Photoontour.com โฟโต้ออนทัวร์
    Home
Home   :   Thai History :    
 

 



ออกไปหน้า "ประวัติศาสตร์ไทยหน้าใหม่"
(รวมรวมบทความจากที่ต่างๆ)

 



 
     4 ทศวรรษ อุทยานฯสุโขทัย ก้าวที่กล้า องศาที่พลาด ประวัติศาสตร์ที่ต้องแก้ไข?

1


ที่มา : มติชนรายวัน
ผู้เขียน : พันธุ์ทิพย์ ธีระเนตร
เผยแพร่ 25 ส.ค. 59





 



ดูเหมือนจู่ๆ ก็กลายเป็นข่าวดัง หลังมีการเผยแพร่บทความของเอนก สีหามาตย์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ซึ่งเปิดเผยหลักฐานว่าเมืองศรีสัชนาลัยเก่ากว่าสุโขทัย ต่อมา ศาสตราจารย์พิเศษศรีศักร วัลลิโภดม นักประวัติศาสตร์ ได้ออกมายืนยันว่า ราชธานีเพิ่งเกิดขึ้นสมัยอยุธยา ยุคพระบาทสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ ไม่ใช่สมัยสุโขทัย

แต่สังคมไทยถูกปลูกฝังด้วยวาทกรรม “สุโขทัย ราชธานีแห่งแรกของไทย” ซึ่งไม่เป็นความจริง กลายเป็นที่ถกเถียงสนั่นโลกโซเชียล กระทั่งนิตยา กนกมงคล ผอ.พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง ออกมายืนยันว่า ประโยค “สุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรก” ไม่ปรากฏในพิพิธภัณฑ์อีกแล้ว แต่คนทั่วไปยังจดจำตามตำราเรียนยุคเก่า สร้างเสียงครางฮือให้เหล่าชาวสยามที่ฝังใจกับวาทกรรมดังกล่าวกันยกใหญ่

จริงๆ แล้ว กระแสนี้ใช่ว่าไม่มีที่มาที่ไป หากแต่เกิดขึ้นในช่วงครบรอบ 4 ทศวรรษ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งมีการจัดเสวนาใหญ่ไปเมื่อวันที่ 16-17 ส.ค.ที่ผ่านมา ไม่เพียงเท่านั้น ยังครบ 25 ปีที่ยูเนสโกประกาศให้เป็น “มรดกโลก” แบบยกเซตสุโขทัย ศรีสัชนาลัย และกำแพงเพชร ซึ่งเป็นเมืองโบราณร่วมสมัยกัน


เสวนา "4 ทศวรรษแห่งการอนุรักษ์และพัฒนาอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย"


มาลองย้อนดูเรื่องราวในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของที่นี่ ว่าเกิดอะไรในรอบ 40 ปี รวมถึงวันพรุ่งนี้ จะเป็นเช่นไร

จากป่าเจดีย์ สู่อุทยานประวัติศาสตร์

ความรับรู้ในการมีอยู่ของซากสถูปสถานในสุโขทัยรวมถึงศรีสัชนาลัยและพื้นที่ใกล้ เคียง มีมานานไม่น้อยกว่าสมัยรัชกาลที่ 4 ซึ่งทรงเคยเสด็จไปยังเมืองเก่าสุโขทัยขณะทรงผนวช หลังจากนั้นรัชกาลที่ 6 ครั้งยังดำรงพระยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร ได้ทรงถ่ายภาพโบราณสถานต่างๆ อีกทั้งมีพระราชนิพนธ์เรื่อง “เที่ยวเมืองพระร่วง”

ต่อมา มีประกาศคุ้มครองครั้งแรกในพระราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ 92 ตอนที่ 112 ลงวันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ.2504 แล้วได้รับอนุมัติโครงการฟื้นฟูโบราณสถานต่างๆ ใน พ.ศ.2519 ก่อนจะเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2531 อีกเพียง 3 ปีถัดมา ยูเนสโกประกาศให้อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยเป็นแหล่งมรดกโลกร่วมกับอุทยาน ประวัติศาสตร์กำแพงเพชรและศรีสัชนาลัย

นับแต่นั้นมา ก็มีการอนุรักษ์เรื่อยมา รวมถึงพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านโบราณคดี มีการโปรโมตเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สำคัญ ทั้งยังกลายเป็นภาพแทน “ความเป็นไทย” ในอุดมคติ ซึ่งต่อมาดูคล้ายจะกลายเป็นอุปสรรคในการคัดค้านข้อมูลหรือ “ความเชื่อ” เก่า ที่กลายเป็นภาพจำฝังแน่นในใจว่า “สุโขทัยคือราชธานีแห่งแรกของไทย”



บรรยากาศการสำรวจศรีสัชนาลัย สุโขทัยและกำแพงเพชร ซึ่งต่อมาได้เป็นมรดกโลกร่วมกัน
มี จิระเดช ไวยโกสิทธิ์ (แถวหลังคนแรกจากขวา) ซึ่งถูกนำไปเป็นตัวละครในเรื่องสั้นชุด “ขุนเดช” ของสุจิตต์ วงษ์เทศ ภาพจากปฏิพัฒน์ พุ่มพงษ์แพทย์ อดีตข้าราชการกรมศิลปากร




คุ้งแม่น้ำยมที่ตั้ง "เมืองเชลียง" ซึ่งมีความเป็นมาก่อนเมืองสุโขทัย (ภาพจากบทความของ เอนก สีหามาตย์ อดีตอธิบดีกรมศิลปากร)


ประวัติศาสตร์รอแก้ แค่ “ประกาศ” ?

แม้ว่าข้อมูลใหม่ๆ จากการขุดค้นทางโบราณคดี จะชี้ชัดว่าพื้นที่แถบลุ่มแม่น้ำยม มีชุมชนอยู่อาศัยมาตั้งแต่ก่อนประวัติศาสตร์ แล้วพัฒนาการเป็นบ้านเป็นเมืองหลายแห่ง มีทั้งเก่ากว่าและร่วมสมัยกับเมืองสุโขทัยที่ไม่ได้ลอยลงมาจากฟ้าอย่างโดดๆ แต่การเปลี่ยนแปลงความหลังที่ฝังแน่นในความรู้สึกของคน ไม่ใช่เรื่องง่าย

ย้อนกลับไป เมื่อ พ.ศ.2526 สุจิตต์ วงษ์เทศ ออกหนังสือชื่อ “สุโขทัย ไม่ใช่ราชธานีแห่งแรกของไทย” เนื่องในโอกาสฉลอง 700 ปีลายสือไทย แม้ยุคนี้จะกลายเป็นหนังสือขึ้นหิ้งในร้านขายหนังสือเก่า แต่ในยุคนั้นไม่อาจส่งผลต่อวาทกรรมที่อยู่ตรงข้ามกัน ทว่า เมื่อเวลาผ่านไป หลักฐานมากมายค่อยๆ ปรากฏมากขึ้นทุกทีจนยากปฏิเสธ นักวิชาการหลายรายมีความเห็นในทำนองเดียวกัน

กระทั่งล่าสุด “หนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย” ในยุค คสช.ที่เรียบเรียงโดยกรมศิลปากร พิมพ์เผยแพร่เมื่อ พ.ศ. 2558 ก็ส่อการยกเลิกแนวคิดดังกล่าวอยู่ในที เมื่อมีการกล่าวถึงสุโขทัยโดยระบุว่าเป็น “อาณาจักรแรกๆ” แทน “ราชธานีแห่งแรก” เหมือนในอดีต

ซึ่งความเห็นในโลกออนไลน์จำนวนไม่น้อยที่ระบุว่า ขอให้ประกาศอย่างชัดเจนเป็นทางการ ไม่เช่นนั้นย่อมเกิดปัญหาในการเรียนการสอน และการเฉลยข้อสอบ ซึ่งหากไม่ตรงกัน ปัญหานี้ก็จะวนซ้ำมาที่เก่า คือต้องยึดเอาข้อมูลเดิมๆ มาสอนเด็กเพื่อตัดปัญหา

นี่คือเสียงเรียกร้องถึงความกล้าของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรง

ทว่า สถาพร เที่ยงธรรม ผอ.อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย มองต่างออกไป โดยห่วงว่าถ้าประกาศอาจ “ไม่ถูกกาลเทศะ”

“มุม มองนักวิชาการซึ่งศึกษาเจาะลึกก็ถกเถียงกันว่าตกลงกลุ่มก้อนที่มารวมกัน แล้วเรียกว่าไทย คืออะไร และไม่ได้หมายความว่ามีโผล่ขึ้นมาเฉพาะสุโขทัย แต่มีเมืองอื่นๆ ที่เกิดก่อน เช่น เมืองเชลียง ดังนั้น ทำไมต้องเริ่มต้นที่สุโขทัย แต่ประชาชนเข้าใจแบบนั้น และฝังหัวว่าสุโขทัยเป็นราชธานีแห่งแรก ส่วนตัวมองว่าไม่จำเป็นต้องไปแย้ง ถ้าประกาศว่าไม่ใช่ อาจไม่ถูกกาลเทศะ”

อย่างไรก็ตาม น่าตั้งคำถามว่ากาลเทศะสำคัญกว่าการให้ความรู้แก่สังคมหรือไม่

อนาคตของอดีต

มาถึงส่วนของการอนุรักษ์โบราณวัตถุสถานในอุทยานฯกันบ้าง ประเด็นนี้ สถาพรเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบล่าสุด พบการเสื่อมสภาพของปูนปั้นหลายจุด อาทิ บริเวณเจดีย์วัดพระพายหลวง รวมถึงพระพุทธรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญอย่างพระอัฏฐารสอีกด้วย อย่างไรก็ตาม ทางอุทยานฯมีงบประมาณของปี 2560 สำหรับบูรณะปฏิสังขรณ์โดยเน้นให้คงสภาพดังเดิม

สำหรับด้านการเยี่ยม ชมอุทยานฯ ผอ.มองว่า ไลฟ์สไตล์คนปัจจุบันเปลี่ยนไป โดยเน้นแนวสุขภาพ จึงมีแผน “อุทยานประวัติศาสตร์สีเขียว” เหมือนที่อุทยานฯศรีสัชนาลัยเดินหน้าทำไปก่อนแล้ว คือไม่อนุญาตให้รถยนต์เข้า แต่ต้องเดินเท้า ขี่จักรยาน หรือโดยสารรถราง ซึ่งอยู่ระหว่างการเปิดให้เอกชนประมูล

“พยายามหากิจกรรมรองรับให้คน สามารถใช้เวลาอยู่ที่นี่ให้นานขึ้น ส่วนหนึ่งมีโครงการอุทยานประวัติศาสตร์สีเขียว ไม่ให้นำรถยนต์เข้า ให้เดิน ขี่จักรยาน หรือนั่งรถราง ซึ่งนอกจากนี้กลุ่มผู้ประกอบการได้เข้ามาคุยกับอุทยานฯเรื่องการส่งเสริมการ ท่องเที่ยวเพิ่มเติม เช่น น่าจะมีการนำชมยามค่ำคืน และในวันที่ 10-12 ธันวาคมที่จะถึงนี้ก็จะมีสัมมนาประวัติศาสตร์ รวมทั้งการแสดงเฉลิมฉลอง 25 ปี มรดกโลกด้วย”

อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยมีเนื้อที่ 1,600 ไร่ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยว "คุณภาพ" เยี่ยมชมมากมาย (ภาพจากเฟซบุ๊กอุทยานฯ)


เพลาอีเวนต์ เน้นข้อมูล

อีกมุมมองที่หลายคนห่วงใย คือ มหรสพแสงสีเสียงที่อยู่คู่เคียงอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัยตลอดมา ไหนจะงานปีใหม่ สงกรานต์ ลอยกระทง และอีกสารพัดอีเวนต์

ประเด็นนี้ ธนกฤต ลออสุวรรณ อาจารย์คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ มองว่า ควร “เพลาๆ” ลงบ้าง

“เข้าใจดีเรื่องจัดกิจกรรมท่องเที่ยวในอุทยานประวัติศาสตร์ ซึ่งคนท้องถิ่นภาคภูมิใจ แต่อยากให้มองอีกมุมว่ากระแสโลว์คาร์บอนกำลังมา แทนที่จะยิงพลุเยอะๆ ลองปรับเปลี่ยนเป็นพื้นที่อื่นข้างเคียงได้ไหม เพราะจะสามารถลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับโบราณสถานได้ ต้องฝากชาวสุโขทัย และผู้รับผิดชอบ”

ธนกฤตยังบอกอีกว่า อุทยานฯสุโขทัยไม่ได้อยู่ในเส้นทางหลัก ต้องตั้งใจไปจริงๆ เท่าที่สังเกตดูนักท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมชม เป็นกลุ่มที่ต้องการความรู้ ไม่ว่าจะมาแนวแบ๊กแพคหรือกรุ๊ปทัวร์ กรณีต่างชาติมักเป็นชาวยุโรปหรือญี่ปุ่น จึงอยากฝากเรื่องการให้ข้อมูล

ซึ่งปัจจุบันเป็นเรื่องดีที่มีการแสดง “รูปแบบสันนิษฐาน” ที่มาจากผลงาน ศ.ดร.สันติ เล็กสุขุม ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ ทำให้นักท่องเที่ยวเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าในอดีตซากสถูปเจดีย์ตรงหน้าคาดว่ามี หน้าตาเป็นอย่างไร แต่ขอให้อย่าลืมการบำรุงรักษาอุปกรณ์ต่างๆ ในการให้ข้อมูล ไม่ว่าจะเป็น “ออดิโอไกด์”

และอื่นๆ ก่อนจะปิดท้ายด้วยประเด็น “ความปลอดภัย” ซึ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง

ทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในประวัติศาสตร์ของประวัติศาสตร์ ที่ไม่ได้มีแค่อดีตที่ผ่านพ้น แต่ยังเป็น “ปัจจุบัน” และ “อนาคต” ของผู้คนที่ยังมีลมหายใจ

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติรามคำแหง จังหวัดสุโขทัย ไม่มีประโยค "สุโขทัยคือราชธานีแห่งแรกของไทย"แล้ว


ประวัติศาสตร์ชาติไทย


“หนังสือประวัติศาสตร์ชาติไทย” ในยุค คสช.ที่เรียบเรียงโดยกรมศิลปากร พิมพ์เผยแพร่เมื่อ พ.ศ. 2558 ใช้คำว่า “อาณาจักรแรกๆ” แทน ราชธานีแห่งแรก








 






copyright © www.photoontour.com, All rights reserved