต่จะทำใหแก่เร็วมากขึ้น เพราะเอาแต่นั่งๆนอนๆ มือ เท้า และสมองไม่ได้ใช้งาน เรียกว่าเร่งตายวันตายคืน

ต้องทำงานครับ งานอะไรก็ได้ที่ยังมีเรี่ยวมีแรงทำได้

มาเห็นคนเวียดนามขยันกันทั้งเมือง ต่างกับบ้านเรามากทีเดียว แม่ค้าแม่ขายที่เห็นในภาพชุดนี้ล้วนอายุมากด้วยกันทั้งนั้น เรียกว่าทำงานจนกว่าชีวิตจะล่วงลับ สิ่งนี้เป็นผลดีที่ทำให้มีอายุยืนและสุขภาพดี

คนเวียดนามมองคนสูงอายุว่าเป็นส่วนหนึ่งของสังคม ไม่ต่างกับคนทั่วๆไป น่าแปลกใจที่รายการโทรทัศน์บ้านเรากลับเห็นเป็นเรื่องแปลก เห็นคนแก่ทำงานเลี้ยงตนเองอยู่คนเดียว กลายเป็นความน่าสงสารและน่าเวทนา ทั้งที่เป็นเรื่องปกติธรรมดาๆ

ทุกชีวิตก็ต้องดิ้นรนด้วยกันทั้งนั้น จนบ้างรวยบ้างปะปนกันไป เป็นเรื่องธรรมดาของสังคมโลก ไม่ไช่เรื่องน่าแปลกอะไร

คนไทยสงสารกันไม่เข้าเรื่อง สร้างภาพกันจนกลายเป็นกระแส และนี่ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้มีขอทานเต็มบ้านเต็มเมือง เพราะคนไทยสงสารกันอย่างไม่มีเหตุผล น่าจะลองคิดสักหน่อยว่าทำไมจึงไม่เห็นคนต่างชาติให้เงินขอทานกันบ้าง

ทริปนี้พามาเที่ยวฮอยอัน แต่ก็พานอกเรื่องไปบ้าง สาเหตุเป็นเพราะไม่รู้จะเขียนอะไรแล้ว จึงเรื่อยเปื่อยไปตามอารมณ์



เว็บมาสเตอร์
โฟโต้ออนทัวร์
15 ตุลาคม 2551




คลิกดูภาพเที่ยวเวียดนามใต้ เว้-ดานัง- ฮอยอัน
1 ประตูอินโดจีน
2 แม่น้ำแห่งสงคราม
3 ล่องเรือมังกร
4 สุสานไคนดินงห์
5 เมื่องเว้ (Hue)
6 วัดเทียนมู่
7 วังจักรพรรดิ์
8 สู่ดานัง
9 พิพิธภัณฑ์จาม
10 ฮอยอัน
11 ฮอยอันราตรี
12 ตลาดฮอยอัน
13 เมืองมรดกโลก
14 หมู่บ้านแกะสลัก
15 อำลาเมืองเว้
16 วัดพระธาตุอิงฮัง    
   
 
   
 
copyright © www.photoontour.com, All rights reserved : ภาพในเว็บไซต์ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมายลิขสิทธิ์ : สนใจภาพ คลิก