Home  
 

More Category
Guest ภาพแค้มปิ้งจากเพื่อนสมาชิก
Bangkok Map แผนที่กรุงเทพ
Articles บทความท่องเที่ยว
Site Directory ดัชนีหมวดหมู่ภาพ
Misc. เบ็ดเตล็ด

Photo Service บริการรับถ่ายภาพ
About Us : Contact Us ติดต่อกับเรา
Snapshot Photography ภาพจากสมาชิก
Asia Girls ภาพสาวสวยชาวเอเชีย
Site Map ผังเว็บไซต์
 
ออกไปหน้ารวมภาพจากทั่วโลก  
 



การก่อวินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544


เมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 ได้มีการปล้นเครื่องบินพาณิชย์และพุ่งเข้าชนอาคารแฝดซึ่งได้แก่ อเมริกัน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 11 ชนอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 1 บริเวณชั้นที่ 90-95 แล ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 175 ชนอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 2 บริเวณชั้นที่ 75-90 ส่งผลให้ทั้งสองอาคารได้ถล่มในเวลาต่อมา โดยอาคารแรกที่ถล่ม คือ อาคารสอง ซึ่งระยะเวลาที่เครื่องถูกชนจนอาคารถล่มคือ 1 ชั่วโมงเศษ และอาคารหนึ่งได้ถล่มหลังอาคารสอง เพียง 45 นาที (หรือระยะเวลาที่อาคารถูกชนจนถล่มคือ 1 ชั่วโมง 45 นาที)

หลังจากนั้น อาคาร 7 ถล่มในวันถัดมา เนื่องจากการถล่มของอาคารทั้งคู่เป็นเหตุให้รากฐานของอาคารเริ่มไม่มั่นคง ประกอบกับตัวอาคารเกิดไฟไหม้ ทำให้โครงเหล็กคำยันของอาคาร 7 ถล่มลง แต่โชคดีที่มีการอพยพคนออกจากอาคารนี้ก่อนที่จะถล่มลงมา ส่วนอาคารที่เหลืออีก 4 อาคาร ได้รับความเสียหายอย่างหนักเนื่องจากถูกอาคาร 1 และอาคาร 2 ถล่มลงมาทับ โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 2,749 คน

สาเหตุที่ทำให้อาคารถล่มลงมา เนื่องจากแรงปะทะจากเครื่องบินโบอิง 767 ซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 170 ตัน พุ่งเข้าชนตัวอาคารแบบเฉือนจุดกึ่งกลางภายในอาคารด้วยความเร็ว 570 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นแรงการกระทำต่ออาคารสูงขณะอยู่กับที่ (Dynamic Lode) ส่งผลให้ชิ้นส่วนบางส่วนของเครื่องบินหลุดออกจากตัวอาคาร เช่น เครื่องยนต์ของเครื่องบิน 767 แต่ส่วนใหญ่ชิ่นส่วนของตัวเครื่องจะฝังอยู่ในตัวอาคารพร้อมด้วยแรงระเบิดมหาศาลจากน้ำมันของเครื่องบินที่บรรจุมาพร้อมกับตัวเครื่องอย่างเต็มลำลุกไหม้

นอกจากนี้การชนทำให้เสาหลักและช่องลิฟท์ของอาคารเสียหาย ซึ่งการกระจายน้ำหนักของอาคารต้องกระจายน้ำหนักอ้อมส่วนที่เสียหายไป แต่การชนนี้ไม่ทำให้ตัวอาคารถล่มลงทันที เพราะตัวอาคารนั้นได้ถูกออกแบบให้ทนต่อการชนของเครื่องบิน โบอิง 707 นอกจากนั้น โครงสร้างหลักของอาคารเป็นแกนหลักคล้ายท่อเหล็กตรงกลางอาคาร (Steel Framed Tuble) และโครงเหล็กถัก (Truss)

จากแกนหลักไปยังผนังอาคาร เพลิงไหม้ที่ไหม้อยู่ของอาคารนั้นมีอุณหภูมิสูงถึง 800 องศา C ส่งผลให้โครงเหล็กถักเกิดการงอเนื่องจากน้ำหนักของชั้นและหลุดออกจากสิ่งที่มันยึดอยู่ สงผลให้ชั้นแต่ละชั้นถล่มลงมาด้วยน้ำหลักของแต่ละชั้นเอง (Self Weight) เพียง 1 ชั่วโมงที่ทำให้โครงเหล็กถักงอและถล่มลงมา

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ (World Trade Center)



เป็นกลุ่มอาคารจำนวน 7 อาคารในนครนิวยอร์ก ก่อสร้างระหว่าง พ.ศ. 2509-2520 (เวลารวมในการก่อสร้างครบ 7 อาคาร) ออกแบบโดยสถาปนิกลูกครึ่งอเมริกัน-ญี่ปุ่น มิโนรุ ยามาซากิ ร่วมด้วยบริษัท เอเมอร์รี่ รอท แอนด์ซันส์ โดยอาคารแฝดถูกทำลายในเหตุการณ์วินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544 และอาคารอื่น ๆ เสียหายจนไม่สามารถใช้งานได้

ข้อมูลทั่วไป
เริ่มก่อสร้าง ค.ศ. 1966 (อาคาร 1 สร้างเสร็จเมื่อ ค.ศ. 1970 และอาคาร 2 เมื่อ ค.ศ. 1972 เริ่มทำพิธีเปิดอาคารวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 1973 แต่ละวันจะมีพนักงานทำงานในอาคารนี้มากกว่า 50,000 คน และนักท่องเที่ยวมากกว่า 200,000 คน เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์มีรหัสไปรษณีย์ของตัวเอง คือ 10048

เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์เป็นสัญลักษณ์ของนครนิวยอร์ก และปรากฏตัวในภาพยนตร์จำนวนมาก เช่น เรื่อง The Godfather III, World Trade Center, MIB, United 93, Oliver and Company

อาคาร
เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ประกอบด้วย 7 อาคาร ดังต่อไปนี้

แผนที่ที่ตั้งอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 1 (อาคารเหนือ) มี 110 ชั้น
เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 2 (อาคารใต้) มี 110 ชั้น
เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 3 (โรงแรมมาร์ริออทท์) มี 22 ชั้น
เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 4 (อาคาพลาซ่าเหนือ) มี 9 ชั้น
เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 5 (อาคารพลาซ่าใต้) มี 9 ชั้น
เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 6 (U.S. Customs House) มี 8 ชั้น
เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 7 มี 47 ชั้น

อาคารแฝด
อาคารแฝดหมายเลข 1-2 เป็นอาคารที่สูงที่สุด มี 110 ชั้น โดยอาคารเหนือ มีความสูง 1,368 ฟุต (417 เมตร) และอาคารใต้ มีความสูง 1,362 ฟุต (415 เมตร) สร้างเสร็จเมื่อ ค.ศ. 1972 และ ค.ศ. 1973 ตามลำดับ ซึ่งเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกเมื่อสร้างเสร็จ ก่อนจะถูกทำลายสถิติโดยอาคารเซียร์ทาวเวอร์ในชิคาโกและสูงที่สุดบนเกาะแมนฮัตตั้น นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา

แต่ละอาคารมีพื้นที่ใช้สอย 3.8 ล้านตารางฟุต (350,000 ตร.ม.) ถ้านับรวมอาคารทั้งหมดจะมีพื้นที่ใช้สอยรวม 11.2 ล้านตารางฟุต (1.04 ล้าน ตร.ม.) โครงสร้างอาคารทั้งคู่เป็นแบบโครงเหล็กกล้า ผนังกระจกคล้ายกำแพงม่านแก้ว บางส่วนของสำนักงานเป็นกำแพงปูนปาสเตอร์ เพื่อประหยัดน้ำหนักของแต่ละชั้น

คนทั่วไปสามารเข้าชมทัศนียภาพจากอาคารได้ในส่วนของภัตตาคารบนยอดอาคาร (ชั้น 107) ของอาคารเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ 1 ชื่อ "Windows on the World" และจากอาคารเวิล์ดเทรดเซ็นเตอร์ 2 ชื่อ "Top of the World"

การก่อวินาศกรรมใน ค.ศ. 1993
เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1993 รถบรรทุกที่มีระเบิดน้ำหนัก 1,500 ปอนด์ ได้ระเบิดบริเวณที่จอดรถใต้ดินของอาคาร 1 ทำให้เกิดหลุมกว้างประมาณ 100 เมตร มีผู้เสียชีวิต 6 คนและผู้บาดเจ็บจำนวนมาก ผู้ก่อการร้ายชาวอิสลาม 6 คนถูกจับใน ค.ศ. 1997 และ ค.ศ. 1998

การก่อวินาศกรรมใน ค.ศ. 2001
ดูบทความหลักที่ วินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544
เมื่อวันที่ 11 กันยายน ค.ศ. 2001 ได้มีการปล้นเครื่องบินพาณิชย์และพุ่งเข้าชนอาคารแฝดซึ่งได้แก่ อเมริกัน แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 11 ชนอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 1 บริเวณชั้นที่ 90-95 แล ยูไนเต็ด แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ 175 ชนอาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 2 บริเวณชั้นที่ 75-90 ส่งผลให้ทั้งสองอาคารได้ถล่มในเวลาต่อมา โดยอาคารแรกที่ถล่ม คือ อาคารสอง ซึ่งระยะเวลาที่เครื่องถูกชนจนอาคารถล่มคือ 1 ชั่วโมงเศษ และอาคารหนึ่งได้ถล่มหลังอาคารสอง เพียง 45 นาที (หรือระยะเวลาที่อาคารถูกชนจนถล่มคือ 1 ชั่วโมง 45 นาที)

หลังจากนั้น อาคาร 7 ถล่มในวันถัดมา เนื่องจากการถล่มของอาคารทั้งคู่เป็นเหตุให้รากฐานของอาคารเริ่มไม่มั่นคง ประกอบกับตัวอาคารเกิดไฟไหม้ ทำให้โครงเหล็กคำยันของอาคาร 7 ถล่มลง แต่โชคดีที่มีการอพยพคนออกจากอาคารนี้ก่อนที่จะถล่มลงมา ส่วนอาคารที่เหลืออีก 4 อาคาร ได้รับความเสียหายอย่างหนักเนื่องจากถูกอาคาร 1 และอาคาร 2 ถล่มลงมาทับ โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการ 2,749 คน

สาเหตุที่ทำให้อาคารถล่มลงมา เนื่องจากแรงปะทะจากเครื่องบินโบอิง 767 ซึ่งมีน้ำหนักประมาณ 170 ตัน พุ่งเข้าชนตัวอาคารแบบเฉือนจุดกึ่งกลางภายในอาคารด้วยความเร็ว 570 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นแรงการกระทำต่ออาคารสูงขณะอยู่กับที่ (Dynamic Lode) ส่งผลให้ชิ้นส่วนบางส่วนของเครื่องบินหลุดออกจากตัวอาคาร เช่น เครื่องยนต์ของเครื่องบิน 767 แต่ส่วนใหญ่ชิ่นส่วนของตัวเครื่องจะฝังอยู่ในตัวอาคารพร้อมด้วยแรงระเบิดมหาศาลจากน้ำมันของเครื่องบินที่บรรจุมาพร้อมกับตัวเครื่องอย่างเต็มลำลุกไหม้

นอกจากนี้การชนทำให้เสาหลักและช่องลิฟท์ของอาคารเสียหาย ซึ่งการกระจายน้ำหนักของอาคารต้องกระจายน้ำหนักอ้อมส่วนที่เสียหายไป แต่การชนนี้ไม่ทำให้ตัวอาคารถล่มลงทันที เพราะตัวอาคารนั้นได้ถูกออกแบบให้ทนต่อการชนของเครื่องบิน โบอิง 707 นอกจากนั้น โครงสร้างหลักของอาคารเป็นแกนหลักคล้ายท่อเหล็กตรงกลางอาคาร (Steel Framed Tuble) และโครงเหล็กถัก (Truss) จากแกนหลักไปยังผนังอาคาร เพลิงไหม้ที่ไหม้อยู่ของอาคารนั้นมีอุณหภูมิสูงถึง 800 องศา C ส่งผลให้โครงเหล็กถักเกิดการงอเนื่องจากน้ำหนักของชั้นและหลุดออกจากสิ่งที่มันยึดอยู่สงผลให้ชั้นแต่ละชั้นถล่มลงมาด้วยน้ำหลักของแต่ละชั้นเอง (Self Weight) เพียง 1 ชั่วโมงที่ทำให้โครงเหล็กถักงอและถล่มลงมา

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

การก่อสร้างใหม่



เวิลด์เทรดเซ็นเตอร์มีแผนการก่อสร้างใหม่ในชื่อ Memory Foundations ซึ่งประกอบด้วยอาคารดังต่อไปนี้

อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 1 (ชื่อเดิม คือ ฟรีดอมทาวเวอร์: Freedom Tower)
สูง 1,776 ฟุต (541 ม.) มี 105 ชั้น เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2549 คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนเมษายน พ.ศ. 2556 โดยมีการปรับปรุงแบบหลายครั้ง จนในที่สุดได้แบบสุดท้ายโดยสถาปนิกชื่อลิเบสกินด์ (Libeskind) และภูมิสถาปนิกชื่อ ปีเตอร์ วอล์คเกอร์ (Peter Walker) ผู้ออกแบบลานอนุสรณ์สถาน อ้างอิงเว็บไซต์การประกวดแบบ

อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 2 (200 ถนนกรีนวิช)
สูง 1,350 ฟุต (411 ม.) มี 79 ชั้น เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2553 คาดว่าจะแล้วเสร็จในปลายปี พ.ศ. 2554

อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 3 (175 ถนนกรีนวิช)
สูง 1,240 ฟุต (378 ม.) มี 71 ชั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2557

อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 4 (150 ถนนกรีนวิช)
สูง 975 ฟุต (297 ม.) มี 64 ชั้น เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. 2551 คาดว่าจะแล้วเสร็จใน พ.ศ. 2554

อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 5 (130 ถนนลิเบอร์ที)
สูง 743 ฟุต (226 ม.) มี 42 ชั้น

อาคารเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ 7
มีความสูง 741 ฟุต (226 เมตร) มี 52 ชั้น เริ่มก่อสร้างเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 ก่อสร้างแล้วเสร็จในต้นปี พ.ศ. 2549 โดยเปิดใช้งานเมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม ในปีเดียวกัน

อนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ 11 กันยายน แห่งชาต
มีความสูง 20 - 23 เมตร เริ่มก่อสร้างเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2549 คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2554

 
 
       copyright © www.photoontour.com, All rights reserved
 
   เมนูน่าสนใจอื่นๆ

     แนะนำมุมมองการถ่ายภาพ
     ภาพเด็กน่ารัก
     ภาพพริตตี้มอเตอร์โชว์
     วอลเปเปอร์ภาพทิวทัศน์
     ภาพดอกไม้และภาพธรรมชาติ
     Site update เรื่องใหม่ที่ลงในเว็บไซต์
     Today talk บทความ เรื่องราวต่างๆที่สรรหามาเล่า




   Site Directory

     ภาพถ่ายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
     ภาพท่องเที่ยวในต่างจังหวัด
     ภาพวัด ภาพเจดีย์ ภาพโบสถ์วิหาร
     ภาพทะเล ภาพชายหาด ภาพหาดทราย
     ภาพวิถีไทย บ้านไทยริมน้ำ
     ภาพภาพพระอาทิตย์ขึ้น พระอาทิตย์ตก
     ภาพเขื่อน ภาพทะเลสาบเหนือเขื่อน

   Site Directory

     
 ภาพงานพระราชพิธี ภาพในหลวง พระราชินี
       ภาพตลาดสด ตลาดพื้นบ้าน ตลาดนัด ถนนคนเดิน
       ภาพชาวนา ภาพทุ่งนา ภาพการทำนา
       ภาพเด็กน่ารัก ภาพเด็กนักเรียน
       ภาพดอกไม้ ดอกกล้วยไม้ ดอกทานตะวัน
       ภาพภูเขา ธรรมชาติ ทิวทัศน์ ชนบท อุทยานฯ

   Others

     Feedback ภาพสะท้อนจากสื่อ
     เว็บโฟโต้ออนทัวร์จากอดีตปี 2002 ถึงปัจจุบัน
     หนังสือภาพถ่ายที่น่าสนใจ
     ลิขสิทธิ์ภาพถ่ายในเว็บโฟโต้ออนทัวร์
     หาช่างภาพแต่งงาน รับปริญญา คลิก
     Contact Us [email protected]