Photoontour.com โฟโต้ออนทัวร์
    Home
Home   :   Thai History :    
 

 



ออกไปหน้า "ประวัติศาสตร์ไทยหน้าใหม่"
(รวมรวมบทความจากที่ต่างๆ)

 



 
     สุจิตต์ วงษ์เทศ : รัฐสุโขทัย มีขึ้นบนเส้นทางการค้า ไม่ได้เกิดอย่างปาฎิหาริย์ แล้วอยู่ลอยๆ โดดๆ เดี่ยวๆ ในสุญญากาศ

2


ที่มา : มติชนรายวัน
ผู้เขียน : สุจิตต์ วงษ์เทศ
เผยแพร่ 22 ส.ค. 59





 



กรุงสุโขทัย ไม่ได้เกิดขึ้นมาอย่างปาฏิหาริย์ แล้วอยู่ลอยๆ โดดๆ เดี่ยวๆ ในสุญญากาศ ตามที่มีอยู่ในประวัติศาสตร์ไทย

แต่กรุงสุโขทัยมีพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรม ไม่น้อยกว่า 2,500 ปีมาแล้ว เริ่มจากชุมชนหมู่บ้านเล็กๆ ถลุงโลหะ อยู่บนเส้นทางคมนาคมผ่านที่ราบระหว่างหุบเขาของลุ่มน้ำปิง-ยม-น่าน

แล้วมีคนจากที่ต่างๆ ทุกทิศทุกทางเคลื่อนย้ายเข้ามาตั้งหลักแหล่ง และไปๆ มาๆ แลกเปลี่ยนสิ่งของ “การค้าทางบก”

นานเข้าก็ค่อยๆ เติบโตเป็นบ้านเมืองเล็กๆ จนถึงเป็นรัฐเล็กๆ อยู่ตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยา เมื่อราวหลัง พ.ศ. 1700 ก่อนกุบไลข่านยาตราทัพโจมตีอาณาจักรน่านเจ้า (ในยูนนาน) เมื่อ พ.ศ. 1797 รุ่นราวคราวเดียวกับรัฐรุ่นใหม่อื่นๆ อีกหลายรัฐ เช่น รัฐอโยธยาศรีรามเทพ (กรุงศรีอยุธยา) รัฐสุพรรณภูมิ (สุพรรณบุรี) รัฐนครศรีธรรมราช และรัฐศรีโคตรบูร (เวียงจัน-เวียงคำ) ฯลฯ

ความเป็นมาของกรุงสุโขทัยที่เริ่มมีขึ้นเมื่อราว 2,500 ปีมาแล้ว บริเวณที่ราบลุ่มน้ำเจ้าพระยาตอนบน อันเป็นส่วนหนึ่งของสุวรรณภูมิที่มีชื่ออยู่ในคัมภีร์ลังกาทวีป (ลังกา) และชาดกของชมพูทวีป (อินเดีย)

ฉะนั้น ความเป็นมาของกรุงสุโขทัยจึงเป็นส่วนหนึ่งของพัฒนาการทางสังคมและวัฒนธรรมของดินแดนและผู้คนของสุวรรณภูมิอย่างแยกไม่ได้


ข้อความในล้อมกรอบ(สีฟ้า) ที่ยกมาทั้งหมดนี้ คัดจากหน้าแรก บทแรก ของหนังสือ กรุงสุโขทัย มาจากไหน? สำนักพิมพ์มติชน พิมพ์ครั้งแรก พ.ศ. 2548 เพื่อบอกและยืนยันว่าสุโขทัยไม่ใช่ราชธานีแห่งแรกของไทย ที่สถาปนาขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1800 ตามที่มีในประวัติศาสตร์แห่งชาติ

ผมเขียนเองทั้งเล่ม โดยรวบรวมข้อมูลความรู้จากงานศึกษาค้นคว้าวิจัยของนักปราชญ์ราชบัณฑิต และครูบาอาจารย์มากมายหลายคน จึงไม่มีอะไรใหม่ ไม่มีอะไรเป็นของตัวเอง

รัฐสุโขทัย มาจากการค้า

แท้จริงแล้วสุโขทัยมาจากการค้า และมีขึ้นบนเส้นทางการค้าข้ามภูมิภาค ไม่ได้มาจากการอพยพถอนรากถอนโคนของชนชาติไทยตามที่บอกในตำราประวัติศาสตร์ไทย

เส้นทางการค้ามีก่อนนานมากตั้งแต่ยุคเหล็ก ราว 2,500 ปีมาแล้ว แต่เมืองสุโขทัยเพิ่งมีขึ้นบนเส้นทางการค้านั้นในยุคหลังต่อมา

เส้นทางการค้าข้ามภูมิภาค มีระหว่างตะวันออกกับตะวันตก โดยมีแกนกลางอยู่ที่ แม่น้ำโขงกับแม่น้ำสาละวิน ได้แก่ อ่าวตังเกี๋ย (ในเวียดนาม) ทางทิศตะวันออก กับอ่าวเมาะตะมะ (ในพม่า) ทางทิศตะวันตก


มีหลักฐานพยานหนักแน่นพรั่งพร้อมในงานวิจัยสำคัญมาก ของ อ.?ศรีศักร วัลลิ โภดม เรื่อง เมืองโบราณในอาณาจักรสุโขทัย (โดยได้รับทุนจากสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์) เมื่อ พ.ศ. 2530 หลังจากนั้นสถาบันไทยคดีศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พิมพ์เป็นเล่มเผยแพร่ครั้งแรก พ.ศ. 2532

ภาษาไทย

ภาษาไทย มีรากเหง้าจากภาษาตระกูลไต-ไท เก่าสุด 3,000 ปีมาแล้ว อยู่บริเวณมณฑลกวางสี ทางภาคใต้ของจีน ต่อเนื่องเมืองแถง (เดียนเบียนฟู) ทางภาคเหนือของเวียดนาม

ภาษาไทย เป็นภาษากลางทางการค้าภายในภูมิภาค ไม่ว่าในชีวิตประจำวันจะพูดมอญ, เขมร, ม้ง, เมี่ยน, พม่า, มลายู ฯลฯ เมื่ออยู่ในตลาดก็ใช้ภาษาไทยเป็นภาษากลางในการสื่อสารเจรจาต่อรอง

(รายละเอียดปลีกย่อยอีกมากที่สำคัญอย่างยิ่งต่อภาษาไทยและความเป็นไทย จะมีอยู่ในหนังสือเล่มใหม่ ชื่อ ความไม่ไทย ของคนไทย โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์ สำนักพิมพ์ มติชนกำลังจัดพิมพ์ จะเสร็จเร็วๆ นี้)

ภาษาไทยจึงไม่ใช่สมบัติเฉพาะของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และในยุคแรกๆ ยังไม่มีใครเรียกตัวเองว่า คนไทย แม้ในยุคสุโขทัยก็ไม่เคยพบหลักฐานวรรณกรรมเป็นลายลักษณ์อักษรว่าคนในเมืองสุโขทัยเรียกตัวเองว่าคนไทย

ประวัติศาสตร์เพิ่งสร้าง

“กรุงสุโขทัย เป็นราชธานีแห่งแรกของไทย” ไม่มีหลักฐานประวัติศาสตร์โบราณคดีรองรับสนุบสนุน นักวิชาการด้านนี้รู้กันทั่วโลกมานานแล้ว (แต่ถูกปิดปาก)

เพราะเป็นสิ่งสร้างใหม่ แต่งขึ้นประมาณ พ.ศ. 2436-2475 แต่เนื้อหาหลักเขียนสมัย ร.6 เพื่อ “สร้างสำนึกชาตินิยมที่ไม่เป็นศัตรูกับระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์” (ดูใน ประวัติศาสตร์แห่งชาติ ของ นิธิ เอียวศรีวงศ์ พิมพ์เผยแพร่ครั้งแรก โดยกระทรวงวัฒนธรรม เมื่อพ.ศ. 2549)

ถ้าไม่เห็นด้วย ควรทักท้วงถกเถียงด้วยท่าทีวิชาการ แสดงหลักฐานคัดค้านตอบโต้ ไม่ควรใช้อคติกล่าวร้ายป้ายสีปรักปรำว่า “เสี้ยม” เพียงเพราะเสนอรายงานข่าวว่ามีบทความทางวิชาการของอดีตอธิบดีกรมศิลปากร ว่าศรีสัชนาลัยเก่ากว่าสุโขทัย แล้วไม่ถูกใจตนเอง

สื่อบางสื่อซึ่งถูกครอบงำกล่อมเกลาด้วยประวัติศาสตร์เพิ่งสร้างก็ไม่ควรใช้ความมักง่ายของตัวเองทิ่มแทงทำร้ายฝ่ายอื่นที่คิดต่าง









 






copyright © www.photoontour.com, All rights reserved