Home    :   Review   :    Olumpus Review
 


Olympus OM-D
E-M10
Mark II
  Test & Reviews
   Olympus OM-D E-M10 Mark II
   * Specifications
   * ดาวน์โหลดภาพจากต้นฉบับ
   * ผลการทดสอบ

Olympus OM-D Test & Reviews : ทดสอบกล้องโอลิมปัส OM-D E-M10 Mark II

         
 
Part 1
Part 2
Part 3
 
 
 



ชุดที่ 1  จำนวน 71 ภา (ทุกภาพมีข้อมูลการถ่ายภาพ)


                     

                     

                     

                     

                     

                     



 

    ผลการทดสอบ Olympus OM-D E-M10 Mark II  
 
 
 



กล้องโอลิมปัส

หากย้อนอดีตในยุคกล้องฟิล์ม ถือว่ากล้องโอลิมปัสเป็นกล้องถ่ายภาพตัวแรก(ของชีวิต)ที่หยิบยืมของพี่ชายมาใช้ แต่ไม่นานมันก็อันตรธานหายไป อันเนื่องจากความสะเพร่าของตนเองที่จอดรถทิ้งไว้โดยไม่ได้ล๊อค จึงมีผู้อื่นมาหยิบยืมไปใช้เป็นที่เรียบร้อย

กล้องโอลิมปัสในอดีตมีจุดเด่นคือเลนส์ที่มีคุณภาพดี ใช้งานง่าย จำได้ว่าในยุคอดีตได้สร้างชื่อและมีสายการผลิตที่ยาวนานนั่นก็คือ Olympus Pen ่ซึ่งเป็นกล้องชนิดฟิล์มแบ่ง หรือ Half Film โดยปกติกล้องทั่วไปจะถ่ายได้ 36 ภาพ แต่ Olympus Pen ถ่ายได้ 72 ภาพหรือเท่าตัว คุณภาพอาจ Drop ลงไปบ้าง เนื่องจากฟิล์มมีขนาดเล็กกว่า แต่ข้อดีคือประหยัดค่าใช้จ่าย แถมกล้องตัวที่ว่านีก็มีขนาดเล็ก พกสะดวก

มาถึงยุคกล้องดิจิตอล ชื่อโอลิมปัสก็แทบจะหายไปจากวงการ ขณะเดียวกันกล้องยี่ห้ออื่นก็ผงาดขึ้นมาเป็นเจ้ายุทธจักร กวาดกล้องบางยี่ห้อให้ตกขอบ

แต่ธุรกิจมันก็คือธุรกิจ  มีเกิด มีตั้งอยู่ และมีดับ

กระทั้งไม่นานมานี้ชื่อของโอลิมปัสก็เป็นที่รู้จักอีกครั้งหนึ่ง แถมมาแรงด้วย และใครๆก็มักจะพูดถึงกล้องโอลิมปัสให้ในเชิงบวก

หลายคนบอกว่า ดี ภาพสวย ถ่ายง่าย ฯลฯ

กระทั่งตนเองมีโอกาสได้ลองใช้อย่างจริงจังเป็นครั้งแรกเมื่อไม่นานมานี้ เข้าใจว่าน่าจะเป็นธุรกิจที่ทำการตลาดให้โอลิมปัส ติดต่อขอให้โฟโต้ออนทัวร์ได้ทดสอบ Olympus OM-D พร้อมเลน์ขนาด 14-42 มม.

หลังจากนั้นจึงมีการนัดแนะส่งกล้องซึ่งเป็นกล้อง Mirror-less มาให้ลอง เจ้าหน้าที่บอกว่าให้ทดสอบ 1 อาทิตย์ ก็ต่อรองว่าเวลาเท่านี้คงไม่พอมั้ง  กว่าจะทำความรู้จักและคุ้นเคยก็ต้องใช้เวลา อีกอย่างทางบริษัทก็ไม่มีเจ้าหน้าที่แนะนำการใช้งานเพื่อประหยัดเวลาในการเรียนรู้ จึงต้องคลำเอาเอง  มันจะช้าและเสียเวลากันตรงนั้นแหละ

จึงต่อรองว่าขอ 2 อาทิตย์ ก็แล้วกัน

หลังจากได้กล้องมาก็ทำการแกะกล้อง ทันทีที่ได้สัมผัสก็ต้องบอกว่า มันแข็งแรงกว่าที่คิด ตัวเล็กแต่จับได้ถนัดมือ

จากนั้นก็ลองโน่นนี่นั่นไปตามประสาคนไม่คุ้นเคยกล้องยี่ห้อนี้ และไม่เคยถ่ายภาพด้วยกล้อง Mirror-less  จึงมึนอยู่พักใหญ่ แต่ก็แอบแปลกใจไม่น้อยที่เจ้าตัวเล็กนี้มันอัดแน่นด้วยความสามารถที่เกินตัว ชนิดที่หาไม่ได้ในกล้อง DSLR นั่นก็คือมีระบบกันสั่น ที่ใช้สำหรับกล้องถ่ายวีดีโอ

ปกติระบบกันสั่นสำหรับกล้อง DSLR จะอยู่ที่อยู่ในตัวเลนส์ เช่นระบบ VR ของเลนส์นิคอน(บางตัว)

เมื่อกล้องมีระบบกันสั่นถึง 5 แกน (ในตัวกล้อง) จึงสามารถใช้ความเร็วชัตเตอร์ต่ำๆได้โดยภาพจะไม่สั่นไหว หากมือสั่นหรือไม่เที่ยง กล้องก็จะปรับความเร็วชัตเตอร์ให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

หรือถ่ายในที่แสงน้อย เช่นวัดแสงแล้วอาจต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่ 1/10 หากเป็นกล้องทั่วไปเมื่อถ่ายด้วยมือแล้วรับประกันว่าภาพไหวแน่นอน แต่กล้องที่มีระบบกันสั่นสามารถทำให้ภาพด้วยความเร็ว1/10 ไม่สั่นไหว(มือนิ่งเป็นเทพจริงๆ) ทั้งนี้ก็เนื่องจากมีตัวช่วยคือระบบกันสั่น อย่างน้อยๆก็ช่วยดัน Shutter Speed ขึ้นไป 4  Stop

ค่าที่ได้จากกล้อง เช่น Shutter 1/10 (ข้อมูลการถ่ายภาพจากกล้อง) แต่กล้องอาจทำงานที่ 1/80  (1/10 ---> 1/20 ---> 1/40 ---> 1/80)

ตัวช่วย 3-4 Stop ถือว่ามีความหมายมากสำหรับถ่ายในสภาพแสงน้อย จากภาพที่ดูมึดๆ ก็จะสว่างโร่เหมือนถ่ายด้วยเลนส์ไวแสงสำหรับกล้อง DSLR  ที่มีรูรับแสง f1.8 หรือ f1.4

ระบบกันสั่นที่ตัวกล้อง จึงช่วยให้ใช้ ISO ต่ำๆได้ในสภาพแสงน้อยๆโดยไม่จำเป็นต้องใช้ ISO สูงๆ ที่อาจทำให้เกิด Noise และยังต้องสูญเสีย Dynamic Range ที่ไม่น่าพึงพอใจ แต่ Olympus OM-D ที่ทำให้ภาพดูสดใส มีน้ำหนัก แดงเป็นแดง เหลืองเป็นเหลือง คือถ่ายทอดสีได้ตรง จะไม่ออกสีตุ่นๆ สีทึมๆ เทาๆ เหมือนกล้อง DSLR ที่รู้เลยว่าใช้เลนส์ Kit ถ่ายภาพ

ในสองวันแรกที่ทดสอบกล้องโดยนำติดตัวไปทำธุระด้วย เห็นอะไรก็ถ่ายๆ เรียกว่าถ่ายดะตามที่อยากถ่าย ยิ่งถ่ายยิ่งสนุก รู้ว่ากล้องตัวนี้สู้ทุกสภาพแสง กลางวันก็ใช้ได้ กลางคืนเอาอยู่

โปรแกรมที่ทดสอบได้ใช้ระบบ Auto ตลอด  ทำตัวเป็นมือใหม่หัดขับ จึงรู้ว่ามันใช้งานง่ายมาก ใครๆก็ถ่ายได้โดยไม่จำเป็นต้องรู้ระบบอื่นเลย ระบบนี้ระบบเดียวก็สามารถพาเราเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างมีความสุข ใครเห็นภาพก็จะชื่นชอบทุกคน

ระบบ Auto  กล้องจะช่วยเราในเรื่องต่างๆดังนี้

1 กล้องจะเลือกใช้ความเร็ว หรือ Shutter Speed  ตามความเหมาะสม ถ่ายนิ่งๆก็ใช้ความเร็วต่ำ  หากมือสั่นๆ หรือถ่ายวัตถุเคลื่อนไหวกล้องก็จะปรับไปที่ความเร็วสูงๆให้

2 กล้องจะเลือกรูรับแสงเอง โดยสัมพันธ์กับ ISO และ Shutter Speed

3 กล้องจะเลือกใช้ ISO เองตามสภาพแสงที่เหมาะสม

4 ระบบกันสั่น 5 แกน กล้องจะช่วยให้ภาพออกมามีประสิทธิภาพสูงสุด เช่นจากที่เคยใช้ ISO 2000 ก็อาจเหลือแค่ 400 หรือ 800 ทำให้ Dynamic Range ของภาพดีขึ้น สีอิ่มตัว สดใสขึ้น ซึ่งภาพในชุดที่ 1 นี้เป็นบทพิสูจน์ว่า แสงดีสีไม่ตก เหมือนถ่ายด้วยเลนส์โปร

ระบบกันสั่น ทำให้การทำงานง่ายขึ้น สามารถถ่ายด้วยมือโดยไม่พึ่งขาตั้งกล้อง ใช้ Shutter Speed ต่ำๆได้โดยภาพไม่สั่นไหว เช่น 1/8  1/10 หรือ1/15 วิ
และยังช่วยให้ถ่ายภาพโดยไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของแสงน้อย เห็นอะไรมึดๆ สลัวๆ แต่พอยกกล้องถ่ายก็กลายเป็นภาพที่สว่างขึ้นมาทันที ได้ทั้งความสว่างและสีสันสดใจ

คุณสมบัติพิเศษของกล้องตัวนี้ที่คิดว่าหากได้ยากในกล้องตัวอื่นก็คือ ช่วยเพิ่มมิติการมองเห็นในช่วงเวลากลางคืนหรือในที่มีสภาพแสงน้อยๆ ซึ่งกล้องสามารถจับภาพจับแสงได้ดีกว่าสายตาที่เรามองเห็นได้มากมาย

Olympus OM-D ให้อะไรได้มากกว่าที่คิด เหลือแต่เพียงความคิดสร้างสรรเท่านั้นเอง

จากที่เคยคิดว่าแสงไม่พอ ถ่ายไม่ได้ ก็อาจคิดใหม่ทำใหม่ว่า ค่ำคืนนี้จะไปถ่ายที่ไหนกันดี ขาตั้งไม่ตกพก พกแต่กล้องกับหัวใจเท่านั้นเป็นพอ

Olympus OM-D ช่วยทำให้เรามองหาความสวยงามได้กว้างขวางกว่าแต่ก่อนได้อย่างไม่มีข้อจำกัด เป็นอีกมิติหนึ่งของการถ่ายภาพในอนาคต

ถ้าเป็นสมัยก่อนก็ต้องเรียกว่า “กล้องตาแมว”

ถามว่า..กล้องตัวนี้น่าใช้ไม๊.

ก็ต้องตอบว่า อยากได้เลยละครับ




โฟโต้ออนทัวร์
5 กุมภาพันธ์ 2559




Specifications : ดาวน์โหลดภาพจากต้นฉบับ


ชมภาพจากYouTube Part 1



ชมภาพจากYouTube Part 2





 
 

 

 
  Photoontour.com  โฟโต้ออนทัวร์

copyright © www.photoontour.com, All rights reserved
Contact Us : photo482@gmail.com